โครงการขยับกายเพื่อห่างไกลเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านสวนโหนด ประจำปี 2569
-
ชมรม อสม.
-
นางอาดูล แก้วขุนทอง
-
นางวิไลวรรณบัวศรี
-
นางสาวจิราบุญฤทธิ์
-
นายปลัดสงนุ้ย
-
นางสาวสุรีภรณ์ เพชรทองขาว
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน19.88
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง3.33
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย ซึ่งส่งผลต่ออัตราการเจ็บป่วย การเสียชีวิต และเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มากกว่า 75% ของการเสียชีวิตในประเทศมีสาเหตุจากโรค NCDs ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ การขาดการออกกำลังกาย ภาวะอ้วนลงพุง และพฤติกรรมเนือยนิ่งในชีวิตประจำวัน องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ประชาชนอายุ 18–64 ปี มีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางไม่น้อยกว่า 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ อย่างไรก็ตามประชาชนจำนวนมากยังไม่สามารถปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่องเนื่องจากขาดการส่งเสริม ความรู้ และแรงจูงใจที่เหมาะสม สถานการณ์ปัญหาในพื้นที่ รพ.สต.บ้านสวนโหนด ปี 2568จากการสำรวจข้อมูลสุขภาพประชาชนในเขตรับผิดชอบของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสวนโหนด ในปี พ.ศ. 2568 พบว่า กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน จำนวน 80 คนคิดเป็นร้อยละ 7.27กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 140 คน คิดเป็นร้อยละ 12.72ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของโรค NCDs ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมขาดกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ ประชาชนจำนวนมากยังคงใช้ชีวิตแบบเนือยนิ่ง ไม่มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังขาดความรู้ในการดูแลสุขภาพและการควบคุมพฤติกรรมเสี่ยงอย่างถูกวิธี หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการดำเนินโครงการหรือมาตรการใด ๆ อาจทำให้กลุ่มเสี่ยงพัฒนาเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ส่งผลต่อภาระค่าใช้จ่ายในการรักษา คุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งเพิ่มภาระงานของบุคลากรในระบบสาธารณสุข ดังนั้น โครงการ “ขยับกายเพื่อห่างไกลโรค NCDs” จึงมีความจำเป็น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงได้รับความรู้และแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงของโรค NCDs อย่างยั่งยืน
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน19.8810
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง3.330
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
กลุ่มวัยทำงาน20
-
กลุ่มผู้สูงอายุ40
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การสำรวจและคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย
• สำรวจรายชื่อและเชิญกลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูงเข้าร่วมโครงการ
• ตรวจสุขภาพพื้นฐาน ได้แก่ ความดันโลหิต น้ำตาลปลายนิ้ว น้ำหนัก ส่วนสูง BMI รอบเอว
• บันทึกข้อมูลเพื่อใช้เป็นค่าพื้นฐาน (Baseline)
1 พฤศจิกายน 2568 ถึง 30 มกราคม 2569ได้กลุ่มเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูงเข้าร่วมโครงการ
0 บาท -
กิจกรรมอบรมให้ความรู้ (Health Education)
• อบรมให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และแนวทางป้องกันค่าวิทยกร3600 บาทค่าอาหารว่าง 3000 บาท ค่าอาหารกลางวัน 3600 บาทรวม 10200 บาท • ให้ความรู้เรื่องประโยชน์ของการออกกำลังกายที่เหมาะสมต่อโรค NCDs • แจกคู่มือ/แผ่นพับ “ขยับกายอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผล” 3000 บาท
1 มกราคม 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569-กลุ่มเสี่ยงมีความรู้เรื่องโรคเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80 -เข้าร่วมกิจกรรมการออกกำลังกายร้อยละ 90
13200 บาท -
กิจกรรมออกกำลังกายร่วมกัน (Group Exercise Program)
• จัดกิจกรรมออกกำลังกายกลุ่มสัปดาห์ละ 4-6 ครั้ง (เช่น แอโรบิก เต้นบาสโลบ โยคะ หรือเดิน-วิ่ง) • กำหนดเวลา เช่น ช่วงเช้า 06.00–07.00 น. หรือเย็น 17.00–18.00 น. • จัดกิจกรรม “เดิน–วิ่งเพื่อสุขภาพ” หรือ “หมู่บ้านสุขภาพดี ไม่มี NCDs” เดือนละครั้ง • บันทึกกิจกรรมการออกกำลังกายของผู้เข้าร่วมในสมุดหรือผ่านไลน์กลุ่ม • สาธิตท่าการออกกำลังกายง่าย ๆ เช่น แอโรบิก โยคะ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การเดิน-วิ่งเบาค่าวิทยากร จ้างเหมา 1 ชม. 50 บาท* 5 วัน/สัปดาห์ 9เดือนรวม 9000 บาท - บริการนำ้ดื่ม จ้างเหมา 1 ชม. 50 บาท 5 วัน/สัปดาห์ *9เดือนรวม 9000 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569กลุ่มเสี่ยงเข้าร่วมกิจกรรม ร้อยละ 80
ผลการตรวจสุขภาพ กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ลดลง ร้อยละ 70 กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ลดลง ร้อยละ 6018000 บาท -
การประเมินผลโครงการ
• ประเมินก่อนและหลังโครงการ ได้แก่ ความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด BMI รอบเอว จัดซื้อเครื่องวัดวัดความดันโลหิตจำนวน 2 เครื่อง เครื่องละ 2,750 บาท รวม 5,500 บาท และเครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว 2 ตัว ตัวละ 1,650บาท เป็นเงิน3300 บาท
• ประเมินพฤติกรรมสุขภาพ เช่น ความถี่ในการออกกำลังกายต่อสัปดาห์ • สรุปผลการดำเนินงาน นำเสนอคณะกรรมการ รพ.สต. และรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง1 สิงหาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569พฤติกรรมออกกำลังกาย ≥ 60% ออกกำลังกาย ≥150 นาที/สัปดาห์ ระดับน้ำตาล/ความดัน ลดลงหรือคงที่ในกลุ่มเสี่ยง ≥ 50%
8800 บาท
• ประชาชนมีพฤติกรรมขยับกายและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ • ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคเรื้อรังอื่น ๆ • ชุมชนมีสุขภาพดี เกิดความร่วมมือระหว่าง รพ.สต., อสม. และประชาชน
