โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในการป้องกันโรคไข้เลือดออก ชุมชนเจริญเขต ประจำปี 2569
-
นายเอกนันท์ มะหะหมัด นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ
-
นายอาแว ยูไฮ นักวิชาการสาธารณสุข โทร.086-9566586 (ผู้รับผิดชอบโครงการ)
-
นางสุนีย์ ดือราแม นักวิชาการสาธารณสุชชำนาญการ
-
นายฮานิ ดาโอ๊ะ นักวิชาการสาธารณสุข
โรคไข้เลือดออกเดงกี (Dengue fever: DF) นับเป็นโรคอุบัติใหม่ พบการระบาดที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2501 ภายหลังจากระบาดที่มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ พ.ศ. 2496 - 2497 มีจำนวนผู้ป่วยประมาณ 2,000 กว่าราย และมีอัตราป่วยตายสูงถึงร้อยละ 14 ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งโรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขของประเทศไทย มียุงลายบ้านเพศเมียเป็นพาหะนำโรค และในชนบทบางพื้นที่จะมียุงลายสวนเป็นพาหะนำโรคร่วมกับยุงลายบ้าน มักพบในประเทศเขตร้อนและระบาดในช่วงฤดูฝนของทุกปี มีการแพร่กระจายของเชื้ออย่างกว้างขวาง โดยสาเหตุของโรคไข้เลือดออกมาจากเชื้อไวรัสเดงกี ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 4 สายพันธุ์ คือ DENV-1, DENV-2, DENV-3, DENV-4 เมื่อยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่มีระยะไข้สูงซึ่งมีไวรัสอยู่ในกระแสเลือด เชื้อไวรัสจะเข้าสู่กระเพาะยุงและเพิ่มจำนวน จากนั้นเดินทางเข้าสู่ต่อมน้ำลาย และเมื่อยุงลายที่มีเชื้อกัดคนทำให้เกิดอาการของโรค ผู้ป่วยจะมีไข้สูง มีผื่น แดงตามร่างกาย อาจมีอาการคัน ตาแดง ท้องเดิน คลื่นไส้อาเจียน และชัก ส่วนใหญ่เด็กมีอาการน้อยกว่าผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่จะมีอาการปวดข้อ อาจพบข้ออักเสบและมีอาการปวดนานเป็นเดือนหรือเป็นปี ซึ่งผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่เคยได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใดจะมีภูมิคุ้มกันเฉพาะสายพันธุ์นั้น หากได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่ต่างออกไปจากครั้งแรกก็สามารถเป็นไข้เลือดออกได้อีก และโดยทั่วไปอาการของโรคในครั้งที่สองมักจะรุนแรงกว่าครั้งแรก เนื่องจากไม่มีภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์นั้นๆ สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการระบาด ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร การขยายตัวของชุมชนเมืองและ การคมนาคมที่สะดวกขึ้น ทำให้การแพร่กระจายของโรคไข้เลือดออกเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีอัตราการเสียชีวิตของคนจากโรคติดต่อเพิ่มขึ้นทั้งในเด็ก ผู้ใหญ่ จนไปถึงผู้สูงอายุ
ผลจากการดำเนินงานภายใต้แผนงานเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อนำโดยยุงลาย ได้มีการจัดทำรายงานสถานการณ์โรคติดต่อนำโดยยุงลายเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2562-2566 พบว่า มีจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสูงสุดในปี พ.ศ. 2566 คือ 109,242 ราย รองลงมาปี 2562 คือ 100,795 ราย และลดลงตามลำดับ ซึ่งในปี พ.ศ. 2566 มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จำนวน 109,242 ราย อัตราป่วย 165.19 ต่อประชาชนแสนคน และมีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต 112 ราย อัตราป่วยตายร้อยละ 0.103 ต่อประชากรแสนคน โดยสถานการณ์โรคตั้งแต่ 1 มกราคม – 16 ตุลาคม 2568 มีรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออก จำนวน 48,697 ราย อัตราป่วย 73.54 ต่อประชากรแสนคน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 43 ราย อัตราป่วยตายร้อยละ 0.09 ต่อแสนประชากรแสนคน และจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 10 อับดับแรก คือ เชียงใหม่ ภูเก็ต แม่ฮ่องสอน สมุทรสาคร นครปฐม ลำพูน ตาก สพรรณบุรี สมุทรปราการ จันทบุรี ตามลำดับ สำหรับภาคใต้เขต 12 มีจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกปัจจุบัน ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 16 ตุลาคม 2568 พบว่า มีจำนวนผู้ป่วย 4,834 ราย อัตราป่วย 97.30 ต่อประชาชนแสนคน เสียชีวิต 6 ราย อัตราป่วยตายร้อยละ 0.12 ต่อประชากรแสนคน โดยจังหวัดที่มีผู้ป่วยมากที่สุดในภาคใต้ 7 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ตรัง นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลาและสตูล
จากข้อมูลข้างต้น พบว่า ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 16 ตุลาคม 2568 จังหวัดนราธิวาสมีจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกจำนวน 650 ราย อัตราป่วย 80.51 ต่อประชากรแสนคน ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่อยู่ในลำดับจังหวัดที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกเป็นอันดับที่ 3 ของเขต 12 สำหรับพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก มีจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกจำนวน 68 ราย อัตราป่วย 88.08 ต่อประชากรแสนคน แยกเป็นรายตำบลที่พบการระบาดมากที่สุด ได้แก่ ตำบลปาเสมัส ตำบลมูโนะ ตำบลสุไหงโก-ลก และตำบลปูโยะ อัตราป่วย 119.34, 108.62 , 74.65 และ 44.29 ต่อประชาชนแสนคน ตามลำดับ เมื่อพิจารณาจากการระบาดของโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ตำบลสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นตำบลที่มีขนาดใหญ่ บ้านเรือนที่ประชากรอาศัยอยู่มีลักษณะอยู่ชิดติดกันทั้งชุมชน ที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่ แต่จากผลการดำเนินการยังไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ กล่าวคือ ยังคงมีการระบาดของโรคไข้เลือดออก และแนวโน้มการระบาดที่มากขึ้นในแต่ละปี ดังนั้น มาตรการที่สำคัญที่ใช้ในการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกให้ได้ผลดีนั้น คือการตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรค โดยการกำจัดแหล่งโรค จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค และป้องกันบุคคลไม่ให้ติดเชื้อหรือเกิดโรค การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย เป็นกลวิธีที่มีบทบาทสำคัญ เนื่องจากเป็นการกระตุ้นเตือนบุคคลในชุมชน ในการตระหนักและเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหา ชุมชนร่วมปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยและบริเวณข้างเคียง พร้อมแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมในการป้องกันโรคไข้เลือดออก ร่วมลงพื้นที่ในการป้องกันโรค ให้สุขศึกษา จะทำให้การป้องกันและควบคุมโรคได้ผลดียิ่งขึ้นและยั่งยืน
-
เพื่อลดอัตราป่วย และอัตราตายด้วยโรคไข้เลือดออก50.00
ลดอัตราป่วย และอัตราตายด้วยโรคไข้เลือดออก
-
เพื่อให้ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการควบคุมป้องกันไข้เลือดออก80.00
ภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมในการควบคุมป้องกันไข้เลือดออก
-
เพื่อส่งเสริมให้อาสาสมัครประจำบ้านมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น80.00
อาสาสมัครประจำบ้านมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น
-
-
อาสาสมัครประจำบ้าน (อสบ)70
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดเวทีพัฒนารูปแบบการดำเนินงานควบคุมโรคไข้เลือดออกในชุมชนเจริญเขต
กลุ่มเป้าหมาย ตัวแทนจาก รพ., ตัวแทนจากเทศบาล, อสม., ประธานชุมชน จำนวน 40 คน
รายละเอียดกิจกรรม
- ประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมในการทำโครงการ โดยใช้กิจกรรม AIC แก่ตัวแทนจาก รพ., ตัวแทนจากเทศบาล, อสม., ประธานชุมชน
กำหนดการ
08.30 น. – 08.45 น. ลงทะเบียน
08.45 น. – 09.00 น. พิธีเปิดโครงการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก
09.00 น. – 12.00 น. กิจกรรม AIC โดยวิทยากร นายณรงค์ โต๊ะปิ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงจังหวัดนราธิวาส
- ขั้นตอนการสร้างความรู้ (Appreciation : A)
A1 : การวิเคราะห์สภาพการของหมู่บ้าน ชุมชน ในปัจจุบัน
A2 : การกำหนดอนาคตหรือวิสัยทัศน์ อันเป็นภาพพึงประสงค์ในการพัฒนาว่าต้องการอย่างไร
- ขั้นตอนการสร้างแนวทางการพัฒนา (Influence : I)
I1 : การคิดเกี่ยวกับกิจกรรมโครงการที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์
I2 : การจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรม โครงการ
12.00 น. – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. – 16.00 น. กิจกรรม AIC โดยวิทยากร นายณรงค์ โต๊ะปิ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงจังหวัดนราธิวาส(ต่อ)
- ขั้นตอนการสร้างแนวทางปฏิบัติ (Control : C)
C1 : การแบ่งความรับผิดชอบ
C2 : การตกลงใจในรายละเอียดของการดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติ
16.01 น. ปิดโครงการ
งบประมาณ
1. ค่าอาหารกลางวัน 40 คน x 80 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 3,200 บาท
2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 40 คน x 35 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 2,800 บาท
3. ค่าตอบแทนวิทยากร 600 บาท x 6 ชม. เป็นเงิน 3,600 บาท15 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 31 มีนาคม 2569มีการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานควบคุมโรคไข้เลือดออกในชุมชน จำนวน 1 ชุมชน
ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุม
9600.00 บาท -
อบรมอาสาสมัครประจำบ้านกำจัดลูกน้ำยุงลาย
กลุ่มเป้าหมาย อาสาสมัครประจำบ้าน 70 คน และ จนท 5 คน รวมทั้งหมด 75 คน
รายละเอียดกิจกรรม
- อบรมให้ความรู้โรคไข้เลือดออก แก่อาสาสมัครประจำบ้าน
กำหนดการ
08.00 น. – 08.30 น.ลงทะเบียน
08.30 น. – 08.45 น. พิธีเปิดโครงการ นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก
08.45 น. – 09.00 น. บททดสอบความรู้ก่อนอบรม
09.00 น. – 12.00 น. กิจกรรมอบรมให้ความรู้โรคไข้เลือดออก วิทยากรโดยนายณรงค์ โต๊ะปิ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงจังหวัดนราธิวาส
12.00 น. – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. – 16.00 น. กิจกรรมอบรมให้ความรู้โรคไข้เลือดออก วิทยากรโดยนายณรงค์ โต๊ะปิ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงจังหวัดนราธิวาส (ต่อ)
16.00 น. – 16.15 น. สรุปผลการจัดอบรม
16.15 น. – 16.30 น. บททดสอบความรู้หลังอบรม และประเมินความพึงพอใจ
งบประมาณ
1. ค่าอาหารกลางวัน 75 คน x 80 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 6,000 บาท
2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 75 คน x 35 บาท x 2 มื้อเป็นเงิน 5,250 บาท
3. ค่าตอบแทนวิทยากร 600 บาท x 6 ชม. เป็นเงิน 3,600 บาท
4. ค่าไฟฉายพร้อมถ่าน 60 กระบอก x 50 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
5. ค่าทรายอะเบท 1 ถัง เป็นเงิน 6,000 บาท
6. ค่าวัสดุที่ใช้ในการอบรม ได้แก่ ปากกา สมุด แฟ้ม ฯลฯ เป็นเงิน 1,000 บาท15 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569เกิดอาสาสมัครประจำบ้านกำจัดลูกน้ำยุงลาย
ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม
24850.00 บาท -
ประชุมถอดบทเรียน (AAR)
กลุ่มเป้าหมาย ตัวแทนจาก รพ., ตัวแทนจากเทศบาล, อสม., ประธานชุมชน 40 คน
รายละเอียดกิจกรรม
- ประชุมถอดบทเรียนให้แก่ ตัวแทนจาก รพ., ตัวแทนจากเทศบาล, อสม., ประธานชุมชน
กำหนดการ
08.30 น. – 08.45 น.ลงทะเบียน
08.45 น. – 09.00 น. พิธีเปิดโครงการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก
09.00 น. – 11.00 น. กิจกรรมถอดบทเรียน โดย หัวหน้างานควบคุมโรคและระบาดวิทยา โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก
11.00 น. – 12.00 น. วางแผนโครงการปีงบประมาณ 2567
งบประมาณ
1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 40 คน x 35 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 1,400 บาท1 มีนาคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2569เกิดกระบวนการถอดบทเรียน (AAR) จากกิจกรรมที่ดำเนินการ
ร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมประชุม
1400.00 บาท
สามารถถัวเฉลี่ยได้ทุกรายการ
- ลดอัตราป่วย และอัตราตายด้วยโรคไข้เลือดออก
- มีภาคีเครือข่ายในการควบคุมป้องกันไข้เลือดออก เกิดความร่วมมือระหว่างประชาชน องค์กรและหน่วยงานในท้องถิ่น ในการดำเนินกิจกรรมกำจัดลูกน้ำยุงลายในพื้นที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก
- อาสาสมัครประจำบ้านมีความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น
