โครงการรักษ์ฟันในชุมชน
-
นางจริยา เกื้อสุข
-
นางชนะกานต์ นิโรธสัญญา
-
นายภิญโญ สว่างรัตน์
-
นางสาวพัชรี สุวรรณลิขิต
-
นางพิมพ์ญาดา สองทอง
-
นางสมใจ บัวคลี่
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
ปัญหาสุขภาพช่องปากของประชาชนไทยยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะโรคฟันผุและการอักเสบในช่องปาก เป็นปัญหาที่เด่นชัดซึ่งเมื่อไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โรคจะลุกลามและสูญเสียฟันในที่สุด ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย การสบฟัน ตลอดการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตามประชาชนส่วนใหญ่ ยังไม่รู้สึกว่าสุขภาพช่องปากมีปัญหา เพราะยังไม่รู้สึกว่ามีอาการผิดปกติใดๆ รวมทั้งส่วนใหญ่ ยังรู้สึกว่าสามารถใช้ฟันบดเคี้ยวอาหารได้ดีเนื่องจากยังมีฟันหลังสบกัน ในประชาชนการทำให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และความรู้เพื่อการดูแลอนามัยช่องปากตนเองแล้ว ยังจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมป้องกันโรค โดยเฉพาะสนับสนุนให้ใช้อุปกรณ์เสริมทำความสะอาดซอกฟันเพื่อป้องกันโรคในช่องปากและฟันผุ
จากการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลำ พ.ศ. 2568 พบว่า ประชาชนมีฟันถาวรใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60-74 ปี มีฟันถาวรใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ เฉลี่ย 6.23 ซี่/คน มีฟันหลังสบกันอย่างน้อย 4 คู่สบ และในผู้สูงอายุตอนปลายอายุ 80-85 ปี ที่มีฟันถาวรใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ เฉลี่ย 4.76 ซี่/คน และมีฟันหลังสบกัน 4 คู่สบ ทำให้ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวลดลงอย่างชัดเจน แม้ว่าประชาชนจำนวนมากกว่าครึ่งที่มีฟันถาวรใช้งานได้ 20 ซี่ แต่ฟันถาวรที่เหลืออยู่นั้น ยังมีปัญหารอยโรคและความผิดปกติในช่องปากที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการลุกลามที่นำไปสู่ความเจ็บปวดและการสูญเสียฟัน ซึ่งปัญหาสำคัญ ได้แก่ การสูญเสียฟัน โดยเฉพาะการสูญเสียฟันทั้งปาก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตด้านการบดเคี้ยวอย่างมาก นอกจากนี้ยังพบฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา รากฟันผุที่สัมพันธ์กับเหงือกร่นในวัยโรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งนอกจากจะเสี่ยงต่อการอักเสบ ปวดบวม ติดเชื้อ และสูญเสียฟันแล้ว ยังสัมพันธ์กับความรุนแรงของเบาหวานด้วย ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพช่องปากและคุณภาพชีวิตเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้น ทางชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลรพ.สต.บ้านลำ รพ.สต.บ้านลำ กองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลร่มเมืองและเทศบาลตำบลร่มเมือง เล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาโรคในช่องปากในกลุ่มดังกล่าว โดยการให้ความรู้และพัฒนาทักษะแก่ตัวบุคคล เพื่อขยายความรู้และพัฒนาทักษะให้แก่กลุ่มผู้ป่วยต่อไป เพื่อกระตุ้นให้กลุ่มผู้ป่วยตระหนักถึงการดูแลทันตสุขภาพพร้อมทั้งได้ปรับระบบบริการสุขภาพเชิงรุกเน้นการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากเพื่อลดปัญหาโรคในช่องปาก และทำให้ผู้สูงอายุ มีทันตสุขภาพที่ดีต่อไป
-
เพื่อให้ประชาชนมีพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้อง และมีสุขภาพช่องปากที่ดี0.00
ประชาชนมีพฤติกรรมการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้อง และมีสุขภาพช่องปากที่ดีร้อยละ 70
-
เพื่อให้ประชาชนมีทักษะการแปรงฟันที่ถูกวิธี0.00
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ที่มีภาวะเสี่ยง อย่างน้อยร้อยละ 80
-
เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการทันตกรรมและได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก0.00
ประชาชนได้เข้าถึงบริการทันตกรรมและได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก ร้อยละ 90
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง250
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ส่งเสริมสุขภาพช่องปากของประชาชนทั่วไป
- ประชาสัมพันธ์ผ่าน อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อค้นหากลุ่มเป้าหมาย
- จัดอบรมประชาชนในเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปาก โดยจัดอบรม จำนวน 5 รุ่นๆละ 50 คน
- ค่าวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมง x 600 บาท x 5 ครั้ง เป็นเงิน 9,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 250 คนๆละ 1 มื้อ x 25 บาทเป็นเงิน 6,250 บาท
- ค่าวัสดุแปรงสีฟัน ยาสีฟัน จำนวน 250 คนๆละ 50 บาท เป็นเงิน 12,500 บาท รวมเป็นเงิน 27,750 บาท 6.ตรวจสุขภาพช่องปากของประชาชนทั่วไป วัสดุอุปกรณ์ในการตรวจได้รับการสนับสนุนจาก รพ.สต.บ้านลำ
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 256927750.00 บาท - ประชาสัมพันธ์ผ่าน อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อค้นหากลุ่มเป้าหมาย
-
การเข้าถึงบริการทันตกรรมด้านการรักษาของประชาชนทั่วไป
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขนัดให้ประชาชนที่ตรวจพบว่าฟันมีปัญหา มาพบทันตแพทย์ เพื่อทำการรักษา โดยมีทันตแพทย์จาก รพ.พัทลุง
อสม.และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดตามผลการรักษา
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25690.00 บาท
- อัตราการเกิดโรคฟันผุของประชาชนลดลง
- ประชาชนมีความรู้เรื่อง การดูแลสุขภาพช่องปากและสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่แก่ประชาชน ในชุมชนได้
- ประชาชนสามารถตรวจฟันด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง และได้รับบริการทางทันตกรรมอย่างทั่วถึง
