โครงการภูมิคุ้มกันดีด้วยวัคซีน ปี 2569
-
น.ส.ซัลวาซา มะตาหยง
ครอบครัวเป็นหน่วยของสังคมที่เล็กที่สุดของมนุษย์ การดูแลสุขภาพของบุคคลในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญเพราะจะนำไปสู่การพัฒนาสังคม ชุมชนและประเทศชาติ การดูแลสุขภาพเริ่มตั้งแต่การปฏิสนธิ การฝากครรภ์ การเลี้ยงดูที่ถูกต้อง จะทำให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพและสุขภาพดีเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 ได้กำหนดให้เด็กอายุ0 - 5 ปีได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคขั้นพื้นฐาน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90เนื่องจากเด็กเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาของชาติ หากเด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพไม่ป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนเด็กจะเป็นกำลังของชาติที่ดีได้แต่หากเกิดโรคต่าง ๆขึ้นแล้วจะทำให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อเศรษฐกิจและสังคม ชุมชน ครอบครัว เป็นอนาคตของชาติต่อไป
การได้รับวัคซีนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กอายุ 0 - 5 ปี เป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของเด็ก เด็กทุกคนควรได้รับวัคซีนขั้นพื้นฐานครบทุกชนิดเพราะโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนเหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กจำนวนมากต้องป่วยหรือพิการและทำให้ถึงตายได้ สาเหตุเหล่านี้มาจากหลายๆปัจจัย พื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร การคมมานาคมไม่สะดวก ครอบครัว มีฐานะยากจน ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กยังขาดความตระหนักและยังหลงเชื่อในทางผิดๆไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการนำบุตรหลานมารับการบริการฉีดวัคซีนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคบ้างก็กลัวฉีดวัคซีนแล้วบุตรหลานจะพิการต่างๆนานา กระทบต่อการงานฉะนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบาละจึงมีความพยายามที่จะรณรงค์และส่งเสริมให้เด็ก 0- 5 ปี ตลอดจนวัคซีนในโรงเรียนให้ได้รับการฉีดวัคซีนขั้นพื้นฐานที่ควรจะได้ต่อไปโดยจากการได้รับงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลบาละอย่างต่อเนื่องทำให้ความครอบคลุมมีแนวโน้มในทางที่ดีขึ้นจากการสำรวจข้อมูลและผลการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาละ ในรอบปี 2567 - 2568 ปรากฏว่า เด็กอายุครบ 1 ปีได้รับวัคซีนครบทุกชนิด( fully immunization ) คิดเป็นอัตราร้อยละ 78.00 ร้อยละ 84.31 ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงกำหนดไว้ว่า เด็ก 0-5 ปี ต้องได้รับวัคซีนทุกชนิดครอบคลุมคิดเป็นร้อยละ 90.00 ยกเว้นวัคซีน หัด หัดเยอรมัน คางทูม (MMR) ร้อยละ 95ในการนี้จึงต้องเร่งรีบให้วัคซีน
ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้เพื่อความปลอดภัยจากโรคระบาดที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ส่งผลให้อัตราความครอบคลุมวัคซีนขั้นพื้นฐานเด็ก 0-5 ปี ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาละได้รับวัคซีนลดลงและได้รับวัคซีนไม่ครอบคลุม จึงจำเป็นต้องดำเนินการเร่งรัด ติดตาม ค้นหาเด็กตามกลุ่มเป้าหมายให้มารับการฉีดวัคซีนทุกคนเพื่อการป้องกันโรคที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชากรกลุ่มอายุดังกล่าว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีโครงการเพื่อรณรงค์ และประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ ความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่ เรื่องวัคซีนอย่างต่อเนื่อง เพราะจะวัคซีนใหม่ๆมาบรรจุในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้นกันโรคอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความครอบคลุมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลดการเกิดโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในพื้นที่ตำบลบาละต่อไป
เพื่อให้การดำเนินงานบริการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคขั้นพื้นฐานในเด็ก 0- 5 ปี มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาละ จึงจัดทำโครงการภูมิคุ้มกันดีด้วยวัคซีน ปี 2569(ต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2568)เพื่อส่งเสริมให้เด็กในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบาละมีภูมิคุ้มกันโรค และมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ปลอดภัยจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนและเป็นบันไดขั้นพื้นฐานที่จะนำสู่ความสำเร็จของการมีสุขภาพดีถ้วนหน้า เป็นอนาคตของชาติและเพื่อสร้างจิตสำนึกแก่บิดา มารดา และผู้ปกครองให้ตระหนักถึงความสำคัญของการได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนในบุตรอันเป็นที่รักที่กำลังเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน378
-
กลุ่มวัยทำงาน190
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมพัฒนาการมีส่วนร่วมเวที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ของภาคีเครือข่ายโดยการจัดอบรมแกนนำ ในชุมชนแต่ละหมู่บ้าน 3 หมู่และให้บริการวัคซีนเชิงรุกในชุมชน 3 หมู่ (หมู่ที่ 4 , 5 และหมู่ที่ 10 หมู่บ้านทีมีปัญหาเด็กปฏิเสธวัคซีนและบ่ายเบี่ยงความซีนความครอบคลุมการได้รับ
1.กิจกรรมพัฒนาการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
1. ค่าอาหารกลางวัน 40 คน x 60 บาท x 1 มื้อx 3 วัน
เป็นเงิน 7,200.- บาท 2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 40 คน x 30 บาท x 2 มื้อx 3 วัน เป็นเงิน 7,200.- บาท 3.ค่าวิทยากร 4 ซม. X 300 บาท x 3 วัน
เป็นเงิน 3,600 บาท 4.ค่าป้ายโครงการขนาด 1.2 x 2.4 เมตร ตารางเมตรละ250 บาท เงิน 720 -บาท 2.กิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครองเด็ก0-5ปี และเด็กปฐมวัย วัคซีนขั้นพื้นฐานและวัคซีนเสริมบรรจุอยู่ในแผนกระทรวงสาธารณสุข
1.ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 70 คน X 60 บาท X 1 มื้อ เป็นเงิน4,200.-บาท 2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 70 คน x 30 บาท X 2 มื้อ
เป็นเงิน4,200.-บาท
3.ค่าสัมมนาคุณวิทยากร300 บาท x 4 ชม. x 1 คน เป็นเงิน 1,200.-บาท 4.ค่าป้ายประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เรื่องวัคซีน ขนาด 1 x 2 เมตร x 6 ผืน x ตร.ม.ละ 250 บาท เป็นเงิน3,000. - บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 31,320.-บาทหมายเหตุทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยได้
1 มกราคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25698.1 แกนนำสุขภาพมีศักยภาพเพิ่มขึ้น สามารถนำองค์ความรู้เรื่องโรคต่างๆที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน และหลักการติดตามเด็กผิดนัดรับวัคซีน นำไปใช้ติดตามและประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนในพื้นที่
8.2 ผู้ปกครองเกิดความตระหนักในการนำบุตรมารับวัคซีน
8.3 ไม่มีเด็กอายุ 0 – 5 ปี เป็นโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนพื้นฐาน
8.4 เด็กอายุ 0-5 ปีทุกคนได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันกันโรคครบตามเกณฑ์ ร้อยละ 90
8.5 ผู้ปกครองเด็ก 0-5 ปี ตลอดจนผู้ปกครองที่มีบุตรหลานที่เรียนอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษา
และคนในชุมชน มีความรู้ ความเข้าใจ เกิดความตระหนักในการนำบุตรมารับวัคซีนและทัศนคติที่ดี
ในเรื่องการรับวัคซีน
31320.00 บาท
8.1 แกนนำสุขภาพมีศักยภาพเพิ่มขึ้น สามารถนำองค์ความรู้เรื่องโรคต่างๆที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน และหลักการติดตามเด็กผิดนัดรับวัคซีนนำไปใช้ติดตามและประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนในพื้นที่
8.2 ผู้ปกครองเกิดความตระหนักในการนำบุตรมารับวัคซีน
8.3 ไม่มีเด็กอายุ 0 – 5 ปี เป็นโรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนพื้นฐาน
8.4 เด็กอายุ 0-5 ปีทุกคนได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันกันโรคครบตามเกณฑ์ ร้อยละ 90
8.5 ผู้ปกครองเด็ก 0-5 ปี ตลอดจนผู้ปกครองที่มีบุตรหลานที่เรียนอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษา
และคนในชุมชน มีความรู้ ความเข้าใจ เกิดความตระหนักในการนำบุตรมารับวัคซีนและทัศนคติที่ดี
ในเรื่องการรับวัคซีน
