โครงการคัดกรองสายตาและแก้ปัญหาสายตาในเด็กวัยเรียน ประจำปี 2569
เนื่องจากในเด็กวัยต่าง ๆ จะมีพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของสายตาตลอดเวลา ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงวัยหนุ่มสาว ปัจจัยที่สำคัญ คือ ความยาวลูกตา ความโค้งกระจกและกำลังของเลนส์ตา ช่วงแรกความยาวของลูกตาเป็นส่วนสำคัญที่สุด ทำให้เด็กอายุ 1-3 ปีมีความผิดปกติของสายตามากหลังจากนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงของความโค้งของกระจกตาและของเลนส์ตา ทำให้เด็กแรกเกิดมักจะสายตายาวมากถึง 5.00 Dแล้วจะค่อยๆ ลดลงจนปกติ เมื่ออายุ 6 ปี ช่วงอายุ 3-14 ปีความโค้งของกระจกตาจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากเท่ากับความยาวของลูกตาทำให้สายตาสั้นได้ ขณะที่เด็กอายุ 3-14 ปี เลนส์ก็ค่อยๆแบนลง ทำให้กำลังของเลนส์ลดลงด้วย รวมกับความยาวของลูกตายาวขึ้น จึงมักทำให้เด็กเริ่มมีอาการสายตาสั้นที่เป็นโดยกำเนิด มักจะสั้นมากกว่า 5.00 D และมักคงที่ตลอดไป ถ้าเป็นข้างเดียว มักจะทำให้เกิดเป็นตาขี้เกียจได้ ในเด็กไทยพบปัญหาภาวะสายตาผิดปกติ ที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับที่เด็กใช้สายตาผ่านอุปกรณ์ดิจิทัลมากขึ้น การรับแสงและการเพ่งมองจอเป็นเวลานาน ส่งผลให้กล้ามเนื้อสายตาเมื่อยล้าหรืออาจทำให้จอตาเสื่อมไวขึ้นและนำไปสู่ภาวะตาบอดตาเลือนรางได้ หากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาอย่างเหมาะสมและทันเวลา เพราะสายตาและการมองเห็นคือจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่พัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ให้เกิดกระบวนการจดจำคิดและสร้างสรรค์จนกลายเป็นการเรียนรู้ความฉลาดและนำไปสู่พัฒนาการด้านอื่นตามมา จากเหตุผลดังกล่าว กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีนครินทร์(ปัญญานันทภิกขุ) จึงได้จัดทำโครงการคัดกรองสายตาและแก้ปัญหาสายตาในเด็กวัยเรียน ประจำปี 2569 เพื่อดูแลสายตาและแก้ไขความผิดปกติทางสายตานักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 ในโรงเรียนวัดบ้านนาและโรงเรียนบ้านนาวง
-
เพื่อตรวจคัดกรองเฝ้าระวังภาวะสายตาในเด็กวัยเรียน80
ร้อยละ 80 ของเด็กวัยเรียน ในโรงเรียนวัดบ้านนาและโรงเรียนบ้านนาวงได้รับการตรวจคัดกรองสายตา
-
เพื่อให้นักเรียนที่มีความผิดปกติทางสายตาได้รับการแก้ไขความผิดปกติทางสายตาจากทีมการแพทย์หรือนักทัศนมาตร ตามการวินิจฉัย100
ร้อยละ 100 ของนักเรียนที่มีปัญหาความผิดปกติทางสายตาได้รับการแก้ไข
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน263
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดทำแผน/ขออนุมัติ โครงการคัดกรองและแก้ไขความผิดปกติทางสายตาเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง มัธยมศึกษาชั้นปีที่ 31 พฤศจิกายน 2568 ถึง 30 พฤศจิกายน 25680 บาท
-
ประชุมชี้แจงและวางแผนการจัดทำกิจกรรม1 ธันวาคม 2568 ถึง 15 ธันวาคม 2568
โรงเรียนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบแผนงานโครงการและวางแผนการดำเนินงานร่วมกัน
0 บาท -
อบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสายตาสำหรับเด็กวัยเรียนและการคัดกรองตรวจวัดสายตาด้วย Snellen chart
- ค่าวิทยากร 3 ชั่วโมง x 600 บาท เป็นเงิน1,800 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มผู้เข้าร่วมโครงการและผู้เกี่ยวข้องจำนวน 270 ชุดx 35 บาท เป็นเงิน 9,450 บาท
5 มกราคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2569ได้นักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่สงสัยว่ามีความผิดปกติทางสายตาเพื่อจะได้เข้ารับการตรวจด้วย Auto refraction โดยนักทัศนมาตร คาดว่าจะมีประมาณ 30% ของนักเรียนที่เข้ารับการตรวจทั้งหมด ประมาณการ นักเรียนทั้งหมด 263 คน x 30%= 80 คน
11250 บาท -
ตรวจวิเคราะห์สายตาโดยนักทัศนมาตร เพื่อตัดประกอบแว่น
ตรวจวิเคราะห์สายตาเพื่อตัดประกอบแว่นโดยนักทัศนมาตร
จำนวนนักเรียนที่สงสัยว่ามีความผิดปกติทางสายตา จำนวน 80 คน x 50 บาทเป็นเงิน 4,000 บาท
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 6 กุมภาพันธ์ 2569ได้จำนวนนักเรียนที่มีปัญหาสายตาที่จำเป็นต้องตัดประกอบแว่นสายตา คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 6% ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด 263 คน x 6% = 16 คน
4000 บาท -
ตัดประกอบแว่นให้แก้นักเรียนที่มีความผิดปกติทางสายตา
ตัดประกอบแว่นให้แก้นักเรียนที่มีความผิดปกติทางสายตา จำนวนประมาณ 16 คน x 800 บาท = 12,800 บาท
9 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2569นักเรียนที่มีความผิดปกติทางสายตาได้รับแว่นตา
12800 บาท -
มอบแว่นสายตาให้แก่เด็กนักเรียนที่มีความผิดปกติทางสายตา
จัดกิจกรรมมอบแว่นสายตาให้แก่นักเรียน
2 มีนาคม 2569 ถึง 6 มีนาคม 2569นักเรียนที่มีความผิดปกติทางสายตาได้รับแว่นตาเพื่อแก้ปัญหาตามสภาพปัญหาสายตา
0 บาท
นักเรียนที่มีปัญหาสายตาได้รับการดูแลแก้ไขและมีคุณภาพชีวิตและผลการเรียนที่ดียิ่งขึ้น
