โครงการบุหรี่ไฟฟ้า มหันตภัยใกล้ตัวนักสูบหน้าใหม่ ปีงบประมาณ 2569
-
ร้อยละของการเกิดนักสูบหน้าใหม่5.00
-
ร้อยละของเด็กอายุ9-12ปี มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของบุหรี่80.00
ปัจจุบัน “บุหรี่ไฟฟ้า” ถือว่าได้รับความนิยมขึ้นกว่าในอดีตมาก ซึ่งแรกเริ่ม บุหรี่ไฟฟ้าได้รับการโฆษณาสรรพคุณว่าเป็นตัวช่วยที่ทำให้เลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่มาจนวันนี้ “บุหรี่ไฟฟ้า” ได้กลายเป็นเหมือนกับทางเลือกสำหรับ “วัยรุ่น” มากขึ้นในฐานะ “แฟชั่นใหม่” ภายใต้แนวความคิดที่ว่า “เท่ห์ สูบได้ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” ซึ่งสิ่งที่สำคัญต้องคงกฎหมายห้ามนำเข้าห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า เพราะหากคิดว่าคุมไม่ได้ก็ยกเลิกกฎหมายห้ามนำเข้าห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าไปเลย ไทยจะยิ่งตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากกว่านี้ เหมือนแคนาดาและนิวซีแลนด์ที่เมื่อยกเลิกกฎหมายแล้ว
อัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนพุ่งขึ้น 2-5 เท่าใน 3 ปี ดังนั้นสิ่งที่ไทยจะต้องทำเร่งด่วน นอกเหนือจากห้ามนำเข้า คือ ‘เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายให้เคร่งครัด ในการจับ ปรับ อย่างจริงจัง ห้ามโฆษณาและห้ามขายโดยเฉพาะในสื่อออนไลน์’ เหมือนกับที่สิงคโปร์และฮ่องกงดำเนินการ คาดการณ์ว่าอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทยจะไม่เพิ่มขึ้นและจะค่อยๆ ลดลง 1.7 % ใน 3 ปี
สถานการณ์การสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กประถม น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยพบว่ามีเด็กประถมปลายจำนวนมากเคยลองสูบ และมีแนวโน้มที่เด็กผู้หญิงสูบมากกว่าเด็กผู้ชาย ปัญหานี้เกิดจากรูปลักษณ์อุปกรณ์ที่น่าดึงดูด กลิ่นรสหวานหอม การโฆษณาในสื่อสังคมออนไลน์ และการได้รับอิทธิพลจากเพื่อน ครอบครัว หรือคนในชุมชน ซึ่งนำไปสู่การเข้าใจผิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่เป็นอันตราย
เทศบาลตำบลโคกชะงาย ได้เห็นความสำคัญของภัยร้ายจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อกลุ่มเยาวชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักเรียนที่กำลังเข้าสู่วัยรุ่นวัยอยากรู้อยากลอง จึงได้จัดทำโครงการบุหรี่ไฟฟ้า มหันตภัยใกล้ตัวนักสูบหน้าใหม่ ปีงบประมาณ 2569 เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้รู้เท่าทันเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และเกิดความตระหนักถึงพิษภัยอันตรายจากการสูบของบุหรี่ไฟฟ้า และเป็นแกนนำในการช่วยเพื่อนมิให้ตกเป็นเหยื่อของการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ขึ้น
-
เพื่่อลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่2.00
-
เพื่อให้เด็กอายุ9-12ปี มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกันโทษของบุหรี่90.00
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน45
-
กลุ่มวัยทำงาน5
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ให้ความรู้เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและสมุนไพร่ลดความอยากบุหรี่
ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ 540 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อๆละ 30 จำนวน 50 คน เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 1มื้อๆละ80 จำนวน 50 คน เป็นเงิน 4,000 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 1 คนๆละ1 ชั่งโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 600 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 3 คนๆละ 4ชั่งโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 7,200 บาท
วัสดุทำผลิตภัณฑ์ลดความอยากบุหรี่ เป็นเงิน 4,000 บาท
ค่าวัสดุสาทิตย์ บุหรี่และน้ำยา เป็นเงิน 1,000 บาท
1 มกราคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 256920340.00 บาท -
ติดตามผลโดยจัดทำแบบสอบถาม
เพื่อประเมินความรู้ ติดตาม ทัศนคติ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของผู้เข้าร่วมโครงการฯ ภายใน 1 - 3 เดือน
รวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ผลการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังการเข้าร่วมโครงการฯ
20 พฤษภาคม 2569 ถึง 29 พฤษภาคม 25690.00 บาท -
ประสานงานครูที่ปรึกษา / แกนนำนักเรียน / เจ้าหน้าที่สาธารณสุข / ผู้ปกครอง
ขอคยวามร่วมมือในการสังเกตุพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในโรงเรียนและที่พักอาศัย
ขอความร่วมมือผู้ปกครอง ในการสังเกตุพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในการสั่งซื้อสินค้า/ครวจรับพัสดุของกลุ่มเป้าหมาย
รายงานผลเบื้องตนต่อผู้รับผิดชอบโครงการฯ
1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569มีแนวโน้มการปรับเปลี่ยน/ปรับลด การสูบบุหรี่ไฟฟ้า
จำนวนผู้เสพบุหรี่ไฟฟ้าลดลง ร้อยละ 70
0.00 บาท
- เด็กอายุ9-12ปี มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษบุหรี่ไฟฟ้า
- จำนวนนักสูบหน้าใหม่ลดลง
