โครงการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ รพ.สต.บ้านขัน ปีงบประมาณ 2569
-
น.ส.อารีย์ หนูกาฬ
-
นางอนุษรา ชูหว่าง
-
นายเจษฏาพรพลสิงห์
-
น.ส.ปียะนุช รักจันทร์
-
น.ส.จิระประภา ประสาร
-
นางชลรติกานต์ สมเกื้อ
-
จำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล (คน)40.00
-
จำนวนผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น หกล้มง่าย เป็นต้น5.00
-
ร้อยละสถานที่หรือพื้นที่สาธารณะที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ70.00
หลักการและเหตุผล จากการรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ปี 2551 พบว่า หนึ่งในอุบัติเหตุที่ผู้สูงอายุได้รับบาดเจ็บมากที่สุด คือ การพลัดตกหกล้ม สูงถึงร้อยละ 40.4 ของการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมดในผู้สูงอายุและข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขพบว่า 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2554–2558) แนวโน้มผู้สูงอายุเสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มเพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยมากกว่า 800 คนต่อปี หรือประมาณ 3 คนต่อวัน ผู้สูงอายุ 1 ใน 3 หรือมากกว่า 3 ล้านคน พลัดตกหกล้มทุกปี โดยได้รับบาดเจ็บรุนแรงมากที่สุดคือ กระดูกข้อมือหัก รองลงมาคือสะโพกหัก และซี่โครงหัก สาเหตุการหกล้มมีทั้งปัจจัยภายในตัวผู้สูงอายุเอง จากความเสื่อมของระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายที่มีผลต่อการทรงตัว ได้แก่ ความเสื่อมของระบบการมองเห็น ระบบการได้ยิน ระบบกายสัมผัสและการรับรู้ การเคลื่อนไหวของข้อต่อความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อที่ลดลง ทำให้ขณะเดินหรือเปลี่ยนท่าทาง และปัจจัยภายนอกได้แก่สภาพแวดล้อมต่างๆ เช่น พื้นลื่น แสงสว่างไม่เพียงพอ การจัดวางสิ่งของไม่เป็นระเบียบข้อมูลจากกองป้องกันบาดเจ็บ กรมควบคุมโรคพบว่าเขตสุขภาพที่ 4 ข้อมูลอัตราการบาดเจ็บต่อแสนประชากร จากพลัดตกหกล้ม ปี 2560-2562 มีแนวโน้มสูงขึ้น เป็น 214.59 ,279.71 และ 575.17 ตามลำดับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านขันมีผู้สูงอายุ ติดเตียงจากการพลัดตกหกล้มจำนวน 4 ราย จากผลกระทบต่อผู้สูงอายุจากพลัดตกหกล้มดังที่กล่าวข้างต้น ถ้าผู้สูงอายุหรือผูดูแลผู้สูงอายุ มีความรู้ในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่อาจเกิดขึ้น จะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านขัน ตระหนักในปัญหาเรื่องพลัดตกหกล้ม จึงได้จัดทำโครงการนี้เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ
-
เพื่อเพิ่มจำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล40.0080.00
จำนวนบุคคลในครอบครัวที่มีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติต่อผู้สูงอายุที่ต้องได้รับการดูแล เพิ่มขึ้น
-
เพื่อลดจำนวนผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ5.000.00
ผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ มีจำนวนลดลง
-
เพื่อให้เกิดนโยบายสาธารณะเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ70.0085.00
จำนวน สถานที่หรือพื้นที่สาธารณะที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้น
-
เพื่อสร้างความรอบรู้ในการป้องกันพลัดตกหกล้มของผู้สูงอายุ40.0050.00
ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ร้อยละ 50
-
กลุ่มผู้สูงอายุ70
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมให้ความรู้ในการป้องกันการพลัดตกหกล้ม
จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุ จำนวน 70 คน (หมู่บ้านละ 10 คน) หมู่ที่ 2,4,8,9,12,13 และ 14ตำบลชุมพล อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง
โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่าย ดังนี้
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 70 คนๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน 4,900 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 70 คนๆ ละ 2 มื้อๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 3,500 บาท
- ค่าวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
รวมเป็นเงิน 11,400บาท1 มีนาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569- มีผู้เข้าร่วมอบรม (ผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุ) จำนวน 70 คน
- ผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุมีความรู้ในการป้องกันการพลัดตกหกล้ม
11400.00 บาท - มีผู้เข้าร่วมอบรม (ผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุ) จำนวน 70 คน
- ผู้สูงอายุติดเตียงจากการพลัดตกหกล้มลดลง
- ผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุมีความรู้ในการป้องกันการพลัดตกหกล้ม
