โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ลดพุง หุ่นดี ด้วย DPAC
-
นายอุทิศคงทอง
-
นางหนูอั้นไข่ทอง
-
นางปรีดาเทพชนะ
-
นายสมโชคคงเกตุ
-
นางศรีอมรฉิ้มสังข์
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)50.00
-
ร้อยละของคนที่มีการสัญจรโดยการเดินหรือใช้จักรยานในชุมชน25.00
-
ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน34.00
พฤติกรรมและวิถีชีวิตมีผลอย่างมากต่อสุขภาวะของมนุษย์พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ของแต่ละบุคคลเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเจ็บป่วยของบุคคลนั้นๆจากสถานการณ์ของคนไทยในปัจจุบันพบว่าโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและการตายในลำดับต้นๆ ปัจจุบันคนไทยมีภาวะอ้วนและอ้วนลงพุงมากขึ้นจากพฤติกรรมบริโภคที่ไม่เหมาะสม โดยหันมาบริโภคอาหารรสหวานมันเค็ม และอาหารแปรรูปมากขึ้น รับประทานผักผลไม้น้อยลงและขาดการออกกำลังกายในปี2565ผลการสำรวจภาวะอ้วนลงพุงในประชาชนอายุ15ปีขึ้นไปทั่วประเทศของกรมอนามัยพบว่าเพศชายมีรอบเอวเกิน90เซนติเมตรร้อยละ34และเพศหญิงมีรอบเอวเกิน80เซนติเมตรร้อยละ58 จากผลการคัดกรองสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงของ รพ.สต.บ้านทุ่งยาวระหว่างปี พ.ศ.2560-พ.ศ.2565 จำนวน 1,089 รายพบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคอ้วนจำนวน 384 รายคิดเป็นร้อยละ 35.26เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 305 รายคิดเป็นร้อยละ 28.01 และเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 39 รายคิดเป็นร้อยละ 3.58และจากผลการดำเนินกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรคฯของรพ.สต. บ้านทุ่งยาว ระหว่างปี พ.ศ.2560 - พ.ศ.2565 ร้อยละ มีการรับรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตนเองเพิ่มขึ้นร้อยละ 35มีการกำกับพฤติกรรมสุขภาพตนเองเพิ่มขึ้น ร้อยละ 23มีการดูแลสุขภาพตนเองเพิ่มขึ้นร้อยละ 34มีค่าดัชนีมวลกายลดลงจากก่อนเข้าร่วมโครงการ และร้อยละ 67มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากซึ่งการปรับพฤติกรรมสุขภาพต้องใช้เวลานานพอสมควรจึงสำเร็จด้วยความตระหนักถึงความรุนแรงของโรคอ้วนโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่คุกคามวิถีชีวิตและสุขภาวะของผู้ประกันตนในสถานประกอบการ ประชาชนในชุมชนและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านทุ่งยาวร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านทุ่งยาว จึงได้ทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องภายใต้โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ลดพุงหุ่นดีด้วย DPACโดยได้รับการสนับสนุนเงินงบประมาณในการดำเนินกิจกรรมจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทั้งนี้ได้นำแนวคิดพฤติกรรมสุขภาพ3 อ 2 สมาใช้เป็นหลักในการวางแผนการดำเนินกิจกรรมโดยการเพิ่มพลังอำนาจในตนเองให้เกิดความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถตัดสินใจเลือกวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการเกิดความมั่นใจในการแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความมั่นใจในการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสูงขึ้นซึ่งจะส่งผลให้ผู้เข้าร่วมโครงการเกิดความตระหนักในการดูแลสุขภาพก่อนที่จะเกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องและมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนรวมทั้งมีแนวทางและเกิดทักษะในการดูแลสุขภาพตนเองจะช่วยลดการพึ่งพิงการรักษาและค่าใช้จ่ายในระดับทุติยภูมิและตติยภูมิซึ่งจะเสริมให้ทรัพยากรบุคลเป็นทุนมนุษย์ที่แข็งแรงของหน่วยงานและสังคมและประเทศชาติต่อไป
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่55.00
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
เพื่อเพิ่มการสัญจรโดยการเดินหรือใช้จักรยานในชุมชน27.00
ร้อยละของคนที่มีการสัญจรโดยการเดินหรือใช้จักรยานในชุมชน
-
เพื่อเพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน39.00
ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน
-
กลุ่มวัยทำงาน764
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. อบรมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ตระหนัก การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ/2ส
โดยใช้งบประมาณ ดังนี้
ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน เวลา 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1800 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ผู้เข้าอบรม จำนวน 50 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,250 บาท (รับสมัครตามความสมัครใจ)
8 พฤษภาคม 2569 ถึง 8 พฤษภาคม 2569กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ตระหนัก การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ/2ส ทุกคน
3050.00 บาท -
2. ดำเนินการตามกิจกรรม 3 อ (ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร อารมณ์) โดยออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง วันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์
กลุ่มเป้าหมายมีการออกกำลังกาย สัปดาห์ละ 3-5 วัน/สัปดาห์
กลุ่มเป้าหมายมีการชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต
กลุ่มเป้าหมาย มีการพูดคุยแลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกัน
11 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569กลุ่มเป้าหมายมีดัชนีมวลกายลดลง
0.00 บาท -
3. การตรวจหาค่าไขมันในเลือดหลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
ค่าไขมันในเลือดของกลุ่มเป้าหมายอยู่ในเกณฑ์ปกติ หลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
โดยใช้งบประมาณดังนี้
ตรวจคัดกรองหาค่าไขมันในเลือด 4 อย่าง จำนวน 50 คนๆละ 220 บาท เป็นเงิน 11,000 บาท
22 กรกฎาคม 2569 ถึง 22 กรกฎาคม 2569ค่าไขมันในเลือดของกลุ่มเป้าหมายอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทุกคน หลังจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
11000.00 บาท
- กลุ่มเป้าหมายมีความรอบรู้ด้านสุขภาพมากขึ้น
- คนในชุมชนมีกิจกรรมทางกายมากขึ้น
