โครงการวัยจิ๋วปลอดภัย ร่วมใจสวมหมวกกันน็อค
-
นางวันดี บางปู (ผอ.กองการศึกษาฯ)
-
นางสาวฮานีสะห์ เปาะจิบราโอ (ผช.ธุรการ)
-
นางดาหะรี ดะเลง (ครู ศพด.บ้านดูซงกูจิ)
-
นางคอรีเยาะ สุขุมประอัส (ครู ศพด.บ้านบาตูบือละ)
-
นางรอสือน๊ะ อับดุลฮามิ (ครู ศพด.อัลมูบาร็อค)
-
นางคอฟเสาะ มูเลง (ครู ศพด.ยาแมะสะเอะ)
-
ร้อยละผู้ขับขี่รถที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น55.00
-
จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น80.00
หลักการและเหตุผล
ในปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลกซึ่ง 80% ของอุบัติเหตุทางถนน เกิดจากการใช้รถจักรยานยนต์ แต่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความสำคัญกับการปกป้องตนเองจากความเสี่ยงดังกล่าว สอดคล้องกับข้อมูลที่บอกว่ามีผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในเมืองไทย โดยเฉพาะเด็กใส่หมวกกันน็อกเพียงแค่ 8% เท่านั้น ทำให้มีเด็กไทยเสียชีวิตจากการไม่ใส่หมวกกันน็อคถึง 5,000 คนต่อปี นอกจากนี้ ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 หมวด 2 การกำหนดอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ มาตรา ที่ 16 ให้เทศบาลเมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจหน้าที่ในการจัดระบบการบริหารสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองดังนี้ (9) การจัดการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษา (ขั้นพัฒนา) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรฐานที่ 9 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีการจัดโครงการ / กิจกรรมส่งเสริมคุณภาพผู้เรียนอย่างหลากหลาย ตัวบ่งชี้ที่ 9.2 จัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการทางสมองตอบสนองความสนใจและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน มาตรฐานที่ 10 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีการจัดสภาพแวดล้อมและการบริการที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ตัวบ่งชี้ที่ 10.2 มีการส่งเสริมสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้เรียน มาตรฐานที่ 13 ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ที่ 13.4 มีวินัยมาตรฐานที่19 ผู้เรียนมีสุขนิสัย สุขภาพกายและจิตใจที่ดี ตัวบ่งชี้ที่ 19.1 มีสุขนิสัยในการดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ หลายประเทศทั่วโลกกำลังประสบปัญหาการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตขณะขับขี่ยานพาหนะสองล้อ เช่น รถจักรยาน จักรยานยนต์ และการเสียชีวิต การบาดเจ็บสาหัส ส่วนใหญ่มาจากอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งหมวกนิรภัยมีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บที่ศีรษะ และลดอาการรุนแรงของอาการบาดเจ็บลงได้ การส่งเสริมให้ผู้ขับขี่ สวมหมวกนิรภัยมากขึ้น จึงเป็นวิธีการสำคัญในการเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน และเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดการเสียชีวิตและการบาดเจ็บที่ศีรษะอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
ดังนั้นกองการศึกษาฯ ได้จัดทำโครงการวัยจิ๋วปลอดภัย ร่วมใจสวมหมวกกันน็อค เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของการสวมหมวกกันในการขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนอย่างปลอดภัยต่อไป
-
เพื่อลดจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น80.0085.00
จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน40
-
ผู้เข้าร่วมโครงการ ผู้ปกครองของนักเรียน40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมฝึกอบรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง และเด็กนักเรียน
- ค่าอาหารกลางวัน จำนนวน 80 คนๆ ละ 60 บาท จำนวน 1 มื้อเป็นเงิน 4,800บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 80 คนๆ ละ 35 บาทจำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 5,600 บาท
- ค่าป้ายไวนิล ขนาด 1.5x2.5 เมตร เป็นเงิน 1,000 บาท
- ค่าวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าหมวกกันน็อกเด็กจำนวน 40 ใบๆ ละ 250 บาท เป็นเงิน 10,000 บาท รวมเงินทั้งหมด 25,000 บาท
4 พฤษภาคม 2569 ถึง 29 พฤษภาคม 2569- ผู้ปกครองและเด็กได้รับความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการสวมหมวกกันน็อกและการขับขี่รถบนถนน
25000.00 บาท
ผู้ปกครองและเด็กได้รับความรู้เกี่ยวกับประโชยน์ของการสวมหมวกกันน็อกและการขับขี่บนถนนอย่างปลอดภัย ผู้ปกครองและเด็กมีแนวคิด ทัศนคติ และวิสัยทัศน์ที่ดีในการสวมหมวกกันน็อก ผู้ปกครองและเด็กมีการสวมหมวกกันน็อกในการขับขี่รถจักรยานยนต์มากขึ้น
