โครงการผู้สูงวัยสุขภาพดี ชีวีมีสุข ศูนย์แพทย์ชุมชน โรงพยาบาลพัทลุง ปี 2569
-
ร้อยละของประชาชนที่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง19.5
-
ร้อยละของผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง69.72
การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรโลก ทำให้สัดส่วนของประชากรกลุ่มผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน เป็นเป้าหมายที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ ซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีย่อมหมายถึงบุคคลนั้นมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี มีศักยภาพในการช่วยเหลือตนเองและครอบครัว ให้ดำรงอยู่อย่างปกติสุขตามศักยภาพแห่งตน ปัจจุบันจำนวนและสัดส่วนผู้สูงอายุของประเทศไทยเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็ว ส่งผลให้ประชากรไทยเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุหรือ“ภาวะประชากรผู้สูงอายุ” อันจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ เจ็บป่วยเรื้อรัง เพิ่มมากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายสูงในการดูแลปัญหาสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เป็นผลจากความก้าวหน้าทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยสิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าประชากรผู้สูงอายุจะเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ ในอนาคตอันใกล้นี้ประกอบกลุ่มผู้สูงอายุมักเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆสูง โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุน ข้อเข่าเสื่อม โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคความจำเสื่อม ฯลฯ โดยส่วนใหญ่มักพบว่าผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวเรื้อรังมากกว่า ๑ โรคขึ้นไป โดยเฉพาะอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุ จะมีการเกิดมากขึ้นทุกปี หากไม่มีการส่งเสริมการดูแลสุขภาพของตนเองของผู้สูงอายุให้ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ส่งผลต่อการพิการหรือทุพลลภาพได้มากขึ้น
ดังนั้นผู้สูงอายุจึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ตามนโยบายรัฐบาลด้านสาธารณสุข ซึ่งเน้นการดำเนินการด้านสาธารณสุขเชิงรุกให้ทั่วถึงและครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสภาพ และการพัฒนาการบริการสาธารณสุข โดยเน้นการดูแลและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ดังนั้น ศูนย์แพทย์ชุมชน โรงพยาบาลพัทลุง ประกอบด้วย ศูนย์แพทย์ชุมชนท่ามิหรำ ศูนย์แพทย์ชุมชนคูหาสวรรค์ ศูนย์แพทย์ชุมชนดอนยอ ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวและ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีภาวะความดันโลหิตสูง เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่กับครอบครัวและบุตรหลานอย่างปกติสุขและมีสุขภาพสมบูรณ์ตามควรแก่วัย จึงได้จัดทำ “โครงการผู้สูงวัยสุขภาพดี ชีวีมีสุข ปี 2569” ขึ้น เพื่อส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงให้สามารถควบคุมโรคได้ อันจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้ความสามารถดูแลสุขภาพตนเอง ควบคุมโรคความดันโลหิตสูงได้6048
ผู้สูงอายุที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มีความรู้ในการส่งเสริมสุขภาพของตนเองเพิ่มมากขึ้น
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถ ควบคุมโรคความดันโลหิตสูงได้6048
ร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุมีเป็นโรคความดันโลหิตสูง มีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถควบคุมโรคได้ตามเกณฑ์
-
เพื่อให้ชุมชนมีกิจกรรมการดูแลผู้สูงอายอย่างเข้มแข็ง1515
ชุมชนมีกิจกรรมในการดูแลผู้สูงอายุทุกชุมชน
-
กลุ่มผู้สูงอายุ60
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง60
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจงโครงการแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง คัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย จัดทำแผนปฏิบัติงานตามโครงการฯ
ชีแจงโครงการแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข แกนนำชุมชน และแกนนำ อสม.
10 มกราคม 2569 ถึง 15 มกราคม 2569กลุ่มเป้าหมายมีความเข้าใจแนวทางปฏิบัติงานตามโครงการฯ สามารถประสานความร่วมมือในการดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
0 บาท -
อบรมความรู้และทักษะแก่แกนนำชุมชน ในการติดตามดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ
อบรมให้ความรู้แ่แกนนำชุมชน/อสม. ในการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน ค่าใช้จ่าย ดังนี้ -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าโครงการ จำนวน 30 คน3ศูนย์แพทย์ คนละ 1 มื้อๆละ30บาทเป็นเงิน 2700 บาท -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้จัดและวิทยากร จำนวน 5 คน3ศูนย์แพทย์ คนละ 1 มื้อๆละ 30 บาท เป็นเงิน 450 บาท -ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมง3ศูนย์แพทย์ ชั่วโมงๆละ600 บาท เป็นเงิน 5,400 บาท -ค่าป้ายไวนิล ป้ายละ 900 บาท3ศูนย์แพทย์เป็นเงิน 2700 บาท
25 มกราคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2569แกนนำชุมชน มีความรู้และทักษะแก่แกนนำชุมชน ในการติดตามดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ
11250 บาท -
อบรมให้ความรู้และฝึกทักษะการดูแลสุขภาพตนเองในผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ให้เหมาะสมกับโรค
อบรมความรู้ในเรื่องโรคเรื้อรัง ภาวะแทรกซ้อนของโรค การดูแลสุขภาพตนเองป้องกันภาวะแทรกซ้อน การรับประทานยา โภชนาการ การบริหารร่างกาย การฝึกฝนตนเองผ่อนคลายภาวะเครียด ค่าใช้จ่ายดังนี้ -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าโครงการ จำนวน 60 คน3ศูนย์แพทย์ คนละ 1 มื้อๆละ 30 บาทเป็นเงิน 5,400 บาท -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้จัดและวิทยากร จำนวน 5 คน *3ศูนย์แพทย์ คนละ 1 มื้อๆละ 30 บาท เป็นเงิน450 บาท -ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมง3ศูนย์แพทย์ ชั่วโมงละ 600 บาทเป็นเงิน 5,400 บาท -ค่าวัสดุการอบรม 3 ศูนย์แพทย์ เป็นเงิน 3,600 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 10 กุมภาพันธ์ 2569ผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงที่เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ในเรื่องโรคเรื้อรัง ภาวะแทรกซ้อนของโรค การดูแลสุขภาพตนเองป้องกันภาวะแทรกซ้อน การรับประทานยา โภชนาการ การบริหารร่างกาย การฝึกฝนตนเองผ่อนคลายภาวะเครียด
14850 บาท -
ติดตามการดูแลสุขภาพโดยแกนนำสุขภาพชุมชนร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้รับผิดชอบประจำชุมชน ทุก 1เดือน
แกนนำชุมชนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้รับผิดชอบประจำชุมชน ติดตามผลการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงและควบคุมโรคไม่ได้ ดังนี้
1.ชั่งน้ำหนัก วัดความสูง คำนวณดัชนีมวลกาย
2.วัดความดันโลหิต และเจาะเลือดหาค่าน้ำตาล
3.ติดตามการปฏิบัติการดูแลตนเองในเรื่องพฤติกรรมสุขภาพ เช่น การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การผ่อนคลายอารมณ์ ความเครียด การรับประทานยา ฯลฯ
4.สร้างทักษะในการปฏิบัติพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเอง เช่น ฝึกการบริหารร่างกาย
1 มีนาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569ผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงมีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองถูกต้อง สามารถควบคุมโรคความดันโลหิตได้ตามเกณฑ์
0 บาท -
ติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลสุขภาพ/แลกเปลี่ยนเรียนรู้/มอบรางวัลบุคคลต้นแบบ
คัดเลือกบุคคลต้นแบบ จากการตรวจภาวะสุขภาพทางกายและแบบติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในการดูแลตนเองของผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โดยมีค่าใช้จ่ายดังนี้ -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าโครงการ จำนวน 60 คน*3ศูนย์แพทย์ คนละ 1 มื้อๆละ 30 บาทเป็นเงิน 5,400 บาท -ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้จัดและวิทยากร จำนวน 5 คน *3ศูนย์แพทย์ คนละ 1 มื้อๆละ 30 บาท เป็นเงิน450 บาท
1 กรกฎาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569-ผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างถูกต้องทำให้ควบคุมความดันโลหิตได้ดีขึ้น -ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถ่ายทอดการดูแลสุขภาพและเป็นแบบอย่างต่อผู้อื่นได้ดี -ชุมชนมีกิจกรรมการดูแลผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่อง
5850 บาท
งบประมาณสามารถถัวเฉลี่ยได้
1.ผู้สูงอายุมีความรู้ความสามารถดูแลสุขภาพตนเอง ควบคุมโรคความดันโลหิตสูงได้ 2.สูงอายุสามารถ ควบคุมโรคความดันโลหิตสูงได้ 3.เพื่อให้ชุมชนมีกิจกรรมการดูแลผู้สูงอายอย่างเข้มแข็ง
