โครงการค้นหากลุ่มเสี่ยง โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ รพ.สต.บ้านควน 1 ปี 2569
-
นางปทุมมาศ โลหะจินดา ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ เบอร์โทรศัพท์ 0894677379
-
นางวัชรี บินสอาด ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ เบอร์โทรศัพท์ 0899743341
-
นางสุพิชชา หมาดสกุล ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ เบอร์โทรศัพท์ 0864884177
-
นางสาวโสภิตรา นารีเปน ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ เบอร์โทรศัพท์ 0869553967
-
นางสาวนุสรัตน์ นุ่งอาหลี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ เบอร์โทรศัพท์ 0887955154
-
สตรีอายุ 30-70 ปี สามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้อง78.43
-
สตรีอายุ 30–60 ปี ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง ด้วยวิธีที่ถูกต้อง และปลอดภัย18.32
-
ประชาชน อายุ 50 – 70 ปี ได้รับการตรวจค้นหาโรคมะเร็งลำไส้4.78
ปัจจุบันโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในประเทศไทย และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น โรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ โรคมะเร็งตับ รองลงมาคือมะเร็งปอด มะเร็งลำไส้และไส้ตรง มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม ตามลำดับ ในประเทศไทยโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่พบเป็นอันดับหนึ่งในสตรีไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณปีละ 6,300 ราย พบมากที่สุดอายุระหว่างอายุ 45-50 ปี ระยะที่พบส่วนใหญ่อยู่ในระยะลุกลาม การรักษาจึงเป็นไปได้ยากต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง การป้องกัน และควบคุมโรคมะเร็งปากมดลูกต้องมีการค้นหาโดยการตรวจหาเซลล์มะเร็งตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรก และในระยะก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้ และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาในระยะลุกลาม และจากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก ได้พบว่าการคัดกรองด้วยการทำ HPV DNA ในสตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ 30-60 ปี ทำให้ช่วยลดอัตราการเกิดและอัตราการตายจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้ ในส่วนของโรคมะเร็งลำไส้ และไส้ตรงเป็นโรคมะเร็งที่พบเป็นอันดับสามในเพศชาย และเป็นอันดับสี่ในเพศหญิง ในปี พ.ศ. 2554 พบผู้ป่วยใหม่ปีละประมาณ 10,624 ราย โดยในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ ใหญ่และไส้ตรงประมาณ 3,000 ราย โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นโรคมะเร็งที่สามารถทำการตรวจหาได้ตั้งแต่อยู่ในระยะเริ่มแรก ซึ่งสามารถทำการรักษาให้หายได้และเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษามะเร็งในระยะลุกลาม นอกจากนี้ยังสามารถตรวจพบในระยะที่ยังไม่เป็นมะเร็งคือ Adenomas ซึ่งเมื่อทำการรักษาโดยการตัดทิ้งแล้วสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ สถาบันมะเร็งแห่งชาติจึงเสนอโครงการตรวจคัดกรอง มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงให้กับประชาชนที่มีอายุ 50-70 ปีขึ้นไป โดยการตรวจเม็ดเลือดแดงแฝงในอุจจาระ ด้วยวิธี Fecal Immunochemical Tast (FIT) ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้กันในปัจจุบันเนื่องจากขั้นตอนในการเตรียมตัวไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน และสามารถทำการตรวจคัดกรองได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เนื่องจากโรคมะเร็งเป็นโรคที่เป็นแล้วจะทำให้เกิดอาการป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร ซึ่งผู้ป่วยได้รับการรักษาพยาบาลส่วนใหญ่มักจะได้รับการรักษาเมื่ออยู่ในระยะที่เป็นมากแล้ว ทำให้ผลการรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร แต่ในขณะเดียวกันโรคมะเร็งเป็นโรคหนึ่งที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ถ้าหากได้รับการตรวจวินิจฉัยและมาพบแพทย์ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรก ปัจจุบันสตรีและบุรุษจำนวนไม่น้อยที่ยังขาดความรู้ในเรื่องโรคมะเร็ง จากการดำเนินงานคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีอายุ 30-60 ปี ในพื้นที่ตำบลบ้านควน ปีงบประมาณ 2568
สตรีอายุ 30-60 ปี จำนวนทั้งหมด 1,108 คน ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยวิธีการ HPV DNA จำนวน 203 คน คิดเป็นร้อยละ 18.32 และสตรีอายุ 30-70 ปี จำนวน 1,456 คน ได้รับการตรวจคัดกรองเต้านมด้วยเจ้าหน้าที่่ และด้วยตนเอง จำนวน 1,142 คน คิดเป็นร้อยละ 78.43 ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร้งลำไส้และไส้ตรง โดยวิธี Fit test จำนวน 60 คน จากจำนวนประชาชนอายุ 50-70 ปี ทั้งหมด 1,255 คน คิดเป็นร้อยละ 4.78 โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลบ้านควน 1 ได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแก่ประชาชน ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน และการลดภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง จึงได้จัดทำโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกขึ้นเป็นการสนองตามนโยบายหลักประกันสุขภาพส่งเสริมสุขภาพอนามัยในกลุ่มสตรี ให้สามารถดูแลลสุขภาพตนเองได้อย่างต่อเนื่อง
-
เพื่อให้สตรีอายุ 30-70 ปี สามารถตรวจ เต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้อง78.4390
สตรีอายุ 30-70 ปี สามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้อง ร้อยละ 90
-
เพื่อให้สตรีอายุ 30–60 ปี ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง ด้วยวิธีที่ถูกต้อง และปลอดภัย18.3225
สตรีอายุ 30–60 ปี ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง ด้วยวิธีที่ถูกต้องและปลอดภัย คิดเป็นร้อยละ 25 (จำนวน 100 คน)
-
เพื่อให้ประชาชน อายุ 50 – 70 ปี ได้รับการตรวจค้นหาโรคมะเร็งลำไส้4.7810
ประชาชน อายุ 50 – 70 ปี ได้รับการตรวจค้นหาโรคมะเร็งลำไส้ คิดเป็นร้อยละ 10 (จำนวน 100 คน)
-
กลุ่มวัยทำงาน1108
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง200
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้แกนนำสุขภาพ
อบรมให้ความรู้แกนนำสุขภาพ
ภาคเช้า
- จัดอบรมให้ความรู้แกนนำสุขภาพ เรื่องโรคมะเร็งเต้านมมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งลำไส้
- จัดทำแผนการดำเนินงานเชิงรุกในชุมชนเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองเข้าถึงบริการง่ายขึ้น
- แจ้งแกนนำสุขภาพประชาสัมพันธ์โครงการเพื่อให้ประชาชนรับทราบกิจกรรมโครงการ และเตรียมความพร้อมในการตรวจคัดกรอง
ภาคบ่าย
- สาธิตการตรวจเต้านมด้วยตนเอง การตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเองและการเก็บอุจจาระส่งตรวจด้วยวิธีที่ถูกต้องพร้อมกับการสาธิตย้อนกลับของแกนนำสุขภาพงบประมาณ
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับแกนนำสุขภาพ จำนวน 89 คนๆละ 30บาท จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 5,340 บาท
2.ค่าอาหารกลางวันสำหรับแกนนำสุขภาพ จำนวน 89 คนๆละ 60 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 5,340 บาท5 มกราคม 2569 ถึง 30 มกราคม 25691.สตรีอายุ 30-70 ปี สามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้อง ร้อยละ 90
2.สตรีอายุ 30–60 ปี ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง ด้วยวิธีที่ถูกต้องและปลอดภัย จำนวน 100 คน
3.ประชาชน อายุ 50 – 70 ปี ได้รับการตรวจค้นหาโรคมะเร็งลำไส้ จำนวน 100 คน
4.กลุ่มตรวจพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อพบแพทย์ เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค ร้อยละ 10010680 บาท -
รณรงค์ตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้
เจ้าหน้าที่พร้อมแกนนำสุขภาพ ลงพื้นที่ในชุมชนเพื่อแนะนำและตรวจตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งลำไส้ให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย
6 มกราคม 2569 ถึง 29 สิงหาคม 25681.สตรีอายุ 30-70 ปี สามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้อง ร้อยละ 90
2.สตรีอายุ 30–60 ปี ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง ด้วยวิธีที่ถูกต้องและปลอดภัย จำนวน 100 คน
3.ประชาชน อายุ 50 – 70 ปี ได้รับการตรวจค้นหาโรคมะเร็งลำไส้ จำนวน 100 คน
ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมโครงการ0 บาท -
สรุปผลการดำเนินงานคัดกรอง โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้
1.ประชุมสรุปผลการดำเนินงาน รวบรวมรายงานปัญหา อุปสรรค พร้อมทั้งแนวทางการแก้ไข
2.จัดทำทะเบียนกลุ่มเสี่ยง โรคมะเร็งเต้านมมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งลำไส้ เพื่อติดตามเฝ้าระวังต่อไป
งบประมาณ
1. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับ แกนนำสุขภาพ จำนวน 89 คนๆละ 30 บาท จำนวน 1 มื้อ เป็นเงิน 2,670 บาท1 กันยายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569กลุ่มตรวจพบความผิดปกติ ได้รับการส่งต่อพบแพทย์ เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค ร้อยละ 100
2670 บาท
สามารถถัวจ่ายกันได้ทุกรายการ
1.สตรีอายุ 30-70 ปี สามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้อง และ สามารถจัดการตนเองได้เมื่อตรวจพบความผิดปกติ
2.สตรีอายุ 30–60 ปี ได้รับการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเองด้วยวิธีที่ถูกต้องปลอดภัย
3.ประชาชน อายุ 50 – 70 ปี ได้รับการตรวจค้นหาโรคมะเร็งลำไส้
4.กลุ่มเป้าหมายที่ตรวจพบความผิดปกติได้รับการส่งต่อพบแพทย์ เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคทุกคน
