โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง)
-
นายประพันธ์ขวัญเมืองแก้ว
-
นางสาวเบญจมาศอินทรชาติ
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)4.00
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย4.00
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด หลอดเลือดสมอง มะเร็ง ฯลฯ เป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบทำให้เกิดภาวะโรคแทรกซ้อน ทำให้เกิดความพิการและตายก่อนวัยอันควร การเกิดโรคมีสาเหตุจากหลายปัจจัยเสี่ยงที่มาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกาย พฤติกรรมการสูบบุหรี่ การบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงภาวะเครียด และนำไปสู่การเจ็บป่วยแทรกซ้อนที่สำคัญ อาทิ โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคไตวายเรื้อรัง(CKD) โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง (CVD) เป็นต้น ความเจ็บป่วยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยตลอดจนค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขโดยรวมองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่านอกจากการบริการทางคลินิกแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพมีความสำคัญและจําเป็นในการแก้ไขปัญหาโรคไม่ติดต่อดังกล่าว ซึ่งการ บริการสุขภาพภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงบริการ ขั้นพื้นฐานที่จําเป็น รวมทั้งการบริการสุขภาพเพื่อป้องกันและควบคุมโรคเป็นสำคัญ โดยเฉพาะโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงสถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง) ในพื้นที่ รพ.สต.บ้านยางชุม ในปี ๒๕๖8 มีผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวน 75 ราย พบผู้ป่วยโรคเบาหวานที่คุมน้ำตาลได้ดี จำนวน 13 ราย คิดเป็นร้อยละ 17.33 (อ้างอิงข้อมูลจาก : สสจ.พบ./HDC/รายงานมาตรฐาน/ส่งเสริมป้องกัน/งานเฝ้าระวัง/ร้อยละผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี) พบผู้ป่วยเบาหวานจอประสาทตาเสื่อม2 รายพบผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง (CVD) จำนวน 1 รายมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จำนวน 195 ราย พบผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่คุมความดันได้ดี จำนวน 130 ราย คิดเป็นร้อยละ 73.33 จำนวน 1 ราย(อ้างอิงข้อมูลจาก : สสจ.พบ./HDC/รายงานมาตรฐาน/ส่งเสริมป้องกัน/งานเฝ้าระวัง/ร้อยละผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตได้ดี) พบผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง (CVD) จำนวน 1 รายและจากการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน846 รายพบกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน จำนวน7 รายและมีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ จำนวน 3 ราย พบกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 12 ราย และมีผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ จำนวน 5 ราย จะเห็นได้ว่ากลุ่มเสี่ยงที่ไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพทำให้พบผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่ ในการนี้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านยางชุม จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง)ปีงบประมาณ 2569 ขึ้น เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้มีความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ทำให้เกิดทักษะการดูแลตนเองที่ถูกต้อง เพื่อลดอัตราผู้ป่วยรายใหม่และเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง160
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง20
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้เรื่องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ. 2 ส.ถึง14110.00 บาท
1.กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยมีความรู้เรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ. 2 ส.
2.ลดดอัตราป่วยโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงรายใหม่
3.กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคและเกิดทักษะในการดูแลตนเองที่ถูกต้อง
4.ลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
