โครงการกินดี มีสุข ปลูกผักปลอดสาร
-
นางสาวอาริสา มะสะ
-
นางสาวนิธิมา ปักษิน
-
นางสาวปติณญา ลอยลิบ
-
นางสาวสุมนทิพย์ ธรรมชาติ
-
นางสาวเนาวรัตน์ ราชเมืองฝาง
ในปัจจุบัน การใช้สารเคมีทางการเกษตรมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังและปัญหาสุขภาพระยะยาว การสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการเลือกบริโภคอาหารปลอดสารพิษและการปลูกผักกินเอง จึงเป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อสารพิษและส่งเสริมความปลอดภัยด้านอาหาร นอกจากนี้ การใช้พืชสมุนไพรทดแทนสารเคมีบางชนิดและการปลูกพืชผักภายในครัวเรือน ยังช่วยลดค่าใช้จ่าย เพิ่มความมั่นคงทางอาหาร และสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการด้านการสร้างเสริมสุขภาพนักเรียนและชุมชน ดังนั้น โรงเรียนชุมชนวัดเชิงแส ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญในการบริโภคอาหารปลอดสารพิษ รณรงค์ปลูกผักกินเอง เพื่อสุขภาวะของนักเรียนและทุกคน จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
-
เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริโภคอาหารปลอดสารพิษและการใช้พืชสมุนไพร0
ร้อยละ 90 ของผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เพิ่มขึ้นจากการอบรม
-
เพื่อส่งเสริมให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองปลูกผักปลอดสารพิษและพืชสมุนไพรในครัวเรือน0
ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมโครงการสามารถปลูกผักปลอดสารพิษได้จริงในครัวเรือน
-
เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้และแปลงสาธิตการปลูกผักปลอดสารพิษในโรงเรียน0
มีแปลงสาธิตปลูกผักปลอดสารพิษและสมุนไพรในโรงเรียนจำนวน 1 แปลง
-
เพื่อสร้างพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างยั่งยืน0
ลดการใช้ผักที่มีสารพิษตกค้างในการประกอบอาหารในโรงเรียนลงอย่างน้อย 50% ภายใน 6 เดือน
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน66
-
คณะทำงาน13
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กินดี มีสุข ปลูกผักปลอดสารพิษ
รายละเอียดกิจกรรม
1 ประชุมวางแผนโครงการ ประชุมคณะครูและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทาง สัปดาห์ที่ 1
2 อบรมให้ความรู้ จัดบรรยายและสาธิตการปลูกผักปลอดสารพิษและสมุนไพร โดยวิทยากร สัปดาห์ที่ 2
3 จัดทำแปลงสาธิต สร้างแปลงปลูกผักและสมุนไพรภายในโรงเรียน สัปดาห์ที่ 3
4 แจกชุดเมล็ดพันธุ์ แจกเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยอินทรีย์ให้ผู้เข้าร่วมโครงการ สัปดาห์ที่ 3
5 ติดตามผลการปลูก เยี่ยมและให้คำแนะนำแก่นักเรียนแต่ละชั้น เดือนที่ 2–3
6 สรุปและประเมินผล รวบรวมข้อมูลและประเมินความสำเร็จโครงการ สัปดาห์สุดท้าย
งบประมาณโดยประมาณ
1 ค่าวัสดุอุปกรณ์ อุปกรณ์ทำแปลง, บัวรดน้ำ, ถุงเพาะ, ท่อ ฯลฯ 4,400
2 ค่าดิน ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก ดินปลูก, ปุ๋ยคอก, ปุ๋ยหมัก, แกลบดำ ฯลฯ 4,400
3 ค่าเมล็ดพันธุ์ผักปลอดสาร คะน้า, กวางตุ้ง, ผักบุ้ง, โหระพา, ต้นหอม ฯลฯ 2,000
4 ค่าวิทยากร/ผู้เชี่ยวชาญ ค่าบรรยาย, เอกสาร, ค่าเดินทาง 1,800
5 ค่าอาหารว่าง/เครื่องดื่ม (เบรก) น้ำผลไม้, เบเกอรี่ สำหรับผู้เข้าร่วม 2,400
รวม 15,0003 พฤศจิกายน 2568 ถึง 31 มกราคม 2569- นักเรียนและครูมีความรู้และทักษะการปลูกผักปลอดสารพิษและพืชสมุนไพร
- โรงเรียนมีแปลงสาธิตที่ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรปลอดสารพิษ
- นักเรียนและครอบครัวลดการบริโภคผักที่มีสารพิษตกค้าง
- ชุมชนมีความตระหนักและสามารถพึ่งพาตนเองด้านอาหารมากขึ้น
15000 บาท
ทุกรายการถัวเฉลี่ยกันได้
- นักเรียนและครูมีความรู้และทักษะการปลูกผักปลอดสารพิษและพืชสมุนไพร
- โรงเรียนมีแปลงสาธิตที่ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรปลอดสารพิษ
- นักเรียนและครอบครัวลดการบริโภคผักที่มีสารพิษตกค้าง
- ชุมชนมีความตระหนักและสามารถพึ่งพาตนเองด้านอาหารมากขึ้น
