โครงการอบอุ่นใจ ใส่ใจตัวเอง ผ่านกิจกรรมเวิร์กชอปเชิงสร้างสรรค์ การทำขนม หมู่ที่ 10
-
นายธีระชัย เหมือนพรรณราย
-
นายธีระพงศ์เมืองทอง
-
นางสาวดวงทิพย์มาเอียด
-
นางวรรณาศรีจันทร์
-
นางสาวพรศิล เหมือนพรรณราย
ในยุคปัจจุบัน สภาพแวดล้อมทางสังคม เศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน
วัยเรียน วัยผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางด้านจิตใจ การที่บุคคลไม่มีโอกาสได้ผ่อนคลายหรือดูแลสุขภาพจิตของตน
อย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตเรื้อรังที่ส่งผลต่อทั้งตัวบุคคล ครอบครัว และสังคมโดยรวม
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ)
ในยุคปัจจุบัน สภาพแวดล้อมทางสังคม เศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงาน
วัยเรียน วัยผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางด้านจิตใจ การที่บุคคลไม่มีโอกาสได้ผ่อนคลายหรือดูแลสุขภาพจิตของตน
อย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตเรื้อรังที่ส่งผลต่อทั้งตัวบุคคล ครอบครัว และสังคมโดยรวม
จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลก พบว่า ในประชากร 4 คน จะมีผู้มีปัญหาสุขภาพจิต 1 คน และอีก 2 คน เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาสุขภาพจิต เช่น เป็นญาติพี่น้อง คนในครอบครัว เป็นต้น สำหรับโรคทางจิตเวชประเทศไทย มีผู้ป่วยโรคทางจิตทั้งหมด จำนวน 1,152,044 ราย ส่วนใหญ่จะเริ่มป่วยในช่วงปลายวัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ อายุระหว่าง 15-35 ปี ซึ่งเป็นช่วงชีวิตของการทำงานและการสร้างครอบครัว และจากการศึกษาดัชนีวัดความสูญเสียทางสุขภาพ หรือ DALYs พบว่า ในปี พ.ศ.25๖2 คนไทยสูญเสียสุขภาวะ (DALYs) ทั้งที่ควรจะมีชีวิตอยู่อย่างสุขภาพดี โดย 10 อันดับแรก สำหรับเพศชายมีโรคซึมเศร้าอยู่ในอันดับที่ 10 และในเพศหญิงโรคซึมเศร้าอยู่อันดับที่ 3
การสำรวจระดับชาติล่าสุดในปี 2561 พบคนไทยร้อยละ 14 หรือ 9 ล้านกว่าคน มีปัญหาสุขภาพจิตและอยู่ในภาวะวิกฤตมากขึ้น
จากข้อมูลสถานการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวชเป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นกับประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยทำงาน วัยผู้สูงอายุ ตามลำดับ เมื่อเกิดขึ้นแล้วส่งผลกระทบ
อย่างมากต่อการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ การทำกิจกรรมร่วมกันทั้งของผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตเอง คนใกล้ชิด
และครอบครัว ชุมชน หากมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพจิตที่ดีและมีแนวทางในการป้องกันปัญหาสุขภาพจิต
ก็จะช่วยลดสถานการณ์ปัญหาและผลกระทบเหล่านี้ลงได้
การส่งเสริมสุขภาพจิต คือ การส่งเสริมให้ประชาชนทุกเพศวัยได้รับการดูแลทางสังคม ทางจิตใจ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะในการดูแลตนเอง และอยู่ในสิ่งแวดล้อม ครอบครัว สังคม ชุมชน ที่เอื้ออำนวยต่อการมีสุขภาพจิตที่ดี ดังนั้น การส่งเสริมสุขภาพจิต จึงเกิดจากการที่สังคม ชุมชน ดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน
ในการจัดบริการสุขภาพแบบองค์รวม การจัดกิจกรรมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจ และการที่ประชาชนมีศักยภาพในการดูแลจิตใจตนเอง และการป้องกันปัญหาสุขภาพจิต คือ การป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวช โดยการลดปัจจัยเสี่ยง เช่น ความเครียดระยะยาว ความก้าวร้าวรุนแรง และเพิ่มปัจจัยปกป้อง เช่น การให้กำลังใจ การช่วยเหลือ ด้านการอาชีพ การจัดกิจกรรมที่เอื้อต่อสุขภาพจิต ให้แก่ ประชาชนทุกเพศวัย เป็นต้น
กิจกรรมเวิร์กชอปส่งเสริมสุขภาพจิตในเชิงสร้างสรรค์ เช่น เวิร์กชอปศิลปะบำบัด เวิร์กชอปการฝึกสติ เวิร์กชอปทำขนม และเวิร์กชอปทำอาหาร เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับการพิสูจน์ทางจิตวิทยาว่าสามารถช่วยลดความเครียด สร้างสมาธิ เพิ่มความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้อื่นได้ ทางคณะกรรมการหมู่บ้าน หมู่ที่ 10 ตำบลพนางตุง ได้เล็งเห็นปัญหาและผลกระทบดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการโครงการอบอุ่นใจ ใส่ใจตัวเอง ผ่านกิจกรรมเวิร์กชอปเชิงสร้างสรรค์การทำขนมขึ้น เพราะการทำขนมเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพจิต ผ่านประสาทสัมผัส
กลิ่น รสชาติ การลงมือทำ การมีส่วนร่วม และการแบ่งปัน จึงสามารถช่วยลดปัญหาดังกล่าวข้างต้นได้
-
เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและลดความเครียดของประชาชนในพื้นที่ผ่านกิจกรรมเวิร์กชอปเชิงสร้างสรรค์การทำขนม0.00
ประชาชนในพื้นที่มีภาวะความเครียดลดลง
-
เพื่อฝึกสมาธิและการอยู่กับปัจจุบันขณะผ่านกิจกรรม เวิร์กชอปเชิงสร้างสรรค์การทำขนม0.00
ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม/โครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
-
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนมีกิจกรรมร่วมกัน ลดปัญหาสุขภาพจิต0.00
ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม/โครงการมีความพึงพอใจไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง80
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิต : ผ่านกิจกรรมเวิร์กชอป เชิงสร้างสรรค์การทำขนม
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 80 คน x 30 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 4,800 บาท
ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 80 คน x 70 บาท เป็นเงิน 5,600 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 2 คนๆละ 3 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
ค่าเช่าเครื่องขยายเสียง จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 2,500 บาท
5.ค่าอุปกรณ์สาธิต
2.1 แป้งข้าวจ้าว 15 กิโลกรัมฯละ 35 บาท เป็นเงิน 525 บาท
2.2 แป้งข้าวเหนียว 35 กิโลกรัมฯละ 40 บาท เป็นเงิน 1,400 บาท
2.3 น้ำตาลทรายแดง 38 กิโลกรัมฯละ 30 บาท เป็นเงิน 1,140 บาท
2.4 น้ำตาลเหลว 14 ถุงฯ ละ 30 บาท เป็นเงิน 420 บาท
2.5 หัวมันเทศ 15 กิโลกรัมฯละ 30 บาท เป็นเงิน 450 บาท
2.6 งาขาว 2 กิโลกรัมฯ ละ 350 บาท เป็นเงิน 700 บาท
2.7 น้ำมันพืช 4 ลังฯละ 590 บาท เป็นเงิน 2,360 บาท
2.8 แก๊สหุงต้มจำนวน 2 ถังฯละ 480 บาท เป็นเงิน 960 บาท
6.ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 เมตร x 2.4 เมตร เป็นเงิน 518 บาท
7.ค่าวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ เป็นเงิน 1,000 บาท
รวมเป็นเงิน 24,173 บาท
1 กันยายน 2568 ถึง 30 กันยายน 256824173.00 บาท -
กิจกรรมประชุมคณะกรรมการเพื่อประเมินผลและสรุปผลรายงานผลการดำเนินงานโครงการ (ปิดโครงการ)
1.ค่าจัดทำแบบประเมินผล จำนวน 100 แผ่นฯละ 1 บาท เป็นเงิน 100 บาท
2.ค่าจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน (รูปเล่ม) จำนวน 3 เล่มฯละ 300 บาท
เป็นเงิน 900 บาท
3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 5 คน x 30 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 150 บาท
รวมเป็นเงิน 1,150 บาท
1 กันยายน 2568 ถึง 30 กันยายน 25681150.00 บาท
1.ประชาชนมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ลดความเครียด ลดความวิตกกังวล และเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย
2.ประชาชนเกิดความตระหนักรู้และให้ความสำคัญต่อสุขภาพจิต
3.ประชาชนรู้จักการจัดการอารมณ์ของตนเอง
4.ประชาชนเกิดความสัมพันธ์ที่ดีภายในชุมชน ลดภาวะซึมเศร้า
