โครงการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน ปีงบประมาณ 2569
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน15.30
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)10.79
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย5.30
จากการเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจ สังคม ประชากร และความเจริญทางเทคโนโลยี มีผลทําให้ สุขภาพประชาชนป่วยหรือตายด้วยโรคไม่ติดต่อเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้พฤติกรรมการดํารงชีวิตที่อาจทําให้เกิด ความเครียด ภาวะโภชนาการเกิน ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน สถานการณ์โรคเบาหวานทั่วโลก ( กรมควบคุมโรค, กระทรวงสาธารณสุข : พ.ศ. 2564 ) มีผู้ป่วยจํานวน 463 ล้านคน และคาดการณ์ว่าในปี 2588 จะมีผู้ป่วยเบาหวานจํานวน 629 ล้านคน สําหรับประเทศไทยพบอุบัติการณ์ โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนคนต่อปี และมีผู้ป่วย โรคเบาหวานอยู่ในระบบทะเบียน 3.2 ล้านคน ของกระทรวงสาธารณสุข ก่อให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาด้านสาธารณสุข เฉพาะโรคเบาหวานเพียงโรคเดียวทําให้สูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปี และหากรวมอีก 3 โรค คือ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ทําให้ภาครัฐสูญเสียงบประมาณในการรักษารวมกันสูงถึง 302,367 ล้านบาทต่อปีและ โรคเบาหวานยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ในกลุ่มโรค NCDs อีกมากมาย อาทิ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง และ โรคไต ฯลฯ จากการคัดกรองโรคเบาหวานในปีงบประมาณ 2568 พบว่า ประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน จำนวน 1,686 คนโดยพบว่าจำนวนประชากรที่มีภาวะเบาหวานจากการคัดกรองอยู่ในกลุ่มแผง/เสี่ยง จำนวน 233 คน คิดเป็นร้อยละ 13.82 และกลุ่มสงสัยป่วย จำนวน 25 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.48 เพื่อเป็นการคัดกรองค้นหาประชาชนกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วยได้รับการวินิจฉัยรักษาได้อย่างรวดเร็วและทำการควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดโรครายใหม่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง จึงได้จัดทำโครงการคัดกรองและสร้างความรอบรู้แก่กลุ่มเสี่ยง/สงสัยป่วยโรคเบาหวาน ปี 2569 ขึ้น
-
เพื่อคัดกรองโรคเบาหวาน ในประชากรกลุ่มอายุ 15 - 34 ปี0.00
ประชาชนอายุ 15-34 ปีในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน มากกว่าร้อยละ 92
-
เพื่อคัดกรองโรคเบาหวาน ในประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป0.00
ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน มากกว่าร้อยละ 96
-
เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3 อ. 2 ส.และผลักดันการดูแลสุขภาพแนวเวชศาสตร์วิธีใน กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยเป็นโรคเบาหวาน0.00
กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานเข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้และป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันโลหิตได้0.00
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่รับยา รพ.สต.ได้รับการดูแลสร้างความรอบรู้และสื่อสารความเสี่ยงเกี่ยวกับโรครายกลุ่มทุกวันคลินิกNCDs ร้อยละ 90
2.ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีมากกว่าร้อยละ 40 และความดันโลหิตสูง สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดีมากกว่า ร้อยละ 60
-
กลุ่มวัยทำงาน1600
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง150
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
คัดกรองประชาชน อายุ 15-34 ปี
1.คัดกรองประชาชนอายุ 15-34 ปีได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานด้วยวาจา
2.กลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรองด้วยวาจาได้รับการเจาะคัดกรองเบาหวานรับรู้ภาวะสุขภาพตามกลุ่ม ได้แก่
1.กลุ่มปกติ
2.กลุ่มเสี่ยง
3.กลุ่มสงสัยป่วย
10 พฤศจิกายน 2568 ถึง 30 ธันวาคม 2568ประชาชนอายุ 15-34 ปี ในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน ร้อยละ 92
0.00 บาท -
คัดกรองโรคเบาหวาน ในประชากรอายุ 35 ปี ขึ้นไป
คัดกรองโรคเบาหวาน ในประชากรอายุ 35 ปี ขึ้นไป
- ค่าถ่ายเอกสาร แบบฟอร์มคัดกรอง จำนวน 2,100 ชุดๆละ 3 บาท เป็นเงิน 6,300 บาท
2 ค่าแถบตรวจน้ำตาลในเลือด พร้อมเข็มเจาะปลายนิ้ว จำนวน 13 ชุดๆละ 960 บาท เป็นเงิน12,480 บาท
3.สำลีก้อนชุบแอลกอฮอล์สำเร็จรูป กล่องละ 100 แผง จำนวน 2 กล่อง ๆละ 1,350 บาท เป็นเงิน 2,700 บาท
3 พฤศจิกายน 2568 ถึง 31 มีนาคม 2569ผลผลิต :ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานมากกว่าร้อยละ 96
ผลลัพธ์ : -ผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากการคัดกรอง น้อยกว่า ร้อยละ 3
-กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตามหลัก3อ 2ส
-ลดกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
21480.00 บาท -
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3 อ. 2 ส.และผลัก ดันการดูแลสุขภาพแนวเวชศาสตร์วิธีใน กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยเป็นโรค
- อบรมสร้างความรอบรู้เรื่องโรคอาหาร และการออกกำลังกายในกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็นโรค
- อบรมให้ความรู้เวชศาสตร์วิถีชีวิตเพื่อเป็นทางเลือกในการปรับเปลี่ยนดูแลสุขภาพ
20 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2569ผลผลิต :กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน เข้ารับการอบรม จำนวน 50 คน ผลลัพธ์ :กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมและสามารถ0ปรับเปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมสุขภาพได้เหมาะสม
0.00 บาท -
ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
ติดตามเจาะ FBS กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน
30 มกราคม 2569 ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2569ผลผลิต กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรค เบาหวาน จากการคัดกรองได้รับการติดตามเจาะFBS มากกว่า ร้อยละ 80
ผลลัพธ์ กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรค เบาหวานรับรู้ภาวะสุขภาพของตนเองมีภาวะสุขภาพดีขึ้น
0.00 บาท -
ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/เสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง (SBP=120-139 mmHg. หรือ DBP = 80-89 mmHg.) หลังได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/เสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง
1 มีนาคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2569ผลผลิต กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงจากการคัดกรองได้รับการติดตามวัดความดันที่บ้าน มากกว่าร้อยละ 80
ผลลัพธ์ กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงมีภาวะสุขภาพดีขึ้น
0.00 บาท -
กิจกรรมสร้างความรอบรู้แก่ผู้ป่วยเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงที่รับยา รพ.สต. ในวันคลินิกNCDsโดยทีม สหวิชาชีพ
กิจกรรม 1 สร้างความรอบรู้แก่ผู้ป่วยเบาหวาน/ความดันโลหิตสูงที่รับยารพ.สต. ในวันคลินิกNCDsโดยทีม สหวิชาชีพ 2.เภสัชกรแนะนำการรับประทานยา การเก็บรักษายาและนำยาเดิมมาด้วยทุกครั้ง 3.นักโภชนากรแนะนำอาหารเฉพาะโรคอาหารแลกเปลี่ยน งบประมาณชุดกล่องเก็บยาพร้อมสติ๊กเกอร์การดูแลยา ขนาด 19 CM X 24.5 CM X 15 CM ชุดละ 100 บาท จำนวน 150 ชุด เป็นเงิน 15,000 บาท (สำหรับผู้ป่วยที่รับยาตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป)
2 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569ผลผลิต
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงที่รับยา รพ.สต.ได้รับการดูแลสร้างความรอบรู้และสื่อสารความเสี่ยงเกี่ยวกับโรครายกลุ่มทุกวันคลินิกNCDs ร้อยละ 90
2.ผู้ป่วยโรคเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี มากกว่าร้อยละ 40 และความดันโลหิตสูง สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี มากกว่าร้อยละ 60
ผลลัพธ์
ลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
15000.00 บาท -
อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวาน
อบรมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวานและตรวจประเมินสุขภาพช่องปากและเท้าพร้อมให้ฝึกปฏิบัติตาม
22 พฤษภาคม 2569 ถึง 22 พฤษภาคม 2569ผลผลิต ผู้ป่วยเบาหวาน เข้ารับการอบรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและตรวจภาวะแทรกซ้อนทางเท้า ช่องปาก จำนวน 140 คน
ผลลัพธ์ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนไตวายระยะสุดท้ายในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
0.00 บาท -
ประเมิน CVD risk ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีความเสี่ยง CVD risk ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มข้นและติดตามเยี่ยมบ้าน
ประเมิน CVD risk ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่มีความเสี่ยง CVD risk ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มข้นและติดตามเยี่ยมบ้าน
3 มีนาคม 2569 ถึง 29 พฤษภาคม 2569ผลผลิต ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้รับการประเมินความเสี่ยง CVD มากกว่าร้อยละ 90
ผลลัพธ์ ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความเสี่ยงCVD riskลดลงป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ
0.00 บาท -
เฝ้าระวังป้องกันภาวะไตวายเรื้อรังในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงโดยการให้ความรู้และเยี่ยมบ้านย่องครัว
1.ค้นหาผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ไตจะเสื่อม ระดับ 3 ขึ้นไป
2.เยี่ยมบ้านย่องครัวค้นหาปัจจัยเสี่ยงของไตเสื่อม
3.ติดตามพฤติกรรมดูแลสุขภาพป้องกันไตเสื่อมพร้อมติดตามค่าไต
3 มีนาคม 2569 ถึง 29 พฤษภาคม 2569ผลผลิต ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ไตจะเสื่อมได้รับการเยี่ยมบ้านองครัว ร้อยละ 80
ผลลัพธ์ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนไตวายระยะสุดท้ายในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
0.00 บาท
1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน มีความรู้ และมีพฤติกรรมที่ถูกต้องในการป้องกันโรคเบาหวาน
2.ผู้ป่วยโรคเบาหวาน มีความรู้ และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ อย่างเหมาะสม และไม่มีภาวะแทรกซ้อน ทางไต ตา และเท้า
3.อัตราการเกิดโรคเบาหวาน รายใหม่ลดลง
