โครงการวัดรอบรู้ รู้รอบวัดส่งเสริมสุขภาพ
-
จำนวนวัดไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินวัดส่งเสริมสุขภาพ12.00
-
พระภิกษุ สามเณร แม่ชี ได้รับการคัดกรองสุขภาพ0.00
วัดเป็นศาสนสถานที่สำคัญยิ่งในศาสนาพุทธ เป็นสถานที่ที่มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์และพัฒนาพุทธศาสนิกชนให้เป็นผู้ศรัทธาที่สมบูรณ์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ชุมชนชาวพุทธในปัจจุบันจะได้หันมาให้ความสำคัญกับองค์กรวัดไม่ใช่ในฐานะแค่เพียงเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมเท่านั้น แต่ในฐานะขององค์กรที่จะต้องมีบทบาทในการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ ตามศาสนบัญญัติอีกด้วย ซึ่งศาสนา มีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพ พระสงฆ์เป็นผู้มีความสำคัญในการ สืบทอดพระพุทธศาสนา พัฒนาการเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม และการพัฒนาสังคม ท้องถิ่น ชุมชนอันเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับชุมชน ในเรื่องการดูแลสุขภาพตนเอง สิ่งแวดล้อมภายในวัด และขยายผลสู่การพัฒนาสุขภาวะของชุมชน จากข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ พบว่า พระสงฆ์ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือดและภาวะไขมันในเลือดสูง ซึ่งมีสาเหตุสำคัญเกิดจากอาหารที่ใส่บาตรทำบุญของประชาชนที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ และขาดความตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพของพระสงฆ์ นอกจากนี้ พระสงฆ์ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรค เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ ดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง และขาดการออกกำลังกายที่เหมาะสม หากไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจะกลายเป็นผู้ป่วยรายใหม่ ดังนั้น ในการดูแลสุขภาพในยุคปัจจุบันควรจะอยู่ในรูปแบบบูรณาการระหว่างหลักธรรมกับหลักการแพทย์และสาธารณสุขที่ไม่ขัดต่อหลักศาสนาเข้าด้วยกัน ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าโครงสร้างประชากรไทยอยู่ในระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนภาระพึ่งพิงของประชากร ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดถึงความได้เปรียบทางประชากรในการพัฒนาประเทศการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องเป็นส่งที่ดีและทุกคนควรกระทำ หากทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงและสมบูรณ์ จะส่งผลให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามไปด้วยการส่งเสริมสุขภาพโดยให้วัดได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องดำเนินการในพื้นที่ เทศบาลเมืองพัทลุงมีประชากรที่นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ และมีวัดทั้งหมด จำนวน ๑๔ แห่ง การส่งเสริมสนับสนุนให้พระสงฆ์มีสุขภาพดีจะทำให้เกิดการพัฒนาศักยภาพในการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์และเป็นการพัฒนาเครือข่ายพระสงฆ์ให้พระสงฆ์เป็นแกนนำด้านส่งเสริมสุขภาพในชุมชนเพื่อเฝ้าระวังสุขภาพตนเองประชาชนและพระสงฆ์กันเองส่งเสริมให้มีความรู้ทักษะและความรอบรู้ด้านสุขภาพจัดบริหารจัดการสุขภาพได้ด้วยตนเองและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพของชุมชนให้ยั่งยืนส่งผลต่อการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์และมีคุณภาพชีวิตต่อไป
-
1. เพื่อส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม วัดมีฐานข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ สามเณร และนักบวช90.00
ร้อยพระสงฆ์ที่ได้รับการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ อย่างน้อยร้อยละ 90
-
2.เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมที่พึงประสงค์ พระสงฆ์ สามเณรและนักบวช80.00
พระสงฆ์ สามเณรและนักบวช มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์อย่างน้อยร้อยละ ๘๐
-
3.ส่งเสริมและสนับสนุน ให้พระสงฆ์ สามเณร และนักบวชนำองค์ความรู้ ภูมิปัญญา มาปรับใช้ในการดูแลสุขภาพตนเอง และมีการประยุกต์ในธรรมะเทศนาเกี่ยวกับเชิงส่งเสริมสุขภาพ30.00
พระสงฆ์ สามเณรและนักบวช ผ่านการอบรมพระธรรมนิเทศด้านสุขภาวะ อย่างน้อย 30 รูป
-
4.เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการประเมินวัดส่งเสริมสุขภาพ5.00
วัดผ่านเกณฑ์ประเมินวัดส่งเสริมสุขภาพ ระดับก้าวหน้า อย่างน้อยร้อยละ 35
-
พระสงฆ์สามเณร แม่ชี นักบวช0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงาน เพื่อวางแผนงาน
- ประสานงานคณะทำงาน
- ประสานวิทยากร
- เตรียมสื่อ
ค่าใช้จ่ายดังนี้
-ค่าอาหารและเครื่องดืม ผู้เข้าร่วม ประชุม10 คน ชุดละ 30 บาท รวมเป็นเงิน 300 บาท
1 ธันวาคม 2568 ถึง 20 มกราคม 2569มีแผนงาน กิจกรรม
300.00 บาท -
คัดกรองสุขภาพพระภิกษุ สามเณร และนักบวช พร้อมทำทะเบียนสุขภาพ
- คัดกรองสุขภาพตามแบบคัดกรองสุขภาพพระสงฆ์วัดในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง 14 วัด จำนวนประมาณ 110 รูป ประเมินภาวะสุขภาพพระสงฆ์ดูแลและประสานส่งต่อตามเกณฑ์ ค่าใช้จ่ายประกอบด้วย
- ค่าอาหารว่างและน้ำปานะ ถวายพระ ชุดละ 30 บาท จำนวน 100 ชุดเป็นเงิน 3000 บาท
- สมุดบันทึกสุขภาพพระสงฆ์เล่มละ 30 บาท จำนวน 100 เล่ม เป็นเงิน 3000 บาท
- ค่าไวนิล โครงการ ขนาด 1x1.5 เมตร ตารางเมตรละ 150 บาท เป็นเงิน 225 บาท
5 มกราคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2569พระสงฆ์ สามเณรและนักบวช ที่ได้รับการคัดกรองและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ
มีทะเบียนสถานะสุขภาพพระตามแบบบันทึก เกณฑ์ประเมินวัดส่งเสริมสุขภาพ. พระสงฆ์ภิกษุ ที่มีปัญหาสุขภาพได้รับการดูแล6225.00 บาท -
อบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรพระธรรมนิเทศด้านสุขภาวะ
อบรมเชิงปฏิบัติ หลักสูตรพระธรรมนิเทศด้านสุขภาวะ (หลักสูตร 12 ชั่วโมง ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติ)ระยะเวลา 3 วัน วันละ 4 ชั่วโมง
วิทยากร ประกอบด้วย พระธรรมนิเทศด้านสุขภาวะ, พระคิลานุปัฏฐาก, นักประชาสัมพันธ์, นักวิชาการสาธารณสุข, พยาบาลวิชาชีพ เนื้อหา ประกอบด้วย การพัฒนาทักษะการพูดและการสื่อสารสุขภาวะ,การใช้สื่อเพื่อการสื่อสาร, การสื่อสารเพื่อกำหนดปัจจัยกำหนดสุขภาวะ,หลักพุทธธรรมกับสุขภาวะ ค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย - ค่าอาหารว่างและน้ำปานะ ถวายพระผู้เข้าอบรมและคณะทำงานชุดละ 30 บาท จำนวนวันละ 40 ชุด 3 วันเป็นเงิน 3600 บาท - ค่าอาหารกลางวัน ถวายพระผู้เข้าอบรมและคณะทำงาน ชุดละ 60 บาทจำนวน 40 ชุด จำนวน 3 วัน เป็นเงิน7200 บาท - ค่าตอบแทนวิทยากร 12 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 600 บาท เป็นเงิน 7200 บาท - ค่าคู่มือพระธรรมนิเทศด้านสุขภาวะเล่มละ 80 บาท จำนวน 30 เล่มเป็นเงิน 2400 บาท - ค่าสื่่อใบลานด้านสุขภาพสำหรับพระธรรมเทศนา ชุดละ 50 บาท จำนวน 30 ชุด เป็นเงิน 1500 บาท - เกียรติบัตรใบละ 22.5 บาทจำนวน 30 ใบ เป็นเงิน 675บาท19 มกราคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569พระสงฆ์ สามเณรและนักบวช ผ่านการอบรมพระธรรมนิเทศด้านสุขภาวะ อย่างน้อย 30 รูป
22575.00 บาท -
ติดตามเยี่ยมเสริมพลัง เพื่อประเมินวัดส่งเสริมสุขภาพ
ติดตามเยี่ยมเสริมพลังพระธรรมนิเทศด้านสุขภาวะที่ผ่านการอบรม, ติดตามประเมินการดำเนินงานวัดส่งเสริม
จำนวน 14 วัด ใช้เวลา 3 วัน ค่าใช้จ่ายประกอบด้วย - น้ำปานะถวายพระและอาหารว่างสำหรับคณะทำงานวันละ 10 ชุด ชุดละ 30 บาท รวม 3 วันเป็นเงิน 900 บาท2 มีนาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569900.00 บาท -
สรุปและประเมินผลโครงการ
รวบรวมข้อมูลและสรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ
1 สิงหาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 25690.00 บาท
งบประมาณทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยจ่ายได้
พระภิกษุสงฆ์ มีสุขภาพดี มีความรอบรู้ด้านสุขภาพตามหลักพระธรรมวินัย พร้อมส่งต่อความรู้ เผยแผ่สู่ประชาชน วัดและชุมชนให้เกิดความร่วมมือในการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน
