โครงการเพิ่มการขยับกายด้วยแอโรบิคของนักเรียนโรงเรียนวัดเกษตรนิคม ประจำปีงบประมาณ 2569
-
ร้อยละของเวลาในโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนและการเล่นแบบกระฉับกระเฉง (Active play Active learning)50.00
- นักเรียนมีเวลาเล่นน้อย และไม่มั่นใจในความสามารถของตนเองแค่คิดว่าทำไม่ได้ เล่นไม่เป็น ไม่รู้กติกา ไม่กล้าแสดงออกด้านการออกกำลังกาย
-
ร้อยละของเด็กและวัยรุ่นอายุ 5-13 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน)50.00
-นักเรียนมีความสนใจในด้านกีฬาต่าง ๆ แต่ไม่กล้าแสดงออกเท่าที่ควร พร้อมทั้งอุปกรณ์กีฬาหรือสื่ออุปกรณ์ในการทำกิจกรรมไม่ค่อยเพียงพอต่อการส่งเสริมกิจกรรมในด้านกีฬา
-
จำนวนนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน20.00
-
แกนนำนักเรียน (Student Leaders) ที่ผ่านการอบรมผู้นำเต้น0.00
จากนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพดี ภายใต้ยุทธศาสตร์แห่งชาติ รวมพลังสร้างสุขภาพเพื่อคนไทยแข็งแรง เมืองไทยแข็งแรง โดยมีวัตถุประสงค์ให้ทุกภาคมีส่วนร่วมดำเนินการอย่างเป็นระบบต่อเนื่องภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ใช้พื้นที่เป็นพื้นฐาน บูรณาการทุกภาคส่วน สร้างกระบวนการเรียนรู้ การเน้นการมีส่วนร่วม สื่อสาธารณะ สร้างความสามัคคีและความเข้มแข็งทางจิตใจ มีสำนึกสาธารณะ นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายที่สำคัญของมิติทางกายคือให้ประชาชน อายุ 6 ปี ขึ้นไปเคลื่อนไหวออกแรงกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัยได้ตอบสนองนโยบายดังกล่าว การส่งเสริมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและกีฬา จะทำให้ร่างกายแข็งแรงจิตใจสดชื่น และในปัจจุบันพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyle) ของนักเรียนมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากการใช้เวลาอยู่กับหน้าจอสมาร์ทโฟนและการเรียนออนไลน์ ส่งผลให้นักเรียนขาดการเคลื่อนไหวร่างกายที่เพียงพอ นำไปสู่ปัญหาภาวะโภชนาการเกิน (โรคอ้วน) และสมรรถภาพทางกายที่ลดลง การออกกำลังกายแบบแอโรบิค (Aerobic Exercise) เป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่าย สนุกสนาน และช่วยพัฒนาทั้งระบบหัวใจ ปอด และอารมณ์
ดังนั้น โรงเรียนวัดเกษตรนิคมจึงได้ จัดทำโครงการเพิ่มการขยับกายด้วยแอโรบิคของนักเรียนโรงเรียนวัดเกษตรนิคม ประจำปีงบประมาณ 2569 ขึ้น เพื่อลดพฤติกรรมเนื่อยนิ่งในนักเรียนนักเรียนมีความเข้าใจและเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายแบบแอโรบิคต่อสุขภาพหัวใจ พัฒนาสมรรถภาพทางกล้ามเนื้อ ระบบหัวใจ และการไหลเวียนโลหิตของนักเรียน ลดสัดส่วนนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน (น้ำหนักเกินเกณฑ์) ในโรงเรียน ลดปัญหาการติดหน้าจอสมาร์ทโฟน อีกทั้งช่วยสร้างแกนนำออกกำลังกายในนักเรียน เพื่อเป็นต้นแบบด้านสุขภาพอีกด้วย
-
เพื่อเพิ่มการเรียนการสอนในลักษณะ Active learning และ Active play ในโรงเรียนและศูนย์ฯเด็กเล็ก70.00
ร้อยละของเวลาในโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนและการเล่นแบบกระฉับกระเฉง (Active play Active learning) 70 % ขึ้นไป
-
เพื่อให้เด็กและวัยรุ่นอายุ 5-13 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน)70.00
เด็กและวัยรุ่นอายุ 5-13 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
-
เพื่อลดจำนวนนักเรียนที่มีภาวะโภชนาการเกิน12.00
ดัชนีมวลกาย (BMI): จำนวนนักเรียนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์หรืออ้วนมีแนวโน้ม ลดลง หรือคงที่ (ไม่เพิ่มขึ้น) เมื่อสิ้นสุดโครงการ
-
เพื่อให้มีแกนนำนักเรียน (Student Leaders) ที่ผ่านการอบรมผู้นำเต้น14.00
มีแกนนำนักเรียน (Student Leaders) ที่ผ่านการอบรมผู้นำเต้นอย่างน้อยห้องละ 2 คน
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน78
-
กลุ่มวัยทำงาน12
-
กลุ่มผู้สูงอายุ0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมวางแผนการดำเนินงาน
ประชุมครูบุคลากร 10 คน และตัวแทนนักเรียน จำนวน12 คน รวม 22 คน
1.จัดตั้งคณะทำงาน: แต่งตั้งครูผู้รับผิดชอบ และที่สำคัญคือ "คัดเลือกแกนนำนักเรียน" ห้องละ 2 คน เพื่อมาเป็นผู้นำในการขับเคลื่อน
สำรวจความสนใจ: ทำแบบสำรวจสั้นๆ เรื่อง แนวเพลง ที่นักเรียนชอบ (K-Pop, TikTok Hits, เพลงแดนซ์) เพื่อใช้ในการออกแบบท่าเต้น
กำหนดปฏิทินกิจกรรม: ระบุช่วงเวลาที่จะทำกิจกรรมให้ชัดเจน เช่น ทุกเช้าวันอังคารและพฤหัสบดี หรือช่วง 15 นาทีก่อนเลิกเรียน
1.1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 22 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 550 บาท
2 มิถุนายน 2569 ถึง 2 มิถุนายน 25691.จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 22 คน
2.ได้คณะทำงานและแบ่งบทบาทหน้าที่ของคณะทำงานแต่ละคน
3.ได้รูปแบบแนวทางและกิจกรรมต่าง ๆ ในการดำเนินการในกิจกรรมต่าง ๆ
กิจกรรมออกกำลังกายคลายเส้นก่อนเรียนรู้
กิจกรรมออกกำลังกายตามสไตล์ของนักเรียน เรียนเล่นเต้นออกกำลังกาย
กิจกรรมเล่นกีฬานำพาสุขภาพดี ชีวีมีสุข
550.00 บาท -
Train the Trainer
จัดเวิร์กชอปสั้นๆ ให้แกนนำนักเรียนและครูผู้นำ เพื่อฝึกท่าเต้นแอโรบิคพื้นฐานที่ถูกต้องและปลอดภัย จำนวน 2 วัน
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มแกนนำนักเรียนและครูผู้นำ จำนวน 20 คน ๆละ 25 บาท จำนวน 2 วันๆละ 1 มื้อ เป็นเงิน 1,000 บาท
10 มิถุนายน 2569 ถึง 11 มิถุนายน 25691.จำนวนแกนนำนักเรียนและครูผู้นำ จำนวน 20 คน
2.ได้แกนนำที่สามารถนำเต้นแอโรบิคด้วยท่าทางที่ถูกต้องและปลอดภัยในนักเรียนโรงเรียนวัดเกษตรนิคม
1000.00 บาท -
กิจกรรมออกกำลังกายตามสไตล์ของนักเรียน เรียนเล่นเต้นออกกำลังกาย
ประเมินสมรรถภาพ: ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และทดสอบความฟิต (เช่น การเต้นของหัวใจหลังออกกำลังกาย) ในช่วงต้นของโครงการ
- Kick-off กิจกรรม: เปิดตัวโครงการด้วยกิจกรรมใหญ่ (เช่น เต้นรวมทั้งโรงเรียน) เพื่อสร้างกระแสและความตื่นตัว จำนวน 1 วัน
2.สื่อประชาสัมพันธ์: ติดป้ายความรู้เรื่องประโยชน์ของการขยับกาย และประกาศเสียงตามสายเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเข้าร่วม
3.Morning Aerobics: เต้นก่อนเข้าเรียน 10-15 นาที เป็นระยะเวลา 2 เดือน
4.Active Break: เปิดเพลงสั้นๆ ให้ยืดเหยียดในห้องเรียนระหว่างเปลี่ยนคาบ เป็นระยะเวลา 2 เดือน
5.Aerobic Challenge: จัดแข่งเต้นแอโรบิคระหว่างระดับชั้น หรือประกวดคลิปเต้นลง TikTok ของโรงเรียน
งบประมาณค่าใช้จ่าย ดังนี้
- ค่าจัดซื้อชุดลำโพงขยายเสียง+ไมโครโฟน จำนวน 1 ชุด เป็นเงิน 6,200 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มกิจกรรมวัน Kick-offจำนวน 90 คนๆละ 25 บาท เป็นเงิน 2,250 บาท
12 มิถุนายน 2569 ถึง 12 สิงหาคม 25691.จำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 78 คน และครู 12 คน
2.นักเรียนกล้าแสดงออกในด้านการออกกำลังกาย เช่นภาวะผู้นำในการออกกำลังกายมากขึ้น
3.นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70กิจกรรมทางกายสะสมเฉลี่ยอย่างน้อย 30-60 นาทีต่อวัน (รวมกิจกรรมในคาบและช่วงพัก)
8450.00 บาท -
ติดตามและประเมินผล
1.ติดตามผลการออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิคของนักเรียนตั้งแต่เริ่มกิจกรรม จนสิ้นสุดกิจกรรม เวลา 2 เดือน
2.ประเมินสมรรถภาพ: ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และทดสอบความฟิต (เช่น การเต้นของหัวใจหลังออกกำลังกาย) ในช่วงสิ้นสุดโครงการ
3.สรุปผลสภาพร่างกายนักเรียนก่อนและหลังทำกิจกรรม รวมทั้งจำนวนชั่วโมงของการขยับกายที่เพิ่มขึ้นของนักเรียน ทั้งในเวลาเรียนและนอกเวลาเรียน
4.สรุปรายงาน: รวบรวมข้อมูลผลสัมฤทธิ์เสนอต่อผู้บริหารโรงเรียนและผู้ปกครอง รวมทั้งรายงานผลต่อกองทุนหลักประกันสุขภาพต่อไป
12 มิถุนายน 2569 ถึง 30 สิงหาคม 25691.จำนวนนักเรียนที่ได้รับการติดตามผล 78 คน
2.นักเรียนมีสภาพร่างกายที่แข็งแรง สมส่วนมากขึ้น
3.นักเรียนมีภาวะอ้วนลดลง
4.เกิดแกนนำนักเรียนที่สามารถติยอดการดำเนินกิจกรรมต่อได้
0.00 บาท
1.นักเรียนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ลดอัตราการเจ็บป่วย
2.นักเรียนมีจิตใจแจ่มใส ลดความเครียดจากการเรียน
3.เกิดสังคมแห่งการรักสุขภาพและการออกกำลังกายภายในโรงเรียน
