โครงการลดภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในชุมชน หมู่ที่ 12 บ้านตูแตหรำ ตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล
-
นางสุภาพ โต๊ะหลง
-
นางวราภรณ์ แขกนุ้ย
-
นางมาหยี รุตนพันธ์
-
นางสาวกิตติวรรณ สันหลี
-
นางสาวดารินา ใจน่าน
โรคเรื้อรัง คือ โรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่โรคเรื้อรังเหล่านี้เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ซึ่งพัฒนาการของโรคจะดำเนินไปอย่างช้า ๆ แต่ค่อย ๆ สะสมอาการอย่างต่อเนื่อง และเมื่อมีอาการของโรคเกิดขึ้นแล้ว ก็มักจะเกิดการเรื้อรังของโรคด้วย โรคที่ถูกจัดว่าเป็นโรคติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โรคเหล่านี้เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงถือว่าเป็นภัยเงียบผลกระทบของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนส่งผลให้ทุพพลภาพและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โรคนี้เกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่มาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกาย และนำไปสู่โรคแทรกซ้อนที่ที่สำคัญอย่างเช่น โรคแทรกซ้อนจากเบาหวานเกิดจากน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ทำลายหลอดเลือดและเส้นประสาททั่วร่างกาย โดยแบ่งเป็นภาวะฉับพลัน เช่น น้ำตาลต่ำ/สูงมากจนหมดสติ และเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง, ไตวาย, ตาบอด,เบาหวานขึ้นตาจอประสาทตาเสื่อมจากการที่หลอดเลือดเล็กๆ ในตาเสียหาย ทำให้ตามัวลงเรื่อยๆ และอาจตาบอดได้, ชาปลายมือปลายเท้า, แผลเบาหวานลงเท้าที่อาจต้องตัดเท้า, และสมรรถภาพทางเพศเสื่อม ภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการรักษา ส่งผลเสียร้ายแรงต่อหลอดเลือดและอวัยวะสำคัญ โดยภาวะแทรกซ้อนหลักคือ โรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์-อัมพาต), โรคหัวใจ (หัวใจโต, หัวใจวาย), โรคไตวายเรื้อรัง, และ ตาบอดจากจอประสาทตาเสื่อม เป็นต้นโรคเหล่านี้ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยตลอดจนค่ารักษาพยาบาล โรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) หรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อยและเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญซึ่งประเทศไทยคาดว่ามีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มมากขึ้น ในแต่ละปี โรคหลอดเลือดสมองเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายประการได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุ เพศ และปัจจัยด้านพฤติกรรม เช่น การออกกำลังกาย อาหาร การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และปัจจัยทางกายภาพ เช่น ความดันโลหิต ระดับไขมันในเลือด และเบาหวาน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นความเสี่ยงของแต่ละบุคคลในการนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง ในระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งบุคคลที่มีหลายปัจจัยร่วมกันจะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมากขึ้น การเจ็บป่วยฉุกเฉินเป็นภาวะที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้าและเป็นภาวะวิกฤตของแต่ละบุคคล หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงทีและเหมาะสมอาจเกิดการสูญเสียชีวิต รวมทั้งเกิดความบกพร่องในการทำงานของอวัยวะที่สำคัญ ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือฉุกเฉินที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่ง ได้แก่ กลุ่มโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Disease) ซึ่งกลุ่มโรคดังกล่าวมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อพิจารณาเป็นรายโรค และพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตมากที่สุดทั้งในเพศชายและเพศหญิงคือ โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งพบอัตราการเสียชีวิตมากถึงร้อยละ 28 ในเพศหญิง และร้อยละ 10.6 ในเพศชาย ส่วนผู้รอดชีวิตจากกลุ่มโรคหลอดเลือดสมองมักเกิดความพิการหลงเหลือตามมามากที่สุด
จากข้อมูลโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในพื้นที่หมู่ 12 บ้านตูแตหรำ มีประชากรทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในชุมชน 1,115 ราย พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานเรื้อรัง 33 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.9 เพศชายราย 9 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.8 เพศหญิง 24 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.1 มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 54 ราย เพศชาย 21 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.8 เพศหญิง 33 รายคิดเป็นร้อยละ 2.9 มีผู้ป่วยที่เป็นทั้งเบาหวานความดันจำนวน 13 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.1 จากประชากรทั้งหมด จากจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในพื้นที่ มีผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนจากโรค ได้แก่ 1. โรคหลอดสมองมีผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงมีภาวะแทรกซ้อน จำนวน 3 ราย 2. โรคไต มีผู้ความดันโลหิตสูง 1 ราย โรคเบาหวาน จำนวน 1 ราย 3. โรคมะเร็งเต้านม จำนวน 4 ราย มีผู้ป่วยมีโรคเบาหวาน 1 ราย ความดันโลหิตสูง 1 ราย ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยโรคเรื้อรังเพิ่มมากขึ้น โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคเรื้อรังที่ป้องกันได้ แต่ปัจจุบันพบว่าประชาชนมีปัจจัยเสี่ยง ทั้งปัจจัยพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จากวิถีชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลง การบริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย เครียด ทำให้แนวโน้มของการเกิดโรคเพิ่มมากขึ้น เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุข การที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งแบบเรื้อรังและเฉียบพลัน โดยเฉพาะภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่าง ๆ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันที่สำคัญและเป็นอันตราย ส่งผลให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยลดลง เกิดความสูญเสียทั้งที่เป็นค่าใช้จ่ายทางตรงและทางอ้อม ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นทาง อาสาสมัครสาธาณสุขประจำหมู่บ้านหมู่ที่ 12 บ้านตูแตหรำได้เล็งเห็นถึงความสำคัญเพื่อให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงที่ในพื้นที่ได้รับการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ และเพื่อลดอัตราการเกิดโรคแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานความดัน เช่น โรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจลดลงอันจะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลกะลาเสมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสมซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนำไปสู่สุขภาพดี ไม่เกิดความเจ็บป่วยด้วยโรควิถีชีวิต และและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
-
เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง0.00
ร้อยละ 90 ผู้ป่วยเบาหวานมีค่าระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ร้อยละ 90 ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงมีค่าความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวานลดลงร้อยละ 80
ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงลดลงร้อยละ 80
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง50
-
คณะทำงาน14
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดตั้งคณะทำงาน
- ประชุมคณะทำงาน เพื่อชี้แจงและติตามประเมินผลการดำเนินงาน จำนวน 3 ครั้ง
รายละเอียดกิจกรรม
ประชุมครั้งที่ 1 ชี้แจงรายละเอียดการทำงานภาระงานที่ได้รับมอบหมาย
ประชุมครั้งที่ 2 รายงานผลการปฏิบัติงานครั้งที่ 1 สรุปกิจกรรมที่ดำเนินการแล้วและยังไม่ดำเนินการ สอบถามข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขในการปฏิบัติงานครั้งต่อไป
ประชุมครั้งที่ 3 สรุปกิจกรรมโครงการทั้งหมด
กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 14 คน
คณะทำงาน จำนวน 12 คน
ที่ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ อปท. จำนวน 2 คน
งบประมาณ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 14 คนๆละ 3 ครั้งๆละ 1 มื้อๆละ 35 บาท เป็นเงิน 1,470 บาท
ค่าตอบแทนในการประชุมสำหรับคณะทำงาน จำนวน 14 คนๆละ 3 ครั้งๆละ 200 บาท เป็นเงิน 8,400 บาท รวมเป็นเงิน 9,870 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25699870.00 บาท -
ประเมินภาวะสุขภาพผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
รายละเอียดกิจกรรม
ตรวจประเมินสุขภาพเบื้องต้น จำนวน 3 ครั้ง ประเมินโดยคณะทำงาน ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ ดำเนินโครงการ เช่น ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต วัดค่าน้ำตาลในเลือด ตรวจร่างกายทั่วไป ประเมินสุขภาพเบื้องต้น เป็นต้น
ติดตามประเมินภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง โดยคณะทำงาน จำนวน 3 ครั้ง ประเมินโดยใช้แบบประเมินภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานความดัน แบบฟอร์มจากกระทรวงสาธารณสุข ลงบันทึกติดตามกลุ่มเป้าหมาย
เป้าหมาย
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 50 คน
งบประมาณ
ค่าตอบแทนคณะทำงาน จำนวน 12 คนๆละ 3 ครั้งๆละ 120 บาท เป็นเงิน 4,320 บาท
ค่าเครื่องวัดความดัน คุณสมบัติ วัดความดันโลหิตและชีพจรที่ข้อมือ, ตรวจจับอัตราการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ, แถบผ้าพันข้อมือ ขนาดไม่น้อยกว่า 14 ชม. , ค่าความคลาดเคลื่อนความดันโลหิต บน/ล่าง : 3 mmHg, สัญลักษณ์แจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ จำนวน 1 เครื่องๆละ 2,000 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
รวมเป็นเงิน 6,320 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25696320.00 บาท -
อบรมให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ภาวะแทรกซ้อน การดูแลตนเอง ความตระหนักเกี่ยวกับโรคตามหลัก 3 อ. 2 ส.
รายละเอียดกิจกรรม
3.1 ทำแบบประเมินความรู้ก่อน หลังการอบรม เรื่องการตรวจวัดความดัน การะเจาะเลือดคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวาน (เจาะเลือดปลายนิ้ว) ดัชนีมวลกาย และการแปรผล
3.2 ให้ความรู้เรื่องเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงอย่างถูกวิธี
3.3 ให้ความรู้เรื่อง 3 อ. 2 ส. เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการแนะนำผู้ป่วยได้ 3 อ. คือ อาหาร, อารมณ์ และออกกำลังกาย 2 ส. คือ ไม่ดื่มสุราและไม่สูบบุหรี่
3.4 ให้ความรู้แก่ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เรื่องการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
เป้าหมาย
ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง จำนวน 50 คน
คณะทำงาน 12 คน
งบประมาณ
ค่าเอกสารแบบประเมินความรู้ก่อน-หลังอบรม (เฉลี่ยจำนวนผู้เข้าอบรม 50 คน) จำนวน 100 ชุดๆละ 2 บาท เป็นเงิน 200 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการและคณะทำงานจำนวน 62 คนๆละ 2 มื้อ ๆ ละ 35 บาท เป็นเงิน 4,340 บาท
ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการและคณะทำงาน จำนวน 62 คนๆละ 1 มื้อๆละ 75 บาท เป็นเงิน 4,650 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.5x3.0 เมตร จำนวน 1 ผืน เป็นเงิน 675 บาท
รวมเป็นเงิน 12,865 บาท
08.00 – 08.30 น. ลงทะเบียน (ทำแบบทดสอบก่อนอบรม)
08.30 – 09.00 น. พิธีเปิดโครงการ
09.00 – 10.30 น. บรรยายให้ความรู้เรื่อง 3 อ. 2 ส.
10.30 – 10.45 น. พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม
10.45 – 12.00 น. บรรยายให้ความรู้เรื่อง 3 อ. 2 ส.
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 14.30 น. การดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
14.30 – 14.40 น. พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม
14.40 – 16.30 น. การดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ
16.30 – 17.00 น. ซักถาม / ทำแบบทดสอบหลังการอบรม
1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 256912865.00 บาท -
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
รายละเอียดกิจกรรม
4.1 อบรม/สาธิต ผู้ป่วยเบาหวานความดัน การทำเมนูน้ำ-อาหารเพื่อสุขภาพ
เป้าหมาย
ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 50 คน
คณะทำงาน 12 คน
งบประมาณ
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการและคณะทำงานจำนวน 62 คนๆละ 1 มื้อ ๆ ละ 35 บาท เป็นเงิน 2,170 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800 บาท
ค่าวัสดุอบรมและวัสดุสาธิต เป็นเงิน 2,500 บาท
รวมเป็นเงิน 6,470 บาท
กำหนดการ
12.30 – 13.00 น. ลงทะเบียน (ทำแบบทดสอบก่อนอบรม)
13.00 – 14.30 น. บรรยายให้ความรู้เกี่ยวภาวะโภชนาการในผู้ป่วยโรคเบาหวานความดัน
14.30 – 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม
14.45 – 16.30 น. สาธิตและปฏิบัติการปรุงอาหาร
16.30 – 17.00 น. ซักถาม / ทำแบบทดสอบหลังการอบรม
4.2 ส่งเสริมการออกกำลังกายแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้งๆละ ไม่ต่ำกว่า 30 นาที โดยการออกกำลังตามความถนัด ชมรมออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพ เช่น แอร์โรบิค บาสโลบ ดึงยางยืดออกกำลังกาย บันทึกและเก็บข้อมูลโดยคณะทำงาน
เป้าหมาย
- ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง จำนวน 50 คน
งบประมาณ
เครื่องขยายเสียง แบบเคลื่อนที่ จำนวน 1 เครื่องเป็นเงิน 7,000 บาท ตู้ลำโพงล้อลากไม่น้อยกว่า 12 นิ้ว ภาคขยายในตัวไม่ต่ำกว่า 70 วัตต์ พร้อมด้วยระบบBluetooth ไมโครโฟนไร้สายคู่ระบบชาร์จไฟด้วยสายไฟ
หนังยางรัดแกงจำนวน 4 กิโลกรัมๆ ละ 220 บาท เป็นเงิน 880 บาท
รวมเป็นเงิน 7,880 บาท
4.3 รณรงค์ประชาสัมพันธ์ 2 ส. คือ ไม่ดื่มสุราและไม่สูบบุหรี่ ให้ความรู้พร้อมติดป้าย เขตไม่ให้สูบบุหรี่
งบประมาณ
- ไม่ใช้งบประมาณ
4.4 ประเมินพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 2 ครั้ง ประเมินโดยใช้แบบบันทึก
งบประมาณ
- แบบบันทึกจำนวน 50 ชุด ชุดละ 2 บาท เป็นเงิน 100 บาท
1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 256914450 บาท -
ถอดบทเรียนกิจกรรมร่วมกับชุมชน
รายละเอียดกิจกรรม
5.1 ถอดบทเรียนการดำเนินโครงการในหมู่บ้านร่วมกับชุมชน
เป้าหมาย
ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง จำนวน 50 คน
คณะทำงาน 12 คน
ที่ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ อปท. จำนวน 2 คน
งบประมาณ
ค่าแบบประเมินการติดตามผล จำนวน 50 ชุดๆละ 2 บาท เป็นเงิน 100 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม (ประชุมถอดบทเรียน) จำนวน 64 คนๆละ 1 มื้อๆละ 35 บาท เป็นเงิน 2,240 บาท
ค่ากระดาษบรู๊ฟจำนวน 20 แผ่นเป็นเงิน 200บาท
ค่าปากการเมจิก 2 แพ็คๆ ละ 120 บาทเป็นเงิน 240 บาท
ค่าเทปเล็กซีน 5 ม้วล ๆ ละ 25 บาทเป็นเงิน 125บาท
เป็นเงิน 2,905 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25692905.00 บาท -
รายงานผลโครงการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
รายละเอียดกิจกรรม
รายงานผลและนำเสนอโครงการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 2 ครั้ง
จัดทำรายงานผลโครงการเสนอกองทุนตำบลอย่างน้อย 2 เล่ม
งบประมาณ
- ค่าจัดทำรูปเล่มรายงานผล จำนวน 4 เล่มๆละ 250 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,000 บาท
1 สิงหาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25691000.00 บาท
สามารถถัวเฉลี่ยจ่ายได้ทุกรายการ
กลุ่มผู้ป่วยเกิดความตระหนักในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
ลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง
อัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเรื้อรังลดลง
