โครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ห่างไกลโรคฟันผุ ในนักเรียนประถมศึกษา ประจำปี 2569
สุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพโดยรวมที่มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าโรคฟันผุเป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่พบบ่อยที่สุดในเด็กทั่วโลก และยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในประเทศไทย โรคฟันผุไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการเจริญเติบโต โภชนาการ การเรียนรู้ และพัฒนาการของเด็กอีกด้วย เนื่องจากเด็กที่มีฟันผุมักมีอาการปวดฟัน เคี้ยวอาหารไม่สะดวก ส่งผลให้ขาดเรียนบ่อยครั้ง และขาดความมั่นใจในการสื่อสารกับผู้อื่นตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดให้การส่งเสริมสุขภาพช่องปากในกลุ่มเด็กวัยเรียนเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญ โดยมุ่งเน้นการป้องกันโรคฟันผุและส่งเสริมให้เด็กมีทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองอย่างถูกต้อง ตามหลักการ ป้องกันดีกว่าแก้ไข การสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ดีตั้งแต่วัยเด็กจะช่วยให้เด็กมีสุขภาพช่องปากที่ดีตลอดช่วงชีวิต จากการตรวจสุขภาพช่องปากของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ในโรงเรียนประจำปี 2567จำนวน 127 คน พบว่ามีนักเรียนที่มีฟันผุจำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 7.87 ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ (ประมาณร้อยละ 50-60 ในเด็กวัยนี้) แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนมีการดูแลสุขภาพช่องปากของนักเรียนค่อนข้างดี อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ปัญหาขยายตัวและเพื่อรักษาสถานการณ์ให้คงอยู่ในสภาวะที่ดี จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคฟันผุในเด็กวัยเรียน ได้แก่ พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูง การแปรงฟันไม่ถูกวิธีหรือไม่สม่ำเสมอ การขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก การไม่ได้รับฟลูออไรด์เพื่อป้องกันฟันผุ และการไม่ได้รับการตรวจและรักษาอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจึงต้องครอบคลุมทั้งด้านการให้ความรู้ การสร้างทักษะ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การรักษาโรค และการป้องกันโรค โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะแพน จึงจัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ห่างไกลโรคฟันผุ ในนักเรียนประถมศึกษา ประจำปี 2569เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพช่องปาก รวมทั้งให้นักเรียนที่มีฟันผุได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
-
เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากและการป้องกันฟันผุอย่างถูกต้อง และมีทักษะในการแปรงฟันด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง80.00
นักเรียนร้อยละ 80 มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก และมีการแปรงฟันที่ถูกวิธี
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน180
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ตรวจสุขภาพช่องปาก
กิจกรรม นักเรียนประถมศึกษาทุกคนได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก โดยบุคลากรทันตสาธารณสุข
งบประมาณ ไม่ใช้งประมาณ
20 พฤษภาคม 2569 ถึง 22 พฤษภาคม 2569นักเรียนประถมศึกษาทุกคนได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก โดยบุคลากรทันตสาธารณสุข
0.00 บาท -
ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและการป้องกันฟันผุและฝึกการแปรงฟันที่ถูกวิธี
กิจกรรม ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากและการป้องกันฟันผุและฝึกการแปรงฟันที่ถูกวิธี พร้อมแจกอุปกรณ์สาธิตการแปรงฟัน
งบประมาณ - จัดซื้ออุปกรณ์สาธิตการแปรงฟันจำนวน 180 ชุดๆละ 27 บาทเป็นเงินจำนวน4,860 บาท - ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 2คนๆละ 3 ซม.ๆละ 300 บาทเป็นเงินจำนวน1,800 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,660 บาท (หกพันหกร้อยหกสิบบาทถ้วน)27 พฤษภาคม 2569 ถึง 27 พฤษภาคม 2569นักเรียนได้รับความรู้เกี่ยวกับสุขภาพช่องปากไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
นักเรียนที่แปรงฟันด้วยเทคนิคที่ถูกต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
อัตราการเกิดฟันผุใหม่ไม่เกินร้อยละ 5
6660.00 บาท -
รักษาฟันผุและทำฟลูออไรด์เคลือบฟัน
กิจกรรม
1.ติดตามให้นักเรียนที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากได้รับการรักษาครบถ้วน
2.ทาฟลูออไรด์เคลือบฟันให้แก่นักเรียนทุกคน
งบประมาณ
ไม่ใช้จ่ายงบประมาณ
25 พฤษภาคม 2569 ถึง 26 พฤษภาคม 2569นักเรียนที่มีปัญหาสุขภาพช่องปากได้รับการรักษาครบถ้วน
ทาฟลูออไรด์เคลือบฟันให้แก่นักเรียนทุกคน
0.00 บาท
นักเรียนประถมศึกษามีสุขภาพช่องปากที่ดี และลดอัตราการเกิดฟันผุ
