โครงการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน
-
นายอุทิศคงทอง
-
นางหนูอั้นไข่ทอง
-
นางปรีดาเทพชนะ
-
นายสมโชคคงเกตุ
-
นางศรีอมรฉิ้มสังข์
-
ร้อยละของพื้นที่การทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เมื่อเทียบกับพื้นที่การทำเกษตรทั้งหมด45
-
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)5
-
ร้านจำหน่ายของชำในชุมชนไม่ได้มาตรฐาน2
การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจโดยทั่วไปของประเทศ ได้มีการพัฒนาจากสังคมเกษตรเป็นสังคมอุตสาหกรรมดังนั้นจึงเป็นส่วนที่สำคัญอย่างมากที่จะให้ผู้บริโภคได้เลือกบริโภคอาหารที่ปลอดภัยและผู้จำหน่ายจะได้จำหน่ายอาหารที่มีคุณภาพด้วย ซึ่งประชาชนต้องการความสะดวกรวดเร็ว และมีการประกอบอาหารด้วยตนเองน้อยลงผู้บริโภคส่วนใหญ่หันไปพึ่งร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหาร ถึงแม้จะมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหาร ให้ได้มาตรฐานด้านสุขาภิบาลและมีโครงการอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste) แล้วก็ตามแต่ยังมีพิษภัยจากสารเคมีที่ปนเปื้อนมากับอาหารหรือแฝงมากับภาชนะบรรจุอาหาร “โฟม” ที่นิยมใช้กันทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินงาน ดังกล่าวอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสะดวก ราคาถูก และหาซื้อได้ง่ายก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค และขยะประเภทโฟมมีปริมาณเพิ่มขึ้นย่างต่อเนื่อง ซึ่งโฟมเป็นขยะที่มีความคงทน และต้องใช้เวลาในการย่อยสลายซึ่งสร้างปัญหาในการกำจัด เนื่องจากต้องใช้พลังงานต้นทุนการกำจัดสูง เปลืองพื้นที่ฝังกลบและขบวน การกำจัดโฟม อาจทำให้เกิดมลพิษสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และภาวะโลกร้อนได้ ในปัจจุบันจากสถิติการป่วยและเสียชีวิตของคนไทยพบว่าป่วยด้วยโรคที่เกิดจากพฤติกรรมสุขภาพเป็นอันดับต้นๆ เช่น โรคมะเร็งทุกชนิด โรคหัวใจขาดเลือด โรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน เป็นต้น ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย มีสารปนเปื้อนอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานอาหารแปลกปลอม อาหารสุกๆดิบๆ การบริโภคอาหารที่ใส่กล่องโฟม เป็นต้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว มีพื้นที่รับผิดชอบ 3 หมู่บ้าน มีประชากรรับผิดชอบ 2,739 คน มีจำนวนหลังคาเรือน 629 หลังประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง รับจ้าง เกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น ครอบครัวมีลักษณะเป็นครอบครัวเดี่ยวแต่อาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน วิถีชีวิตชนบทโดยส่วนใหญ่นิยมซื้ออาหารตามสั่ง อาหารปรุงสุกที่บรรจุกล่องโฟม ที่มีจำหน่าย โดยทั่วไปในพื้นที่เนื่องจากไม่มีเวลา ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกิดจากพฤติกรรมดังกล่าวได้ จากการวิเคราะห์ปัญหาด้านสุขภาพของประชากรในพื้นที่ พบว่ายังป่วยด้วยโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง และโรคติดเชื่อในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคอุจจาระร่วง เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรวมพลังกันดำเนินการหลายๆมาตรการทุกรูปแบบในการดูแลประชาชนในพื้นที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการคุ้มครองผู้บริโภค ปีงบประมาณ 2569 ขึ้นในบริบทพื้นที่ชุมชน ครอบคลุม ร้านขายของชำในชุมชน ตลอดจนการสร้างเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชนสุขภาพที่ดี และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายด้านอาหารปลอดภัยของรัฐ และเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ในการลดความเสี่ยงจาการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย
-
เพื่อเพิ่มพื้นที่การทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์4555
ร้อยละของพื้นที่การทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ เมื่อเทียบกับพื้นที่การทำเกษตรทั้งหมด
-
เพื่อลดตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน53
ร้อยละของตัวอย่างอาหารที่ตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน (สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสุกร สารกันราหรือกรดซาลิซิลิค สารฟอกขาว สารบอแรกซ์ สารฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ และยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช)
-
3. ร้านจำหน่ายของชำในชุมชนไม่ได้มาตรฐาน20
จำนวนร้านจำหน่ายอาหารในชุมชนไม่ได้มาตรฐาน
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง2793
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. อบรมแกนนำสุขภาพครอบครัวเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค ผู้นำชุมชน เจ้าของร้านชำ ในการเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของร้านชำ (ร้านชำ 9 คน ผู้นำชมชน 9 คน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน 53 คน แกนนำครอบครัว 9 คน)
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ตระหนักทักษะในการเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของร้านชำ
โดยใช้งบประมาณดังนี้ 1. ค่าวิทยากร 1 คน เวลา 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท 2. ค่าอาหารกลางวัน ผู้เข้าอบรม จำนวน 80 คนๆละ 50 บาท เป็นเงิน 4,000บาท 3. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 80 คนๆละ 25 บาท2 มื้อเป็นเงิน 4,000 บาท13 มีนาคม 2569 ถึง 13 มีนาคม 2569กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ตระหนัก ทักษะ ในการเฝ้าระวังและตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของร้านชำ ทุกคน
11600 บาท -
2 เครือข่ายคุมครองผู้บริโภคออกตวจประเมินร้านชำ
ตรวจประเมินร้านชำคุณภาพ โดยใช้งบประมาณดังนี้ 1. ค่าชุดตรวจปรอทเป็นเงิน 1,000 บาท 2. ค่าชุดตรวจเสตียร์รอย ชุดละ2,800บาท เป็นเงิน 2,800 บาท 3 . ค่าชุดตรวจเครื่องสำอาง จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 480 บาท 4. ค่าชุดตรวจคิวโนจำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 480 บาท
5. เครื่องตรวจวัดความเค็มและความหวาน จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 4,000 บาท18 มีนาคม 2569 ถึง 20 มีนาคม 2569ร้านชำผ่านการตรวจประเมินร้านชำคุณภาพ ทุกร้าน
8760 บาท -
ติดตามและประเมินผล ร้านขายของชำที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินร้านชำคุณภาพ
เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค ติดตามการตวจประเมินร้านขายของชำที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์คุณภาพ
24 เมษายน 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569ร้านขายของชำผ่านเกณฑ์ร้านชำคุณภาพทุกร้าน
0 บาท
- แกนนำสุขภาพครอบครัวเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคผู้นำชุมชน มีความรู้ ทักษะ ในการเฝ้าระวังคุณภาพ ความปลอดภัยของอาหาร
- ไม่พบสารต้องห้ามในร้านขายของชำ
- ร้านขายของชำผ่านเกณฑ์ร้านชำคุณภาพ
