โครงการคัดกรองความเสี่ยงและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงและโรคไตเรื้อรัง ปีงบประมาณ 2569
-
น.ส.กวิสรา เลิศอาวาส
-
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไตเรื้อรังยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการดูแลสุขภาพตนเองอย่างถูกต้อง เพื่อชะลอการเสื่อมของไต70.00
-
ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงมีแนวโน้มเกิดภาวะแทรกซ้อนและภาวะไตวายเรื้อรังเพิ่มขึ้น จากการควบคุมพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม70.00
-
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังยังขาดความรู้เรื่องการป้องกันภาวะไตเสื่อม และขาดทักษะในการเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสม โดยเฉพาะการตรวจวัดความเค็มของอาหารด้วยเครื่องวัดความเค็ม (Salt Meter) อย่างถูกต้อง70.00
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไตเรื้อรัง มีความรู้ ความตระหนักในการดูแลสุขภาพ และชะลอไตเสื่อม80.00
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไตเรื้อรัง มีความรู้และความตระหนักในการดูแลสุขภาพและการชะลอไตเสื่อมเพิ่มขึ้น
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่เสี่ยงต่อภาวะไตเสื่อมได้รับการดูแลติดตาม90.00
ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่เสี่ยงต่อภาวะไตเสื่อม ได้รับการดูแลติดตามอย่างต่อเนื่อง
-
เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเรื้อรัง80.00
การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเรื้อรังในชุมชนลดลง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ร่วมกับแกนนำสุขภาพตรวจคัดกรองหาความเสี่ยงแก่กลุ่มเป้าหมายโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
- สำรวจและคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 60 คน
- ตรวจคัดกรองสุขภาพ ได้แก่ วัดความดันโลหิต ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ซักประวัติพฤติกรรมสุขภาพ และประเมินความเสี่ยงต่อภาวะไตเสื่อม
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569ผู้ป่วยได้รับการเฝ้าระวังและดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดโอกาสเกิดภาวะไตเสื่อมในอนาคต
0.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ และ สาธิตวิธีการตรวจความเค็มของอาหารโดยใช้salt meter
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการป้องกันภาวะไตเสื่อม
- ให้ความรู้เกี่ยวกับการลดการบริโภคอาหารเค็ม และผลกระทบของโซเดียมต่อไต
- สาธิตและฝึกปฏิบัติการตรวจวัดความเค็มของอาหารโดยใช้เครื่องวัดความเค็ม (Salt Meter) อย่างถูกต้อง
งบประมาณ
1.ค่าอาหารกลางวัน ในการอบรมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จำนวน60 คน ๆ ละ 1 มื้อ ๆ ละ 80 บาท เป็นเงิน3,600บาท
2.ค่าอาหารว่าง ในการอบรมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จำนวน60 คน ๆ ละ 2 มื้อ ๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน4,800บาท
3.ค่าเครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว จำนวน 4 เครื่อง ๆ ละ 1,500 บาทเป็นเงิน 6,000 บาท
4.ค่าเครื่องตรวจวัดความเค็ม salt meter จำนวน 2 เครื่อง ๆ ละ 2,500 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
5.ค่าป้ายไวนิลพื้นขาวธรรมดาโครงการฯ ขนาด 1x3 เมตร ตารางเมตรละ 140 บาท จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 420 บาท
6.ค่าสมนาคุณวิทยากรภาครัฐ จำนวน 1 คน ให้ความรู้ เรื่อง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และไตเรื้อรัง จำนวน 4 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569- ผู้ป่วยมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงการดูแลสุขภาพและการป้องกันภาวะไตเสื่อมมากขึ้น
- ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับความรู้และการฝึกปฏิบัติการใช้ Salt Meter จำนวน 60 คน
21020.00 บาท -
แกนนำสุขภาพติดตามและสุ่มตรวจวัดความเค็มในอาหารที่บ้านและร้านจำหน่ายอาหารในชุมชน
- แกนนำสุขภาพลงพื้นที่ติดตามพฤติกรรมการบริโภคอาหารของกลุ่มเป้าหมาย
- สุ่มตรวจวัดความเค็มของอาหารภายในครัวเรือน และร้านจำหน่ายอาหารในชุมชน
- ให้คำแนะนำในการปรับลดความเค็มของอาหารแก่ประชาชนและผู้ประกอบการในชุมชน
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569- มีการสุ่มตรวจวัดความเค็มของอาหารในครัวเรือนและร้านอาหารในชุมชน
- ชุมชนมีความตระหนักในการลดการบริโภคอาหารเค็มมากขึ้น
0.00 บาท -
สรุปและติดตามการประเมินผลการดำเนินงานโครงการ
- ประเมินผลก่อนและหลังการดำเนินโครงการด้านความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเป้าหมาย
- สรุปผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569- มีรายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการ
- สามารถนำผลการประเมินไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาโครงการในอนาคต
0.00 บาท
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงมีความรู้ มีความตระหนักในการดูแลสุขภาพและชะลอไตเสื่อม ร้อยละ 80
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่เสี่ยงต่อภาวะไตเสื่อมได้รับการดูแลติดตาม ร้อยละ 90
- การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเรื้อรังในชุมชนลดลง ร้อยละ 80
