โครงการพัฒนาศักยภาพและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลนาทวีนอก ประจำปีงบประมาณ 2569
เทศบาลตำบลนาทวีนอกร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลนาทวีนอก เมื่อปี 2551 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขในการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค รักษาพยาบาล และฟื้นฟูสมรรถภาพให้กับประชาชนทุกคน และส่งเสริมให้กลุ่มที่ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น แม่และเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มผู้ประกอบอาชีพเสี่ยงและผู้ป่วยเรื้อรังและประชาชนในท้องถิ่นสามารถเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึงตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นและตามประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ. 2567 ลงวันที่ 13สิงหาคม 2567 การดำเนินงานของกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นจะต้องมีคณะกรรมการชุดหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการบริหารหลักประกันสุขภาพโดยองค์ประกอบของคณะกรรมการมาจากหลากหลายภาคส่วนตามประกาศคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯจะต้องมีกรรมการ เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ภายใต้การกำกับดูแลของเทศบาลตำบลนาทวีนอก ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการกองทุนฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพและบรรลุผลสำเร็จตามที่กำหนดไว้ จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพและบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลนาทวีนอก ประจำปีงบประมาณ 2569 ขึ้น
-
เพื่อให้การบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลนาทวีนอก เป็นไปตามประกาศกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2567 เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป็นไปตามระเบียบกองทุนและ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน0.00
ร้อยละ 80 การบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลนาทวีนอก เป็นไปตามประกาศกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ พ.ศ.2567 เป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป็นไปตามระเบียบกองทุนและ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]49
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ/คณะอนุกรรมการกองทุนฯ/คณะอนุกรรมการ LTC และบุคคลภายนอกซึ่งเข้าร่วมประชุม
ค่าใช้จ่าย
1.ค่าเบี้ยประชุมคณะกรรมการกองทุนฯและบุคคลภายนอกซึ่งเข้าร่วมประชุม จำนวน 21 คนๆละ 400 บาท x 6 ครั้ง เป็นเงิน 50,400 บาท
2.ค่าเบี้ยประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยเหลือคณะกรรมการกองทุนฯ จำนวน 5 คนๆละ 300 บาท x 6 ครั้ง เป็นเงิน 9,000 บาท
3.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มคณะกรรมการกองทุนฯ และบุคคลภายนอกซึ่งเข้า ร่วมประชุม จำนวน 30 คนๆละ 35 บาท x 6 ครั้ง เป็นเงิน 6,300 บาท
4.ค่าเบี้ยประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการ จำนวน 10 คนๆละ 300 บาท x 3 ครั้ง เป็นเงิน 9,000 บาท
5.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการและ บุคคลภายนอกซึ่งเข้าร่วมประชุม จำนวน 15 คนๆละ 35 บาท x 3 ครั้ง เป็นเงิน 1,575 บาท
6.ค่าเบี้ยประชุมคณะอนุกรรมการ LTC จำนวน 10 คนๆละ 300 บาท x 3 ครั้ง เป็นเงิน 9,000 บาท
7.ค่าเบี้ยประชุมคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือคณะอนุกรรมการ LTC จำนวน 3 คนๆละ 200 บาท x 3 ครั้ง เป็นเงิน 1,800 บาท
8.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มคณะอนุกรรมการ LTC และคณะทำงาน จำนวน 13 คนๆละ 35 บาท x 3 ครั้ง เป็นเงิน 1,365 บาท
9.ค่าวัสดุสำนักงาน กระดาษ A4/แฟ้มใส่เอกสาร ฯลฯ เป็นเงิน 7,322 บาท
รวมเป็นเงิน 95,762 บาท
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569โครงการที่เข้าเสนอพิจารณาได้รับการอนุมัติงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนฯ เพื่อนำไปส่งเสริม ป้องกัน แก้ไขปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่
95762.00 บาท -
พัฒนาศักยภาพคณะกรรมการกองทุนฯ
ค่าใช้จ่าย
1.ค่าจัดอบรมแนวทางการบริหารกองทุนฯ และพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการ กองทุนฯ เป็นเงิน 70,000 บาท
2.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของคณะกรรมการ ที่ปรึกษา อนุกรรมการ คณะทำงานและเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับการ แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุน หลักประกันสุขภาพ เป็นเงิน 2,000 บาท
รวมเป็นเงิน 72,000 บาท
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569คณะกรรมการกองทุนฯ คณะอนุกรรมการกองทุนฯ คณะอนุกรรมการ LTC ได้รับการพัฒนาศักยภาพ
72000.00 บาท
กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลนาทวีนอกสามารถบริหารจัดการกองทุนฯได้บรรลุตามวัตถุประสงค์เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ พ.ศ.2567 เกิดประโยชน์สูงสุดของประชาชน
