โครงการรณรงค์ ลด ละ เลิกบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสุขภาพที่ดี
-
ประธาน
-
กรรมการ
-
กรรมการ
-
กรรมการ
-
กรรมการ
ปัจจุบัน “บุหรี่ไฟฟ้า” ถือว่าได้รับความนิยมขึ้นกว่าในอดีตมาก ซึ่งแรกเริ่ม บุหรี่ไฟฟ้าได้รับการโฆษณาสรรพคุณว่าเป็นตัวช่วยที่ทำให้เลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่มาจนวันนี้ “บุหรี่ไฟฟ้า” ได้กลายเป็นเหมือนกับทางเลือกสำหรับ “วัยรุ่น” มากขึ้นในฐานะ “แฟชั่นใหม่” ภายใต้แนวความคิดที่ว่า “เท่ห์สูบได้ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” วิกฤตบุหรี่ไฟฟ้าไทย ระบาดเพิ่ม 10 เท่าใน 1 ปี เปิดเผยในวงสัมมนา‘บุหรี่ไฟฟ้ามหันตภัยไม่เงียบล่าเยาวชน’ ซึ่งการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบประชากรไทย มีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 0.14 % คิดเป็นจำนวน 78,742 คน ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป โดยเป็นเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า อายุ 15-24 ปี จำนวน 24,050 คน และการสำรวจสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ ปี 2565 พบอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 1.21% คิดเป็นจำนวน 709,677 คน โดยเป็นเยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า อายุ 15-24 ปีจำนวน 269,553 คน บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์สูบบุหรี่ชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้กลไกไฟฟ้าทำให้เกิดความร้อนและไอน้ำที่ประกอบไปด้วยสารเคมีต่าง ๆ โดยไม่มีควันจากกระบวนการเผาไหม้เหมือนบุหรี่ปกติทั่วไป ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน คือ แบตเตอรี่ ตัวทำให้เกิดไอและความร้อน (Atomizer) และน้ำยาถ้ากล่าวถึงเฉพาะส่วนของน้ำยาที่จะถูกทำให้เป็นไอและเข้าสู่ร่างกายของผู้สูบจะประกอบด้วยสารประกอบหลัก ๆ คือ นิโคติน เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เพิ่มความดันโลหิต เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจ เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอด โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ มะเร็งช่องปาก หลอดอาหาร และตับอ่อน นอกจากนี้นิโคตินยังกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น ซึ่งสารนี้ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุของการเป็นโรคเบาหวาน นิโคตินกระตุ้นให้จำนวนเซลล์ผนังหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้เส้นเลือดตีบ เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง สำหรับหญิงตั้งครรภ์นิโคตินส่งผลต่อการพัฒนาของสมองทารกในครรภ์ การได้รับสารนิโคตินในระดับที่สูง (60 mg. ในผู้ใหญ่ และ 6 mg ในเด็กเล็ก) เสี่ยงต่อการเสียชีวิตโพรไพลีนไกลคอล และสาร Glycerol/Glycerin เมื่อสัมผัสหรือสูดดมเข้าไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ดวงตา และปอดได้ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง นอกจากนี้ยังพบสารประกอบอีกมากมายในไอของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีข้อมูลว่าเป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น โลหะหนัก สารหนู สารกลุ่ม Formaldehyde และกลุ่ม Benzene เป็นต้น จากการวิจัยยังพบว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เช่น โรคหัวใจ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ DNA ในเซลล์ปอด หัวใจ และกระเพาะปัสสาวะซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง ดังนั้น ทางชมรมคนรักสุขภาพ ตำบลปะลุรู จึงมีความประสงค์จะจัดทำโครงการรณรงค์ ลด ละ เลิกบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นเนื่องจากบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเสียชีวิตอันดับต้นของคนไทย ที่สามารถป้องกันได้โดยการช่วยเหลือให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบและป้องกันหรือลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่ให้ห่างไกลจากการสูบบุหรี่
-
เพื่อสร้างแรงจูงใจส่งเสริมให้เกิดการลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเองและผู้อยู่ใกล้เคียง10.00
ร้อยละ 80 สร้างแรงจูงใจส่งเสริมให้เกิดการลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเองและผู้อยู่ใกล้เคียง
-
เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้สูบบุหรี่หน้าใหม่20.00
ร้อยละ 80 ป้องกันไม่ให้มีผู้สูบบุหรี่หน้าใหม่
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน10
-
กลุ่มวัยทำงาน30
-
กลุ่มผู้สูงอายุ20
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ออกสำรวจกลุ่มเป้าหมาย คัดกรอง ก่อนเข้าอบรม
ออกสำรวจ และ สัมภาษณ์ คนในชุมชน
ค่าอาหารและค่าน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 10 คน x 100 บาทเป็น 1000.- บาท
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569ตามกลุ่มเป้าหมาย ทุกคน
1000.00 บาท -
คัดกรองตรวจสุขภาพ วัดน้ำหนัก ส่วนสูง
จัดหาอุปกรณ์ การดำเนิน - เครื่องวัดความดันแบบ ดิจิตอลราคา 3500.- บาท - เครื่องชั่งน้ำหนัก แบตดิจิตอล ราคา 5500.- บาท
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569คัดกรองกลุ่มเป้าหมายทุกคน
9000.00 บาท -
อบรมให้ความรู้ การป้องกันและการดูแลสุขภาพ
ให้ความรู้ผู้เข้าโครงการ เรื่อง บุหรี่และ บุหรี่ฟฟ้า โทษของบุหรี่ปัญหาเกิดขึ้นต่อสุขภาพ
-ค่าไวนิลโครงการขนาด 120x240 เป็นเงิน 720.- บาท
-ค่าวิทยากร 2 คน ชั่วโมงละ 600 บาท 4 ชั่วโมง เป็นเงิน 4800.- บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม พร้อมวิทยากร คณะทำงาน 60 คน 2 มื้อ 35 บาท เป็นเงิน 3650.- บาท
-ค่าอาหารกลางวัน พร้อมวิทยากร คณะทำงาน 60 คน 60 บาท เป็นเงิน 3600.- บาท
-ค่าวัสุดอุปกรณ์จัดโครงการจำนวน 50 ชุดชุดละ 150.- บาทเป็นเงิน 7500.- บาท
-ค่าไวนิลความรู้เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมขาตั้ง จำนวน 4 ชุดชุดละ 1950.-บาท เป็นเงิน 7800.- บาท -ค่าจ้างแผ่นพับ ความรู้เกี่ยวบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 60 ชุด ชุดละ 50 บาท เป็นเงิน 3000.-บาท1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569ให้ความรู้ผู้เข้าโครงการ
เรื่อง บุหรี่ และ บุหรี่ฟฟ้า โทษของบุหรี่ ปัญหาเกิดขึ้นต่อสุขภาพ การแก้ปัญหาสุขภาพ
31070.00 บาท
ผู้เข้าโครงการ จัดตระหนักเรื่องของโทษบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง
