โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงวัย ชะลอข้อเข่าเสื่อม
รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทยปี 2565 ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หลังจากเมื่อสามปีก่อนนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี โดยประชากรผู้สูงอายุในปี 2565 นั้นมีมากถึง 12,116,199 คน คิดเป็น 18.3 % ของประชากรทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 0.5% แบ่งเป็น ผู้สูงอายุวัยต้น ช่วงอายุ 60-69 ปี จำนวน 6,843,300 คน คิดเป็น 56.5% ของผู้สูงอายุทั้งหมด การเตรียมพร้อมเพื่อการป้องกันการเกิดโรคภัยต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมาพร้อม ๆ กับอายุที่ยืนยาวขึ้น และโรคที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ คือ โรคสมองเสื่อม เข่าเสื่อม ซึ่งเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับอายุที่มากขึ้น โรคสมองเสื่อมเป็นความผิดปกติที่สมองทำงานด้อยลงจากเดิมจนมีผลกระทบต่อการทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ของบุคคลนั้น ๆ และทำให้ความรอบรู้ ความเฉลียวฉลาด ความคิด การตัดสินใจ เปลี่ยนแปลงไปในทางลดลง นอกจากนี้ปัญหาสำคัญที่พบในผู้ป่วยสมองเสื่อมมี 2 ประการ คือ ปัญหาความจำและพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ซึ่งพบว่าผู้ป่วยจะมีการสูญเสียความจำระยะสั้นก่อนแล้ว จึงสูญเสียความจำระยะยาว ตลอดจนความสามารถในการตัดสินใจทำให้เป็นภาระแก่ผู้ดูแลครอบครัวที่ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ โรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุเป็นโรคเรื้อรังที่กิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนผิวข้อ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนการสูงอายุ ข้อเข่าเป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายและเป็นข้อที่ต้องรับน้ำหนักมากตลอดเวลาที่เดินหรือยืน จึงทำให้ผิวกระดูกอ่อนมีการสึกกร่อนบางลง เกิดการแตก ปริ ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงที่ขอบของข้อ เกิดกระดูกงอก และการสะสมของหินปูนหรือแคลเซียมบริเวณผิวกระดูกและช่องว่างระหว่างข้อ ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีอาการปวดข้อ ข้อติดแข็งและการเคลื่อนไหวข้อได้น้อยกว่าปกติ ดังนั้น เพื่อเป็นแนวทางให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมเพื่อชะลอความเสื่อมของสมอง และข้อเข่า ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดโรคสมองเสื่อม และข้อเข่าเสื่อม รวมถึงป้องกันภาวะทุพพลภาพที่อาจจะเกิดตามมาได้ในผู้สูงอายุ กลุ่มรักษ์สุขภาพ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลส่งเสริมสุขภาพผู้สูงวัยในเขตเทศบาลตำบลยะหริ่ง จึงได้จัดโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงวัยห่างไกลสมองเสื่อม เข่าเสื่อม ปี 2568 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคสมองเสื่อม เข่าเสื่อม และมีความรู้ในการดูแลสุขภาพของตนเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคสมองเสื่อม เข่าเสื่อม ซึ่งจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึัน และสามรถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขต่อไป
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพการคัดกรองฯ
มีการอบรมให้ความรู้ อสค./แกนนำผู้ดูแลผู้สูงอายุเพื่อพัฒนาศักยภาพการคัดกรองและดูแลผู้สูงอายุสมองเสมื่อม
เข่าเสื่อม ตามโครงการส่งเสสริมสุขภาพผู้สูงวัยห่างไกลสมองเสื่อม เข่าเสื่อมมีค่าใช้จ่าย ดังนี้
-ค่าวิทยากรกิจกรรมอบรมให้ความรู้ อสค./แกนนำผู้ดูแลผู้สูงอายุ จำนวน 2 คน ๆ ละ 3 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท รวมเป็นเงิน 3,600.- บาท -ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าร่วมกิจกรรมอบรมให้ความรู้ อสค./แก่นนำผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้ดำเนินโครงการ จำนวน 1 มื้่อ ๆ ละ ุ60 บาท จำนวน ุ50 คนเป็นเงิน 3,000.- บาท -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมอบรมให้ความรู้ อสค./แกนนำผู้ดูแลผู้สูงอายุ จำนวน 2 มื้่อ ๆ ละ ุ30 บาท จำนวน ุ50 คนเป็นเงิน 3,000.- บาท -ค่าป้ายไวนิลขนาด 2.5 *1 เมตร จำนวน 1 แผ่น เป็นเงิน 625.- บาท22 ตุลาคม 2568 ถึง 22 ตุลาคม 256810225.00 บาท -
อบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
อบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างปฏิสัมพันธ์แก่ผู้สูงอายุุ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคสมองเสื่อม
ได้แก่ สาเหตุ อาการการป้องกันภาวะสมองเสื่อม การฝึกทักษะบริหารสมองด้วยเกมส์ต่าง ๆ การให้ความรู้เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม
การฝึกการออกกำลังกายบริหารข้อเข่า เป็นต้น ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายดังนี้ -ค่าวิทยากรกิจกรรมอบรมให้ความรู้ อสค./แกนนำผู้ดูแลผู้สูงอายุ จำนวน 2 คน ๆ ละ 3 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท รวมเป็นเงิน 3,600.- บาท -ค่าอาหารกลางวันผู้เข้าร่วมกิจกรรมอบรมให้ความรู้ อสค./แก่นนำผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้ดำเนินโครงการ จำนวน 1 มื้่อ ๆ ละ ุ60 บาท จำนวน ุ50 คนเป็นเงิน 3,000.- บาท -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมอบรมให้ความรู้ อสค./แกนนำผู้ดูแลผู้สูงอายุ จำนวน 2 มื้่อ ๆ ละ ุ30 บาท จำนวน ุ50 คนเป็นเงิน 3,000.- บาท -สมุดประจำตัวผู้สูงอายุ จำนวน 50 ชุด ๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 1,500.- บาท28 ตุลาคม 2568 ถึง 28 ตุลาคม 256811100.00 บาท
