โครงการส่งเสริมทันตสุขภาพในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ประจำปี 2569
-
นางสาวทัศนียารักไทรทอง
-
นางจิตติมา บัวหอม
โรคฟันผุเป็นปัญหาหนึ่งที่มีความสำคัญในงานทันตสาธารณสุขของเด็กก่อนวัยเรียน จากรายงานผลการสำรวจสภาวะช่องปากแห่งชาติ พ.ศ. 2555 และ 2560 ในกลุ่มเด็กอายุ 3 ปี พบว่า ความชุกของโรคฟันผุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มีฟันน้ำนมผุร้อยละ 51.80 และ 52.90 ตามลำดับ จากการสำรวจสถานการณ์ฟันผุในเด็กไทยพบว่าเด็กเริ่มมีฟันผุตั้งแต่อายุ 9 เดือน และพบว่าเด็กอายุ 3 ปีมีฟันผุเฉลี่ย 3 ซี่ต่อคน สาเหตุหลักของฟันผุในเด็กเล็กมาจากพฤติกรรมการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม เช่น การให้เด็กทานขนมหรือนมที่มีรสหวานเป็นประจำ การปล่อยให้เด็กหลับคาขวดนมหลังจากฟันขึ้นแล้ว หรือผู้ปกครองละเลยเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปาก โดยไม่ได้เริ่มแปรงฟันตั้งแต่น้ำนมซี่แรกขึ้น ผลกระทบของโรคฟันผุในเด็กสามารถส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพช่องปากในอนาคตได้ การมีฟันน้ำนมผุ เด็กจะปวดฟัน เคี้ยวอาหารไม่ได้ ร่างกายจะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ส่งผลต่อการเจริญเติบโต อีกทั้งอาการปวดฟันยังส่งผลต่อการนอนหลับและการเรียนรู้ สิ่งเหล่านี้ล้วนกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กตัวเล็กๆ สามารถขัดขวางพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์และสติปัญญาได้
นอกจากนี้เด็กที่มีฟันน้ำนมผุก็มักจะพบว่าฟันแท้ผุไปด้วย เนื่องจากเด็กที่มีฟันผุจะมีเชื้อก่อโรคฟันผุในช่องปากมากกว่าปกติซึ่งจะส่งผลให้ฟันแท้ที่กำลังจะขึ้นใหม่นั้นเกิดฟันผุได้เช่นเดียวกัน ผู้ปกครองจึงควรให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพช่องปากและการปลูกฝังเด็กในเรื่องการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดี เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีฟันที่แข็งแรงและไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก
แนวทางที่สำคัญที่ใช้การป้องกันโรคฟันผุและเหงือกอักเสบในวัยเรียน คือการส่งเสริมและป้องกันทันตสุขภาพ ซึ่งจะต้องเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการเชิงรุกในโรงเรียน ซึ่งเด็กนักเรียนส่วนใหญ่มักบริโภคอาหารจำพวกลูกอม น้ำหวาน และขนมกรุบกรอบ ทำให้เด็กนักเรียนมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุสูงมาก เนื่องจากผู้ปกครองยังขาดความตระหนักและความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก สังกัดเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ได้เล็งเห็นความสำคํยของปัญหาฟันผุในเด็ก จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้น
-
เพื่อให้ครู/ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง และเด็กปฐมวัย มีทักษะความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก5080
ครู/ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง และเด็กปฐมวัย มีทักษะความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก
-
เพื่อให้ครู/ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง และเด็กปฐมวัย มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็ก5080
ครู/ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง และเด็กปฐมวัย มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็ก
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน40
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน0
-
กลุ่มวัยทำงาน0
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด0
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง0
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
-
ครู/ผู้ดูแลเด็ก และผู้ปกครอง43
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็ก
กลุ่มเป้าหมาย คือ ครู/ผู้ดูแลเด็ก 4 คน และผู้ปกครองในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก 40 คน รวมจำนวนทั้งหมด 44 คน
รายละเอียดกิจกรรม
1. ขั้นเตรียมงาน
- ประชุมครู/ผู้ดูแลเด็กเพื่อวางแผนรูปแบบกิจกรรม
- ประสานเจ้าหน้าที่วิทยากร
- จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในโครงการ
2. ขั้นตอนดำเนินงาน
- กิจกรรมการอบรมให้ความรู้โดยรวมกลุ่มเป้าหมายของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เป็นระยะเวลาครึ่งวัน
3. ขั้นสรุปผล
- สรุปผลการดำเนินงาน
กำหนดการ
เวลา 08.30 - 09.00 น. ลงทะเบียน
เวลา 09.00 - 11.00 น. อบรมให้ความรู้ในการส่งเสริมทันตสุขภาพในเด็ก
เวลา 11.00 - 12.00 น. กิจกรรมสาธิตการแปรงฟันสำหรับเด็กก่อนวัยเรียนให้ผู้ปกครอง และให้ผู้ปกครองได้ฝึกปฏิบัติวิธีการแปรงฟันที่ถูกต้อง พร้อมให้ผู้ปกครองได้ฝึกปฏิบัติวิธีการแปรงฟันที่ถูกต้อง และฝึกเทคนิคการเล่านิทานเกี่ยวกับการแปรงฟันให้ลูกๆฟัง
เวลา 11:30 - 12:00 น. สนทนาซักถาม และสรุปกิจกรรม
งบประมาณ
1. ค่าสมนาคุณวิทยากร (บรรยาย) 1 คน X 600 บาท X 2 ชม. = 1,200 บาท
2. ค่าสมนาคุณวิทยากร (กลุ่ม) 300 บาท X 2 คน X 1 ชม. = 600 บาท
3. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 44 คน X 35 บาท/มื้อ = 1,540 บาท
4. ค่าป้ายโครงการ 1,200 บาท X 1 ผืน = 1,200 บาท
5. ค่าป้ายไวนิลพร้อมขาตั้ง ให้ความรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมทันตสุขภาพในเด็ก 1,000 บาท X จำนวน 2 ผืน = 2,000 บาท
6. ค่าจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับโครงการ ได้แก่ สมุด ปากกา แฟ้มเอกสาร กระดาษถ่ายเอกสาร ฯลฯ จำนวน 2,000 บาท
6.1 แปรงสีฟันสำหรับเด็ก 40 บาท x 40 อัน = 1,600 บาท
6.2 ยาสีฟันสำหรับเด็ก 55 บาท x 40 อัน = 2,200 บาท
7. ค่าจัดซื้อนิทานเกี่ยวกับการแปรงฟันสำหรับเด็ก = 500 บาท15 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ในการส่งเสริมทันตสุขภาพในเด็ก
12840 บาท
สามารถถัวเฉลี่ยได้ทุกรายการในวงเงินที่ได้รับ
- ครู/ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครองและเด็กปฐมวัย มีทักษะความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากในเบื้องต้น
- ครู/ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครองและเด็กปฐมวัย มีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็ก
