โครงการผู้สูงอายุ สุขใจสูงวัยอย่างมีคุณค่า ประจำปี 2569
-
นายพิชชาอินนาค
-
นายโชติ คงเกลี้ยง
-
นางจิตตราชายเกตุ
-
นายเจ๊ะหวีเหล็มปาน
-
นายสนิท ขำนุรักษ์
-
ร้อยละของผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีความเครียดระดับปานกลางถึงมาก60.50
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)70.00
สภาพการณ์ในปัจจุบันปัญหาต่างๆ ทั้งทางเศรษฐกิจสังคมได้ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในชุมชนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากสังคมที่สงบที่มีความโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน กลับกลายเป็นสังคมที่วุ่นวายซึ่งส่งผลต่อสุขภาพจิตของคนในชุมชนที่เห็นได้ชัดเจน คือ กลุ่มผู้สูงอายุ เพราะเป็นวัยที่พ้นจากวัยแรงงานจึงมักถูกทิ้งให้อยู่บ้านตามลำพัง ทำให้ผู้สูงอายุหลายคนขาดความสุขทางใจ เกิดโรคซึมเศร้า ผู้สูงอายุจึงต้องหลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียวเมื่อมีอารมณ์เศร้าเกิดขึ้น ควรพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่พึงพอใจและเป็นประโยชน์ เนื่องจากวัยสูงอายุเป็นวัยที่มีความต้องการแตกต่างไปจากวัยอื่น รวมทั้งปัญหาในด้านสุขภาพที่แตกต่างกัน ร่างกายมีการถดถอยและเสื่อมลง เป็นผลทำให้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เบียดเบียน สิ่งสำคัญคือ การได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคนรอบข้างซึงมีผลต่อสุขภาพกาย จิตและใจ และเป็นไปตามแผนปฏิบัติการ ด้านผู้สูงอายุ ระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๘๐) ของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ดังนั้น กลุ่มผู้สูงอายุตำบลคลองทรายขาว เล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว จึงจัดโครงการผู้สูงอายุสุขใจ สูงวัยอย่างมีคุณภาพ ขึ้น เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมองค์ความรู้การดูแลสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจให้สมาชิกกลุ่มผู้สูงอายุในตำบลคลองทรายขาว โดยใช้ภูมิปัญญาในการดูแลตนเองด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยเบื้องต้น : การนำท่าฤาษีดัดตนมาใช้ในการออกกำลังกาย การทำลูกประคบ, และการนวดเบื้องต้นเพื่อการดูแลตนเอง และการใช้พืชสมุนไพรมาเพื่อการดูแลสุขภาพ และบำบัดโรค ให้กับตนเองได้อย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้ผู้สูงอายุในชุมชนได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต ร่วมกันทำกิจกรรมที่ก่อเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคม อีกทั้งได้รับความรู้และเสริมสร้างทักษะการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับช่วงวัย อันจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพที่ดีขึ้น อีกทั้งมีความเข้าใจในการสร้างเสริมสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขต่อไป
-
กลุ่มผู้สูงอายุ60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ฝึกอบรมให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิตโดยใช้ภูมิปัญญาด้านพืชสมุนไพร มาบำรุงร่างกายและบำบัดโรค
อบรมให้ความรู้ แก่สมาชิกกลุ่มผู้สูงอายุ จำนวน 60 คน
1.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 60 คนๆ ละ1 มื้อๆ ละ 60 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
2.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆ ละ 2 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
3.ค่าสมนาคุณวิทยากร 4 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
4.ค่าวัสดุเวชภัณฑ์สมุนไพร สำหรับการพอกเข่าชุดละ 500 กรัม เป็นเงิน 3,500 บาท มีตัวยาสมุนไพร ประกอบด้วย - ไพล - ขมิ้นชัน - ตะไคร้ - การบูร - เกลือ - เมนทอล - ผิวมะกรูด - ใบมะขาม
- ใบส้มปอย
- พิมเสน1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25691.ผู้สูงอายุได้ใช้ภูมิปัญญาด้านสมุนไพร เพื่อสุขภาพที่ดี และนำไปใช้ได้
12500.00 บาท -
กิจกรรมอบรมฝึกทักษะ(Work Shop) ในการดูแลตนเองด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยเบื้องต้น
กิจกรรมอบรมฝึกทักษะ(Work Shop) ในการดูแลตนเองด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยเบื้องต้น แก่สมาชิกกลุ่มผู้สูงอายุ จำนวน 60 คน
รายละเอียด
จัดกิจกรรมการฝึกทักษะ(Work Shop) ในการดูแลตนเองด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยเบื้องต้น : ฝึกปฏิบัติท่าฤาษีดัดตน, การทำลูกประคบ, และการนวดดูแลตนเอง
ประเมินทักษะ สังเกตการทำท่ากายบริหารและการทำกิจกรรมการฝึกทักษะ(Work Shop) ของผู้เข้าร่วมอบรม
การให้คำปรึกษา เปิดโอกาศให้สมาชิกผู้สูงอายุซักถามปัญหาต่างๆ
งบประมาณค่าใช้จ่ายดังนี้
1.ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
2.ค่าสมนาคุณวิทยากร 4 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
3.ค่าวัสดุอุปกรณ์ทำลูกประคบ เช่น ไพล ขมิ้น ตะไคร้ การบูร พิมเสน ผ้าด้ายดิบ เป็นเงิน 5,000 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25691.สมาชิกกลุ่มผู้สูงอายุสามารถดูแลสุขภาพของตนเองด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยเบื้องต้นได้
2.ได้สืบสานภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทย
8900.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวจ่ายได้
ร้อยละ 70 ของผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพอนามัยตนเอง ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมได้รับการเสริมสร้างภาวะทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสติปัญญา เป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะซึมเศร้าหรือโรคที่เกิดสภาวะจิตใจและอารมณ์ ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีความพึงพอใจในกระบวนการเรียนรู้ สามารถปรับตัวเข้าสู่สังคมได้ นำไปสู่การมีความสุขในการดำเนินชีวิต
