โครงการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจในเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ตำบลมะนังยง ประจำปี 2569
-
นางกูรอซีดะห์บูละ
-
นางมารีแยดอมา
-
นางฟายียะห์ เจ๊ะหะ
-
นางไซนับ ตาเยะ
-
นางฮาบือเสาะ สะอิ
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน7.00
-
ร้อยละของคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัดเป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)32.11
-
ร้อยละของผู้เข้ารับการอบรมขาดความรู้เกี่ยวกับการบริโภคอาหารก่อนและหลังการละศีลอดที่ถูกต้อง75.00
-
ร้อยละของผู้เข้ารับการอบรมขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้ยาในช่วงเดือนรอมฎอน90.00
-
ร้อยละของผู้เข้ารับการอบรมขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพร่างกายในเดือนรอมฎอน80.00
ในช่วงเทศกาลถือศีลอด หรือรอมฎอน ประชาชนมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ยะลา นราธิวาส และปัตตานี จะปฏิบัติตามหลักศาสนาในการละศีลอดตลอดทั้งวัน และเริ่มรับประทานอาหารเมื่อพระอาทิตย์ตก (มื้ออิฟตาร์) ทำให้พฤติกรรมการบริโภคอาหารเปลี่ยนไปในช่วงเวลานี้ โดยมื้ออาหารมักมีความหลากหลายและเต็มไปด้วยรสชาติที่ถูกปรุงอย่างจัดจ้าน รวมถึงของหวานและเครื่องดื่มหวานที่ได้รับความนิยมสูง เช่น ขนมหวานท้องถิ่น น้ำหวาน ชาเย็น หรือขนมที่จัดเตรียมสำหรับโอกาสพิเศษ
จากการสังเกตและรายงานจากพื้นที่ พบว่า ประชาชนมุสลิมมักบริโภคของหวานในปริมาณสูงกว่าปกติ ในช่วงรอมฎอน ทั้งในครัวเรือนและชุมชน โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาในปอเนาะ ซึ่งของหวานกลายเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีการละศีลอดและการพบปะทางสังคม การบริโภคของหวานสูงเช่นนี้แม้จะเป็นวัฒนธรรมที่นิยม แต่ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือฟันผุ หากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมนี้มาจากหลายด้าน ได้แก่วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น ที่เน้นความหวาน มัน และรสจัดในอาหาร,ความสะดวกและการเข้าถึง ของขนมหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งจำหน่ายตามตลาดหรือร้านค้าในชุมชน,ความรู้ด้านโภชนาการและสุขภาพ ที่ยังไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนไม่ตระหนักถึงผลเสียของการบริโภคน้ำตาลมากเกินไป,การส่งเสริมทางศาสนาและชุมชน ที่เน้นการรวมตัวเพื่อรับประทานอาหารละศีลอด ซึ่งมักมาพร้อมขนมหวานและเครื่องดื่มของชุมชน
โดยรวม การบริโภคของหวานในช่วงรอมฎอนจึงเป็นลักษณะเฉพาะของพฤติกรรมทางโภชนาการในพื้นที่ เป็นทั้งส่วนหนึ่งของประเพณีและความสนุกสนานทางสังคม แต่ก็สะท้อนถึงความจำเป็นในการเพิ่มความรู้ด้านโภชนาการ และส่งเสริมอาหารที่มีความสมดุลเพื่อสุขภาพของประชาชนในระยะยาว ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านตำบลมะนังยง ได้ตระหนักถึงความสำคัญที่ต้องแก้ไขปัญหา จึงได้จัดโครงการ ในช่วงเทศกาลถือศีลอด หรือรอมฎอน ประชาชนมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ยะลา นราธิวาส และปัตตานี จะปฏิบัติตามหลักศาสนาในการละศีลอดตลอดทั้งวัน และเริ่มรับประทานอาหารเมื่อพระอาทิตย์ตก (มื้ออิฟตาร์) ทำให้พฤติกรรมการบริโภคอาหารเปลี่ยนไปในช่วงเวลานี้ โดยมื้ออาหารมักมีความหลากหลายและเต็มไปด้วยรสชาติที่ถูกปรุงอย่างจัดจ้าน รวมถึงของหวานและเครื่องดื่มหวานที่ได้รับความนิยมสูง เช่น ขนมหวานท้องถิ่น น้ำหวาน ชาเย็น หรือขนมที่จัดเตรียมสำหรับโอกาสพิเศษ
จากการสังเกตและรายงานจากพื้นที่ พบว่า ประชาชนมุสลิมมักบริโภคของหวานในปริมาณสูงกว่าปกติ ในช่วงรอมฎอน ทั้งในครัวเรือนและชุมชน โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาในปอเนาะ ซึ่งของหวานกลายเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีการละศีลอดและการพบปะทางสังคม การบริโภคของหวานสูงเช่นนี้แม้จะเป็นวัฒนธรรมที่นิยม แต่ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือฟันผุ หากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมนี้มาจากหลายด้าน ได้แก่ วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น ที่เน้นความหวาน มัน และรสจัดในอาหาร,ความสะดวกและการเข้าถึง ของขนมหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งจำหน่ายตามตลาดหรือร้านค้าในชุมชน,ความรู้ด้านโภชนาการและสุขภาพ ที่ยังไม่เพียงพอ ทำให้ประชาชนไม่ตระหนักถึงผลเสียของการบริโภคน้ำตาลมากเกินไป,การส่งเสริมทางศาสนาและชุมชน ที่เน้นการรวมตัวเพื่อรับประทานอาหารละศีลอด ซึ่งมักมาพร้อมขนมหวานและเครื่องดื่มของชุมชน
โดยรวม การบริโภคของหวานในช่วงรอมฎอนจึงเป็นลักษณะเฉพาะของพฤติกรรมทางโภชนาการในพื้นที่ เป็นทั้งส่วนหนึ่งของประเพณีและความสนุกสนานทางสังคม แต่ก็สะท้อนถึงความจำเป็นในการเพิ่มความรู้ด้านโภชนาการ และส่งเสริมอาหารที่มีความสมดุลเพื่อสุขภาพของประชาชนในระยะยาว ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลมะนังยง ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดโครงการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพใจในเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ตำบลมะนังยง ประจำปี 2569 ขึ้น
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน7.005.00
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อลดคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัด เป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)32.1120.00
ร้อยละของคนในชุมชนที่ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัดเป็นประจำ (มากกว่า 5 วันต่อสัปดาห์)
-
เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจความพร้อมเกี่ยวกับการบริโภคอาหารก่อนและหลังการละศีลอดที่ถูกต้อง75.0090.00
ร้อยละ 90 ของผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจความพร้อมเกี่ยวกับการบริโภคอาหารก่อนและหลังการละศีลอดที่ถูกต้อง
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพร่างกายในเดือนรอมฎอน70.0090.00
ร้อยละ 90 ของผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพร่างกายในเดือนรอมฎอน
-
เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ยาในช่วงเดือนรอมฎอน70.0080.00
ร้อยละ 80 ของผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ยาในช่วงเดือนรอมฎอน
-
กลุ่มวัยทำงาน30
-
กลุ่มผู้สูงอายุ50
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด0
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง60
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมวางแผนการดำเนินงาน
1.1 เชิญประชุมคณะทำงานชมรมอสม.ต.มะนังยง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดกจกรรม
1.2 เขียนโครงการและเสนอโครงการเพื่อขอรับการอนุมัติงบประมาณ
1.3 ประชาสัมพันธ์การเข้าร่วมกิจกรรม
ค่าใช้จ่ายประกอบด้วย
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อ x 20 คน ๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 600 บาท17 ธันวาคม 2568 ถึง 19 ธันวาคม 2568แผนการดำเนินงาน
600.00 บาท -
กิจกรรมอบรม/บรรยายให้ความรู้
2.1 ดำเนินการจัดอบรมให้ความรู้ แบ่งออกเป็น 5 รุ่น ประกอบด้วย
- รุ่นที่ 1 กลุ่มเป้าหมายหมู่ที่ 1 บ้านอาโห ณ อาคารอเนกประสงค์บ้านอาโห จำนวน 40 คน
- รุ่นที่ 2 กลุ่มเป้าหมายหมู่ที่ 3 บ้านอาลอ ณ สุเหร่าดาลอตะวันตก จำนวน 40 คน
- รุ่นที่ 3 กลุ่มเป้าหมายหมู่ที่ 4 บ้านชะเอาะ ณ อาคารอเนกประสงค์บ้านชะเอาะ จำนวน 40 คน
- รุ่นที่ 4 กลุ่มเป้าหมายหมู่ที่ 5 บ้านริมคลอง ณ อาคารอนกประสงค์บ้านริมคลอง จำนวน 40 คน
- รุ่นที่ 5 กลุ่มเป้าหมายหมู่ที่ 3 และ 5 บ้านซูปัน ณ โรงเรียนตาดีกาซูปัน จำนวน 30 คน
รวมทั้งสิ้น 190 คน2.2 คัดกรองสุขภาพเบื้องต้นก่อนฝึกอบรม (วัดความดัน น้ำตาลในเลือด น้ำหนัก และรอบเอว)
2.3 อบรมให้ความรู้กับผู้เข้ารับการอบรม โดยมีหัวข้อดังนี้
- ความประเสริฐของเดือนรอมฎอน - ถือศิลอด(สุโฮร-อิฟตัร) ตามซุนนะฮ.กับหลักโภชนาการ
- การออกกำลังกายในช่วงรอมฎอน - การดูแลสุขภาพกายและและสุขภาพใจต่อการป้องกันการเจ็บป่วยในระหว่างถือศิลอด - การถือศีลอดกับประโยชน์ต่อร่างกาย : มุมมองการแพทย์สมัยใหม่และหลักอิบาดะฮ.2.3 รายละเอียดค่าใช้จ่ายมีดังนี้
- ค่าอาหารกลางวันพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อ x 190 คน ๆ ละ 60 บาท เป็นเงิน 11,400 บาท
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 2 มื้อ x 190 คน ๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 11,400 บาท
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ จำนวน 1 แผ่น เป็นเงิน 750 บาท
- ค่าวิทยากรบรรยายให้ความรู้ จำนวน 5 รุ่น ๆ ละ 4 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 12,000 บาท5 มกราคม 2569 ถึง 6 กุมภาพันธ์ 2569ร้อละ 90 ของผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจความพร้อมเกี่ยวกับการบริโภคอาหารก่อนและหลังการละศีลอดที่ถูกต้อง
ร้อยละ 90 ของผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพร่างกายในเดือนรอมฎอน
ร้อยละ 80 ของผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ยาในช่วงเดือนรอมฎอน
35550.00 บาท -
ชุมชนนำร่อง “อิฟตาร์สุขภาพดี” (Healthy Iftar Village)
3.1 แนวทางดำเนินงาน -คัดเลือก 1 หมู่บ้านนำร่องเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 35 คน
-ให้แกนนำสุขภาพร่วมกับอสม.จัดโต๊ะอาหารอิฟตาร์ตัวอย่าง 1 ครั้ง
-จัดแสดงเมนูสุขภาพ เช่น น้ำอินทผลัมหวานน้อย ข้าวต้มธัญพืช ผลไม้ท้องถิ่นน้ำตาลต่ำ เป็นต้น3.2 สาธิตให้ความรู้การทำเมนูน้ำอินผาลัมหวานน้อย อโวคาโดนมสด และข้าวต้มธัญพืช
- อินผาลัม 2 กล่อง ๆ ละ 75 บาท เป็นเงิน 150 บาท
- นมสด 1 กล่อง ๆ ละ 99 บาท เป็นเงิน 99 บาท - อโวคาโด 3 กิโลกรัม ๆ ละ 65 บาท เป็นเงิน 195 บาท3.3 รายละเอียดค่าใช้จ่ายมีดังนี้
- ค่าอาหารกลางวันพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อ x 35 คน ๆ ละ 60 บาท เป็นเงิน 2,100 บาท
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อ x 35 คน ๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 1,050 บาท
- ค่าวิทยากรบรรยายให้ความรู้ จำนวน 2 ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท5 มกราคม 2569 ถึง 6 กุมภาพันธ์ 2569กระตุ้นให้เกิดการลดหวานในระดับครัวเรือนและเห็นตัวอย่างเมนูจริง
4794.00 บาท -
กิจกรรมถอดบทเรียน และประเมินผลโครงการ
แนวทางการดำเนินการ ดังนี้
4.1 คัดกรองสุขภาพผู้เข้ารับการฝึกอบรม โดยการสุ่มรุ่นละ 20 คน x 5 รุ่น เป็นจำนวน 100 คน
4.2 อ่านผลการตรวจเบื้องต้นและให้คำแนะนำ โดยเจ้าหน้าที่ รพ.สต.มะนังยง
4.3 รายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 1 มื้อ x 100 คน ๆ ละ 30 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
-ค่าวิทยากร 1 คน x 1 ชั่วโมง x 600 บาท เป็นเงิน 600 บาท6 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 10 กุมภาพันธ์ 25691.ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีสุขภาพดี 2.ทะเบียนกลุ่มผู้เข้าร่วม
3.สรุปผลการสุ่มกลุ่มตัวอย่าง3600.00 บาท
- ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจความพร้อมเกี่ยวกับการบริโภคอาหารก่อนและหลังการละศีลอดที่ถูกต้อง
- ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพร่างกายในเดือนรอมฎอน
- ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ยาในช่วงเดือนรอมฎอน
