โครงการเกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย
-
นางสาวอาภรณ์ ลูกแก้ว
-
นางกาญจนา จันปาน
-
นางอำพร แก้วนพรัตน์
-
นางสาคร ศรีทองเพ็ง
-
นางสุภา คงเมือง
การทําเกษตรในทศวรรษหน้า ผลผลิตสําหรับผู้บริโภคจะเป็นคุณภาพเป็นหลัก หรืออาหารปลอดภัย (food safety) การค้าจะเน้นด้านคุณภาพของผลผลิตมากขึ้น การทําการเกษตรด้วยระบบอินทรีย์จะเข้ามามีบทบาททดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร ปัจจุบันการทําการเกษตรของประเทศไทย มีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกําจัดศัตรูพืชจํานวนมาก ซึ่งมีราคาแพงเพิ่มขึ้นทุกปีตามภาวะราคาตลาดน้ำมันโลก สารเคมีที่ใช้มีการสะสมในดิน น้ำ และผลผลิต เป็นอันตรายต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค และผลผลิตที่เป็นสินค้าส่งออกมีโอกาสที่จะถูกประเทศคู่ค้าส่งคืนกลับ จึงมีความจําเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนระบบการผลิตใหม่ หันมาใช้สารอินทรีย์ทดแทน อย่างน้อยให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภค (อาหารปลอดสารพิษ) และพัฒนาไปสู่อาหารไร้สารพิษและเกษตรอินทรีย์ในที่สุด จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ชมรม อสม.หมู่ 7 และหมู่ที่ 8 ตำบลชะมวง ในฐานะองค์กรหลักในการขับเคลื่อนส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมีทางการเกษตร จึงจําเป็นที่จะต้องให้เกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจ รู้จัก ผลิตและใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมีสามารถใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรได้อย่างยั่งยืน
-
เพื่อเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรและกลุ่มแกนนำรักสุขภาพ80.00
กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจสารเคมีในเลือด ร้อยละ 80
-
เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลด ละ เลิก การใช้สารเคมีของเกษตรกร50.00
1.กลุ่มเป้าหมายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ร้อยละ 50
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมี“เชิญ ชวน เชียร์ เลิกการใช้สารเคมี และตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรและแกนนำสุขภาพ จำนวน 2 ครั้ง
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 60 คน x 3 มื้อ x 25 บาท เป็นเงิน 4500 บาท
2.ค่าอาหารกลางวัน 60 คน x 1 มื้อ x 70 บาท เป็นเงิน 4,200 บาท
3.ค่าสมนาคุณวิทยากร 3 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1800 บาท
4.ค่ากระดาษทดสอบโคลีนเอสเตอเรส ขวดละ 1000 บาท จำนวน 2 ขวด เป็นเงิน 2000 บาท
5.อุปกรณ์ชุดทดสอบโคลีนเอสเตอเรส ชุดละ 1500 บาท จำนวน 2 ชุด เป็นเงิน 3000 บาท1 ธันวาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2569ผลผลิต 1.. ตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรและแกนนำสุขภาพ จำนวน 2 ครั้ง
2. ให้คำแนะนำวิธีการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดแก่เกษตรกรและแกนนำสุขภาพ จำนวน 2 ครั้ง ผลลัพธ์ 1. เมื่อทราบผลกลุ่มเป้าหมายเกิดความตระหนักถึงอันตรายสารเคมีตกค้างในเลือด 2. นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันตนเองขณะใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง
3. นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกซื้อผักผลไม้ปลอดสารเคมี รู้วิธีลดสารเคมีตกค้างในผักผลไม้ และปฏิบัติอย่างถูกต้อง 4. ได้พัฒนาแกนนำสุขภาพเฝ้าระวังการใช้สารเคมีในชุมชนคนชะมวง15500.00 บาท -
จัดตั้งกลุ่มแกนนำรักสุขภาพ ปลูกผักกินเอง
ลงเยี่ยมบ้านแกนนำรักสุขภาพ ติดตามการปลูกผักกินเอง ไม่ใช้งบประมาณ
1 ธันวาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2569ผลผลิต
จัดตั้งกลุ่มแกนนำรักสุขภาพ ปลูกผักกินเอง ผลลัพธ์ 1. เกษตรกรและกลุ่มแกนนำรักสุขภาพ มีสารเคมีตกค้างในเลือดลดลง ร้อยละ 50 (เปรียบเทียบครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2) 2. เกษตรกรและกลุ่มแกนนำรักสุขภาพ ปลูกผักกินเองครอบครัวละ อย่างน้อย 3 ชนิด 3. ปริมาณการใช้สารเคมีในเกษตรกรและกลุ่มแกนนำรักสุขภาพ ลดลงร้อยละ 50 (เปรียบเทียบก่อน-หลัง)0.00 บาท
- อัตราการใช้สารเคมีของเกษตรกรและกลุ่มแกนนำรักสุขภาพ ลดลงร้อยละ 50
- เกษตรกรและกลุ่มแกนนำรักสุขภาพ ปลูกผักกินเอง
- ผลการเจาะเลือดหาสารเคมีตกค้างในเลือดของเกษตรกรและกลุ่มแกนนำรักสุขภาพ “ปกติ” เพิ่มขึ้นร้อยละ 50
