โครงการจัดตั้งสถานีสุขภาพชุมชน(Health station) ปี 2569
-
น.ส.อารีย์ หนูกาฬ
-
นางอนุษรา ชูหว่าง
-
นายเจษฏาพร พลสิงห์
-
น.ส.ปียะนุช รักจันทร์
-
น.ส.จิระประภา ประสาร
-
นางชลรติกานต์ สมเกื้อ
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน70
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง75
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)45
-
สถานการณ์กลุ่มเสี่งป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อาังของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านขัน ปี 2568 พบว่าเสี่ยงโรคเบาหวาน ร้อยละ 15.4 และเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 29.44 กลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน ร้อยละ 0.17 สงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 1370
หลักการและเหตุผล
สถานการณ์โรคไม่ติดต่อ โรคความดันโลหิตสูง ทั่วโลกพบว่ามีแนวโน้มของอัตราป่วยความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นรวมทั้งในประเทศไทย จากข้อมูลสำรวจสุขภาพประจำปีครั้งที่ 4 และครั้งที่ 5 ประจำปี 2552 และ 2557 ความชุกของผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 21.4 เป็น ร้อยละ 24.7 คิดเป็นจำนวน 13 ล้านคน และประมาณร้อยละ 45 ของผู้ใหญ่ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงไม่ทราบว่าตนเองเป็นและไม่ได้เข้ารับการรักษาซึ่งในกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต เป็นต้น ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย ผู้ดูแล รวมถึงเศรษฐกิจสังคม ในด้านค่าใช้จ่ายการดูแลรักษาและคุณภาพชีวิต ในประเทศไทยและจังหวัดบุรีรัมย์มีการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลรายงานจากระบบ HDC กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดบุรีรัมย์ ข้อมูล 5 ปี ย้อนหลัง (2559 – 2563) พบว่าการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงในประชาชนไทย อายุ 35 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 90 ในทุกๆปี และผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตราผู้ป่วยรายใหม่ต่อแสนประชากร จาก 702.79, 1,125.39, 1052.61, 1057.54 และ 1,147.8 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ และยังพบปัญหาการคืนข้อมูลสุขภาพให้กับประชาชนไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึง และยังไม่มีนวัตกรรมใหม่ๆ หรือเครื่องมือที่จะส่งเสริมให้ประชาชนรับรู้ความเสี่ยงสุขภาพของตนเอง แล้วเกิดการตัดสินใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเองให้มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น ลดความต่อการเกิดโรค หรือลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยได้
การดูแลสุขภาพประชาชนวัยทำงานจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรเริ่มต้นดูแลสุขภาพตั้งแต่ก่อนเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ เนื่องจากเมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุภาวะร่างกายมีความเสื่อมถอยตามอายุ มีภูมิต้านทานโรคต่ำลง มีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่าย การที่จะดูแลสุขภาพเมื่อเสื่อมแล้วเป็นการยากต่อการฟื้นฟูสุขภาพให้ดีดังเดิมเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านขัน จึงได้ดำเนินโครงการจัดตั้งสถานีสุขภาพชุมชน(Health Station) ขึ้น เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมโรคไม่ติดต่อในชุมชนวิถีใหม่ เพิ่มการเข้าถึงการคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นด้วยตนเองได้แก่ ภาวะน้ำหนักเกิน ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือด อุณหภูมิร่างกาย ค่าออกซิเจนในเลือด อัตราการเต้นของหัวใจ และตรวจวัดค่าความเค็มของอาหารที่ประชาชนในชุมชนรับประทานกันอยู่เป็นประจำ ส่งเริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดความเสี่ยงการป่วยด้วยโรค NCDs
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน7092
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง7595
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)4540
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ลดลง
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน0
-
กลุ่มวัยทำงาน1070
-
กลุ่มผู้สูงอายุ314
-
กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด522
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง0
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
พัฒนาทักษะการคัดกรองโรคเรื้อรัง การดูแลสุขภาพการบริโภคที่ถูกต้อง ของ แกนนำสุขภาพ
จัดอบรมพัฒนาทักษะการคัดกรองความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน และเทคนิคการแนะนำ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยง
1 ธันวาคม 2568 ถึง 30 ธันวาคม 2568ร้อยละ 100 ของ แกนนำสุขภาพ ได้รับการอบรมเพิ่มทักษะ
0 บาท -
จัดตั้งสถานีสุขภาพชุมชน(Health Station) หมู่ละ 1 ที่ (จำนวน 7 หมู่บ้าน)
จัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อใช้ในการจัดตั้งสถานีสุขภาพชุมชน(Health Station) ดังนี้
1.ค่าแถบตรวจน้ำตาลในเลือดพร้อมเข็มเจาะปลายนิ้ว จำนวน 70 ชุดๆ ละ 320 บาท เป็นเงิน 22,400 บาท
2.ค่าเครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิตอล จำนวน 7 เครื่องๆ ละ 2,500 บาท เป็นเงิน 17,500 บาท
3.ค่าเครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอล จำนวน 7 เครื่องๆ ละ 1,800 บาท เป็นเงิน 12,600 บาท
4.ค่าเครื่องวัดความเค็มในอาหาร จำนวน 7 เครื่องๆ ละ 1,500 บาท เป็นเงิน 10,500 บาท5 มกราคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2569มีสถานีสุขภาพสถานีสุขภาพชุมชน(Health Station) ที่พร้อมให้บริการประชาชน หมู่บ้านละ 1 ที่
63000 บาท -
ตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง แนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงป่วย และเฝ้าระวังติดตามตรวจซ้ำกลุ่มเสี่่ยง ทุก 3 เดือน
อสม./แกนนำสุขภาพ ประจำสถานีสุขภาพชุมชนตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง แนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงป่วย และเฝ้าระวังติดตามตรวจซ้ำกลุ่มเสี่ยง ทุก 3 เดือน
1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 92
0 บาท
อัตราการป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานรายใหม่ลดลง
