โครงการขลิปหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิม(เข้าสุนัตหมู่)เพื่อป้องกันโรค
-
นายซานูซี วงศ์ปัตน
-
นายอารีดี ปากบารา
-
นางสาวอรไท ทองงาม
-
นางสาวฮูสนียะห์ อาแด
-
นางสาวอามานี สาและ
ตามรัฐธรรมนูญไทย พ.ศ. 2560 ได้บัญญัติถึงสิทธิด้านสาธารณสุขของประชาชนไว้ในหมวด 3 มาตรา 47 ดังนี้ “บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขจากรัฐ บุคคลผู้ยากไร้มีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายบัญญัติ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตราย จากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ได้บัญญัติถึงหน้าที่ของรัฐในการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน ไว้ในหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ มาตรา 55 ว่า “รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค และส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด” พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550ได้บัญญัติถึงสิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ ไว้ในหมวดที่ 1 มาตรา 5 –มาตรา 12 มีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองสิทธิในด้านสุขภาพของบุคคล ทั้งในด้านการสร้างเสริมและคุ้มครองสุขภาพ สิทธิด้านการเปิดเผยข้อมูลสุขภาพ รวมถึงการได้รับบริการด้านสุขภาพจากรัฐ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ได้บัญญัติไว้ในหมวด 1 สิทธิการรับบริการด้านสาธารณสุข เช่น ในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง บุคคลทุกคนมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดโดยพระราชบัญญัตินี้
ตามที่รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติที่กล่าวมาข้างต้น ศาสนาอิสลามได้ปฏิบัติหลักอย่างหนึ่ง คือ การเข้าสุนัตหรือคิตานหรือมาโซะยาวี (ภาษามลายู)เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่มุสลิมทุกคนถือปฏิบัติอย่างเคร่งรัด การเข้าสู่พิธีสุนัตนิยมทำในวัยเด็ก เป็นการรักษาความสะอาดของร่างกาย ในสมัยก่อนชาวมุสลิมส่วนมากนิยมเข้าพิธีสุนัตหมอแผนโบราณหรือที่มุสลิมเรียกว่า “โต๊ะมูเด็ง” แต่ในปจุบันเพื่อความปลอดภัยจึงใช้แพทย์แผนปัจจุบันเป็นผู้ทำพิธีการเข้าสุนัตที่ประชาชนในพื้นที่ได้ถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องของชาวมุสลิม ซึ่งในตามหลักการของศาสนาอิสลามนั้นได้กำหนดไว้เมื่อเด็กอายุประมาณ 7 – 9 ปี ผู้ปกครองต้องจัดทำพิธีเข้าสุนัตหรือคิตานหรือมาโซ๊ะยาวี การเข้าสุนัตคือ การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศออกเพื่อให้สะดวกในการทำความสะอาด ซึ่งการที่ปัสสาวะค้างอยู่ที่อวัยวะเพศนั้นตามหลักการของศาสนาอิสลามถือว่าเป็นสิ่งสกปรก การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย เป็นแนวทางปฏิบัติที่ต้องกระทำเพื่อรักษาความสะอาด รวมทั้งช่วยป้องกันและลดปัญหาการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ จากงานวิจัยพบว่าการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายสามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อ HIV ได้ร้อยละ 50 – 60 เนื่องจากผิวหนังบริเวณนี้จะมีต่อมซึ่งจะสร้างสารที่เรียกว่า smegma หรือขี้เปียกหากมีหนังหุ้ม ไม่สามารถเปิดออกล้างได้ จะทำให้สารดังกล่าวคั่ง ซึ่งจะก่อให้เกิดกลิ่น การติดเชื้อ รวมถึงมะเร็งที่องคชาติได้(นพ.อนุพงศ์ ชิตวรากร) นอกจากนี้การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ผู้ขลิบจะลดโอกาสเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส แผลริมอ่อน และลดความเสี่ยงของมะเร็งองคชาติ และหากขลิบในเด็กทารกก็จะลดโอกาสการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะในเด็กได้ด้วย ผู้หญิงที่เป็นคู่ของผู้ชายที่ขลิบก็จะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และลด
อัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูกด้วย จากบริบทพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พบว่าการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายหรือ “ทำสุนัต” (ภาษามาลายู) มักทำกับหมอบ้าน หรือ”โต๊ะมูเด็ง” จากความเชื้อและประเพณีของชุมชน โดยผู้ปกครองเด็กเชื่อว่าการทำกับแพทย์จะทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งแรง การทำกับโต๊ะมู
เด็งเป็นประเพณีที่คนเฒ่าคนแก่เคยทำกัน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าการทำสุนัตกับโต๊ะมูเด็งมักจะมีเหตุการณ์เลือดออกมาทำให้เกิดภาวะช็อคหรือการติดเชื้อ เช่นติดเชื้อตับอักเสบเชื้อ HIV จากการใช้เครื่องมือรวมกันโดยไม่ได้ล้างทำความสะอาดอย่างถูกวิธี
กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลปุโละปุโย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายหรือเข้าสุนัตในกลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ ทักษะด้านการขลิบหนังหุ้มปลายแบบปราศจากเชื้อเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับบริการที่ปลอดภัยและคุณภาพยิ่งขึ้น
ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ตามสิทธิประโยชน์ของแต่ละกลุ่มวัยเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ในกลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลปุโละปุโย ในกลุ่มเด็กวัยเรียนเยาวชนชาย จึงได้จัดทำโครงการสุนัต(ขลิบ)
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
-
คณะทำงานโครงการ20
-
ผู้ปกครอง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชาสัมพันธ์
- ค่าไวนิล 1.8 x 3 เมตร เป็นเงิน 950 บาท
รวมเป็นเงิน 950 บาท
2 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 7 เมษายน 2569950.00 บาท -
2. กิจกรรมอบรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพ (การป้องกันโรคติดต่อ)แก่เด็กและเยาวชนเป้าหมาย รวมทั้งผู้ปกครอง เพื่อให้เกิดความตระหนักในการป้องกันโรค
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและคณะทำงาน จำนวน 135 คนๆ ละ 30 บาท จำนวน 2 มื้อ
เป็นเงิน 8,100 บาท
- ค่าอาหารกลางวันพร้อมเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าร่วมอบรม และคณะทำงาน จำนวน 135 คนๆละ 65 บาท จำนวน 1 มื้อ
เป็นเงิน 8,775 บาท
ค่าสมนาคุณวิทยากรบรรยาย จำนวน 1 คนจำนวน 2 ชั่วโมงๆละ 600 บาท
เป็นเงิน 1,200 บาท
ค่าผ้าถุงเปลี่ยนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ จำนวน 50 ผืนๆละ 115 บาท
เป็นเงิน 5,750 บาท
รวมเป็นเงิน 23,825 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 20 เมษายน 256923825.00 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมและคณะทำงาน จำนวน 135 คนๆ ละ 30 บาท จำนวน 2 มื้อ
-
3. กิจกรรมขลิบหุ้มปลายอวัยวะเพศชายโดยใช้พื้นที่ปราศจากการติดเชื้อ
- ค่าจ้างเหมาในการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายในเยาวชนมุสลิม จำนวน 50 คนๆละ 1,300 บาท เป็นเงิน 65,000 บาท
รวมเป็นเงิน 65,000 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 20 เมษายน 256965000.00 บาท -
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในโครงการฯ
วัสดุอุปกรณ์ เช่น กระดาษ ปากกา หมอนพักฟื้น เสื่อ แผ่นยางกันเปื้อน
1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 256910225.00 บาท
เด็กและเยาวชนในตำบลปุโละปุโย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ได้รับการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายโดยสามารถลดภาวะเสี่ยงของการเลือดออก (bleeding) ภาวะแทรกซ้อน (การอักเสบ รุนแรง)และการติดเชื้อรวมทั้งสร้างความตระหนักแก่ผู้ปกครอง ในชุมชน เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อที่เกิดขึ้นภายหลัง
