โครงการชุมชนวิถีใหม่ ห่างไกล NCDs ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง
-
นางผาสุขผอมสวัสดิ์
-
นางสาวปวรรษาพรหมสังคหะ
-
นางอำภร รอดบัวทอง
-
นางอาลิษา พวงพวา
-
นายเทิดศักดิ์ ขันติปันดี
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน25.00
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง55.50
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)25.50
ภัยเงียบของโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน รวมทั้งโรคในระบบหัวใจและหลอดเลือด ได้คุกคามชีวิตของคนไทยจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุของการป่วย พิการ และเสียชีวิต ตลอดจนเป็นภาระต่องบประมาณด้านการดูแลสุขภาพของคนไทยที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคตดังจะเห็นได้จากสถานบริการสาธารณสุขทั้งของภาครัฐ เอกชน และสถานบริการทุกระดับตั้งแต่ปฐมภูมิ ทุติยภูมิและตติยภูมิ ต่างแออัดไปด้วยผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ส่งผลให้งบประมาณที่รัฐจัดสรรให้สำหรับโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าตามรายหัวประชากรจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายด้านยา บุคลากร การจัดสถานที่และเครื่องมือแพทย์ต่าง ๆ ในขณะที่งบประมาณของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด กระทรวงสาธารณสุขและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงมีมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคดังกล่าวโดยมีการคัดกรองพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรค ทั้งแบบสอบถามด้วยวาจา วัดความดันโลหิต การวัดรอบเอว และการเจาะเลือดหาน้ำตาลในเลือดโดยมีเป้าหมายประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไปทุกราย ต้องได้รับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงต่อการโรคเพื่อค้นหาพฤติกรรมเสี่ยงและค้นหาโรคในระยะเริ่มต้นเพื่อที่จะมีการดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง โดยมีเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงต้องได้รับความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 รวมทั้งกลุ่มที่สงสัยจะเป็นโรคต้องส่งไปรับการรักษาตั้งแต่เริ่มแรกทุกราย อันจะส่งผลให้ลดความรุนแรงของโรคในรายที่ป่วยแล้วลดลง จากการดำเนินงานเมื่อปี งบประมาณ 2568 พบว่ากลุ่มเป้าหมาย 35 ปีขึ้นไป จำนวน 2,584 คน ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน จำนวน2,386 คน คิดเป็น 92.34 % และพบว่าเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน282คน คิดเป็นร้อยละ 11.82 นัดเจาะเลือดซ้ำที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลำสินธุ์ ทุก 1 เดือน จำนวน 63 คน นัดทุก 3 เดือน จำนวน 89 คน ทุก 6 เดือน จำนวน93 คน โดยได้ส่งต่อพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและตรวจชันสูตรต่อ จำนวน 37 คน แพทย์ระบุว่าป่วยเป็นโรคเบาหวานจำนวน 12 คน และนัดคัดกรองซ้ำทุก 1 เดือนที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จำนวน 25คนจำนวนผู้ได้รับการคัดกรองมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 825คน นัดวัดความดันโลหิตซ้ำทุก 1 เดือน จำนวน 481 คน นัดทุก 3 เดือน จำนวน 226 คน ส่งต่อพบแพทย์ จำนวน118 คนโดยแพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 48 คน นัดซ้ำทุก 1 เดือน 23 ราย นัดทุก 3 เดือน จำนวน25 ราย นัดทุก 6 เดือน จำนวน 22 ราย และยังมีผู้ที่ไม่ได้รับการตรวจคัดกรองในพื้นที่ จากปัญหาดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านลำสินธุ์ จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อค้นหาโรคดังกล่าว ให้พบโรคและส่งต่อผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อลดความรุนแรงของการเกิดโรค
-
ค้นหาผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่เพื่อให้ได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ.0.00
1.ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรอง ร้อยละ 90
-
ลดอัตราการตายและการเกิดโรคแทรกซ้อนด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง0
อัตราการตายและการเกิดโรคแทรกซ้อนด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ลดลงร้อยละ 20
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงมีความรู้เรื่องโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงโดยใช้ศาสตร์การแพทย์แผนไทยในชีวิตประจำวันมาใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม0
1.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 90
-
กลุ่มวัยทำงาน3700
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง105
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 เจ้าหน้าที่ อสม. สำรวจ และออกคัดกรองกลุ่มเสี่ยงด้วยวาจาและคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
1.ค่าจ้างสำเนาเอกสาร หนังสือเชิญตรวจ จำนวน 3,700 ใบๆละ 0.50 บาท เป็นเงิน 1,850บาท
2.ค่าจ้างสำเนาแบบคัดกรองกลุ่มเสี่ยงจำนวน3,700 ใบๆละ 0.50 บาท เป็นเงิน 1,850บาท
3.เครื่องเจาะน้ำตาลในเลือดจากปลายนิ้ว จำนวน 3 เครื่องๆละ 1,800 บาท เป็นเงิน 5,400 บาท
4.ชุดตรวจน้ำตาลในเลือด จำนวน100 กล่องๆละ 200 บาท เป็นเงิน 20,000 บาท
5.เครื่องวัดความดันโลหิตแบบพกพา จำนวน 5 เครื่องๆละ2,600 บาท รวมเป็นเงิน 13,000บาท
6.ค่าวัสดุไฟฟ้าและวิทยุถ่านไฟฉายขนาด AA แพ็คละ 50 บาท จำนวน 87 แพ็ค เป็นเงิน 4,350 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองร้อยละ 90
46450.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 จัดกิจกรรมเรียนรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง
ครั้งที่ 1บรรยายให้ความรู้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การบันทึกข้อมูลในสมุดประจำตัว
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มของผู้เข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 105 คนๆละ 2 มื้อๆละ25บาท รวมเป็นเงิน 5,250บาท
2.ค่าอาหารกลางวันของผู้รับการอบรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวน 105คนๆละ1มื้อๆละ 70 บาทรวมเป็นเงิน 7,350 บาท
3.ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 1 วันๆละ 6 ชั่วโมงๆละ 300 บาท เป็นเงิน1,800บาท
4.ค่าจ้างจัดทำคู่มือแบบบันทึกปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จำนวน 90 เล่ม เล่มละ 30 บาท รวมเป็นเงิน 2,700 บาท
ครั้งที่ 2 ติดตาม ผลการปรับเปลี่ยน วิเคราะห์ข้อมูลจากคู่มือบันทึก ให้ความรู้รายบุคคล
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มของผู้เข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน105 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25บาท รวมเป็นเงิน 2,625บาท
ครั้งที่ 3 สรุปผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม วิเคราะห์ปัญหา ให้ความรู้รายบุคคล1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มของผู้เข้ารับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน105คนๆละ 1 มื้อๆละ 25บาท รวมเป็นเงิน 2,625บาท
1 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 80
22350 บาท
ประชาชนที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงได้รับการรักษาร้อยละ 100
ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 90
ประชาชนได้รับการเฝ้าระวังและคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 90
ผู้ป่วยโรคเรื้อรังรายใหม่ลดลงร้อยละ 40
