แบบฟอร์มพัฒนาโครงการ กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลบุดี
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
โครงการเด็กไทย 4D Smart Kidsชื่อโครงการควรสั้น กระชับ เข้าใจง่าย และสื่อสาระของสิ่งที่จะทำอย่างชัดเจน ควรจะระบุชื่อชุมชนในชื่อโครงการเพื่อความสะดวกในการค้นหา
2569
กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลบุดี
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบุดี
เขตพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบุดี
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
3. สถานการณ์
เด็กเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า และเป็นอนาคตที่สำคัญของชาติ ในหลายประเทศล้วนมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งจะต้องเริ่มต้นจากเด็ก โดยเฉพาะในช่วงแรกเกิด – 5 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังคม เด็กในวัยนี้ถ้าได้รับการเลี้ยงดูที่เหมาะสม มีการตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐาน และมีการส่งเสริมพัฒนาการที่ดีในแต่ละด้าน ก็จะทำให้เด็กนั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต ซึ่งพัฒนาการเด็กเกิดจากการเปลี่ยนแปลงหลายด้านผสมผสานกัน โดยพัฒนาการทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ และสังคม ล้วนมีความสำคัญและเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันหมด การเปลี่ยนแปลงของพัฒนาการด้านหนึ่งย่อมมีผลให้พัฒนาการอีกด้านหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปด้วย เช่น เด็กที่มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์มักเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว สามารถช่วยเหลือตนเองได้ มีอารมณ์แจ่มใส รู้จักควบคุมอารมณ์ เข้ากับผู้อื่นได้ดี และมีความสนใจเรียนรู้สิ่งรอบตัว ในทางตรงกันข้ามเด็กที่มีสุขภาพไม่ดี มักประสบปัญหาด้านการเจริญเติบโตของร่างกายล่าช้า หรือหยุดชะงักชั่วขณะ อารมณ์หงุดหงิดง่าย มีอาการเศร้าซึม ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ยาก และขาดสมาธิในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ
เด็กปฐมวัย ด้านสุขภาพ 4 ด้าน (4D) มีผลการ ประเมินทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 การเจริญเติบโตและโภชนาการ (Diet) ด้านที่ 2 พัฒนาการเด็กและการเล่น: (Development and Play) ด้านที่ 3 สุขภาพช่องปากและฟัน (Dental) และด้านที่ 4 ด้านสิ่งแวดล้อมความ ปลอดภัยและการป้องกันควบคุมโรค (Disease) จากข้อมูลสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัย ปี 2568 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบุดี ได้ดำเนินงาน 4Dใน เด็ก 0 -5 ปี ได้รับการบริการครอบคลุมทั้ง 4 กิจกรรม
( โภชนาการ, พัฒนาการ, ทันตกรรม, วัคซีน ) กำหนดตัวชี้วัดงาน 4D ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 40 ซึ่งผลการดำเนินงานเด็ก 0 – 5 ปี ทั้งหมด 294 คน ได้รับ 1 กิจกรรม จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.34 ได้รับ 2 กิจกรรม จำนวน43 คน คิดเป็นร้อยละ 14.63ได้รับ 3 กิจกรรม จำนวน 87 คน คิดเป็นร้อยละ 29.59 และได้รับ 4 กิจกรรม จำนวน 68 คน คิดเป็นร้อยละ 23.13 จากผลการดำเนินงานสะท้อนให้เห็นว่า
เด็กปฐมวัยในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบุดี ได้รับกิจกรรมด้านสุขภาพ (4D) ครบ 4 ด้าน ยังไม่ผ่านเกณฑ์
ที่กำหนด
ดังนั้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย ให้ได้รับกิจกรรมครอบคลุม ทั้ง 4 กิจกรรม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
บ้านบุดีจึงได้จัดทำโครงการ “เด็กไทย 4D Smart Kids” เพื่อส่งเสริมให้บิดามารดาและผู้ปกครองได้มีความรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการให้อาหารเสริมตามวัยรวมถึงการส่งเสริมพัฒนาการของลูก การดูแลสุขภาพช่องปาก และการได้รับวัคซีนภูมิคุ้มกันโรค เพื่อให้เด็กแรกเกิด – 5 ปี ได้รับการดูแลและมีสุขภาพร่างกาย จิตใจ พัฒนาการที่สมบูรณ์เติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพต่อไป
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
- บอกจุดมุ่งหมายในการดำเนินงานโครงการ และสิ่งที่ต้องการให้เกิดผลจากการดำเนินงานโครงการ วัตถุประสงค์นี้จะต้อง เฉพาะเจาะจง วัดได้จริง แสดงโอกาสที่จะเกิดผลสำเร็จ สอดคล้องกับหลักการและเหตุผล ในระยะเวลาที่กำหนด
- ตัวชี้วัด ให้ระบุความชัดเจนว่า เมื่อดำเนินการตามโครงการเสร็จแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือบรรลุผลสำเร็จอะไรบ้างและมากน้อยเพียงใด และควรแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรมวัดผลได้ และระบุตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการทั้งในระดับผลผลิตและผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
5. กลุ่มเป้าหมาย
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
วันเริ่มต้น : 01/01/2026
กำหนดเสร็จ : 31/08/2026
7. วิธีการดำเนินงาน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
หมายเหตุ :
8. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง
ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?1. ผู้ปกครองเด็กก่อนปฐมวัย มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลี้ยงดูเด็กตามวัย มีภาวะโภชนาการตามเกณฑ์ และพัฒนาการสมวัย ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
2. ผู้ปกครองเล็งเห็นถึงความสำคัญและเกิดความตระหนักในการนำเด็กไปรับบริการวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุข
3. ผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็ก