โครงการคัดกรองวัณโรคในผู้สัมผัสร่วมบ้านและกลุ่มเสี่ยงสูงในพื้นที่
วัณโรค (Tuberculosis: TB) ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและเรื้อรังทั้งในระดับโลกและระดับชาติ ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีภาระโรควัณโรคสูง ซึ่งต้องเร่งรัดการควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายเชื้ออย่างจริงจัง องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศ ยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค (The End TB Strategy) โดยมีวิสัยทัศน์ในการยุติการระบาดของวัณโรคระดับโลก ภายในปี พ.ศ. 2578 (ค.ศ. 2035) นโยบายระดับชาติได้ตอบรับวิสัยทัศน์นี้ผ่าน แผนปฏิบัติการระดับชาติด้านการต่อต้านวัณโรค ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 - 2570) โดยมีเป้าประสงค์หลักคือการลดอัตราอุบัติการณ์ของวัณโรคลงจาก 143 ต่อประชากรแสนคน ในปี พ.ศ. 2564 ให้เหลือ 89 ต่อประชากรแสนคนในปี พ.ศ. 2570 ยุทธศาสตร์สำคัญที่เน้นย้ำคือ เร่งรัดการค้นหาและตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยวัณโรค และเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการวินิจฉัยและรักษาวัณโรคระยะแฝง (Latent TB Infection: LTBI) เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายเชื้อ
ในพื้นที่ตำบลบือมัง พบข้อมูลว่ามีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี พบผู้ป่วย 3 ปี ย้อนหลัง (ปี พ.ศ.2566-2568) จำนวน 9 ราย ปี 2566 พบผู้ป่วย 3 ราย ปี 2567 พบผู้ป่วย 3 ราย และปี 2568 พบผู้ป่วย 3 ราย แม้จะมีการรักษาผู้ป่วยตามมาตรฐาน แต่สิ่งที่เป็นช่องว่างและมีความเสี่ยงสูงคือการค้นหาและป้องกันการแพร่เชื้อในกลุ่มบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้สัมผัสร่วมบ้าน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงสุดต่อการติดเชื้อวัณโรคแฝง (Latent TB Infection: LTBI) และมีโอกาสพัฒนาไปสู่การเป็นวัณโรคระยะลุกลาม (Active TB) และกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อใหม่ในครัวเรือนและชุมชนต่อไปได้ นอกจากนี้ ยังมี กลุ่มเสี่ยงสูง อื่น ๆ ในพื้นที่ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (อาทิ เบาหวาน, ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง) ซึ่งมีภูมิต้านทานต่ำและง่ายต่อการติดเชื้อและป่วยเป็นวัณโรค หากผู้สัมผัสร่วมบ้านและกลุ่มเสี่ยงสูงเหล่านี้ไม่ได้รับการคัดกรองอย่างทันท่วงที อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดในวงกว้างและทำให้การควบคุมวัณโรคในภาพรวมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย การค้นหาผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ในเชิงรุกจึงเป็นมาตรการสำคัญอย่างยิ่งในการตัดวงจรการแพร่เชื้อในชุมชน
จากการดำเนินงานคัดกรองวัณโรคของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบือมังในปีงบประมาณ 2568 พบว่า อัตราการคัดกรองวัณโรคในผู้สัมผัสร่วมบ้านและกลุ่มเสี่ยงสูงโดยการเอกซเรย์ปอด ยังอยู่ในระดับต่ำ คือไม่ถึงร้อยละ 50 ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลให้ผู้ที่เป็นวัณโรคระยะแฝงไม่ได้รับการรักษา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบือมังจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินงานคัดกรองวัณโรคในเชิงรุก เพื่อให้สามารถ ค้นพบผู้ป่วยรายใหม่ได้เร็วที่สุด และ ป้องกันการพัฒนาไปสู่การเป็นวัณโรคระยะลุกลามในกลุ่มเสี่ยงสูง การดำเนินงานดังกล่าวจึงเป็นมาตรการสำคัญในการ ตัดวงจรการแพร่เชื้อ ในชุมชน และเพื่อให้การควบคุมวัณโรคในพื้นที่เป็นไปตามเป้าหมายของแผนปฏิบัติการระดับชาติ
-
เพื่อค้นหาผู้มีอาการสงสัยป่วยเป็นวัณโรค และผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ (Case Finding) ในกลุ่มผู้สัมผัสร่วมบ้านกับผู้ป่วยวัณโรค และกลุ่มเสี่ยงสูงในพื้นที่ตำบลบือมังให้ได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม0.00
-
เพื่อส่งต่อผู้ที่สงสัยป่วยเป็นวัณโรคให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยยืนยัน และเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ถูกต้องตามมาตรฐานโดยเร็วที่สุด0.00
-
เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อวัณโรคในชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดและกลุ่มเสี่ยงสูง0.00
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักเกี่ยวกับวัณโรค0.00
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง120
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
พัฒนาศักยภาพแกนนำด้านความรู้การป้องกันวัณโรค
อบรมพัฒนาศักยภาพแกนนำด้านความรู้การป้องกันวัณโรค
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม มื้อละ 30 บาท x จำนวน 60 คน x 2 มื้อ เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าอาหารกลางวัน มื้อละ 70 บาท x จำนวน 60 คน x 1 มื้อ เป็นเงิน 4,200 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท x 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 256911400.00 บาท -
ให้ความรู้และสร้างความตระหนักในการป้องกันวัณโรคแก่ผู้สัมผัสร่วมบ้านและกลุ่มเสี่ยงสูงในพื้นที่
การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ: ให้ความรู้เรื่องสุขภาวะ การสังเกตอาการ และแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อภายในครัวเรือนและชุมชน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม มื้อละ 30 บาท x จำนวน 60 คน x 2 มื้อ เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าอาหารกลางวัน มื้อละ 70 บาท x จำนวน 60 คน x 1 มื้อ เป็นเงิน 4,200 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากร ชั่วโมงละ 600 บาท x 6 ชั่วโมง เป็นเงิน 3,600 บาท
การคัดกรองและเฝ้าระวัง: ดำเนินการคัดกรองเบื้องต้นในกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง
1 เมษายน 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 256911400 บาท -
ติดตามผลการคัดกรองวัณโรค
การจัดทำระบบฐานข้อมูล: รวบรวมและจัดทำทะเบียนรายชื่อกลุ่มเสี่ยง เพื่อใช้ในการติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
การติดตามผลการตรวจ: ติดตามผลการวินิจฉัยจากโรงพยาบาลสำหรับผู้ที่ถูกส่งตัวตรวจ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรักษาหรือเฝ้าระวังตามมาตรฐาน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม มื้อละ 30 บาท x จำนวน 30 คน x 1 มื้อ เป็นเงิน 900 บาท
การสรุปผลและประเมินสถานการณ์: วิเคราะห์ข้อมูลจากการคัดกรองเพื่อประเมินความครอบคลุมของการดำเนินงานในพื้นที่
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569900.00 บาท -
ส่งต่อกลุ่มเสี่ยงที่มีผลการคัดกรองวัณโรคผิดปกติ
การส่งต่อเพื่อวินิจฉัย: ประสานงานส่งตัวผู้ที่มีอาการสงสัยเข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัย (Sputum Test/Chest X-ray) ณ โรงพยาบาลอย่างเป็นระบบ
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569บาท
- ค้นพบผู้ป่วยวัณโรครายใหม่และผู้มีอาการสงสัยในกลุ่มเสี่ยงสูง
- ผู้ที่สงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยยืนยันและเข้าสู่การรักษาทันที ตามมาตรฐานครบถ้วน
- สามารถลดการแพร่กระจายเชื้อวัณโรคในกลุ่มผู้สัมผัสร่วมบ้านและกลุ่มเสี่ยงสูงในพื้นที่
- กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และความตระหนัก เกี่ยวกับวัณโรคเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
