โครงการ ข้อเข่าดี ห่างไกลข้อเสื่อม ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย
ข้อเข่าเสื่อมหรือโรคข้อเข่าเสื่อม เป็นภาวะที่ข้อเข่าผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดการเสื่อมของกระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อ ทำให้มีการงอกของกระดูก เวลาเดินมีอาการเจ็บข้อเข่า มีการผิดรูปของข้อเข่า ซึ่งมักพบในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ทำให้เกิดความทรมานเป็นอย่างยิ่ง คุณภาพชีวิตลดลง และทำให้โรคอื่น ๆ กำเริบ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เนื่องจากออกกำลังกายไม่ได้ ซึ่งโรคข้อเข่าเสื่อมทำให้เกิดอาการปวดเข่า บวม เข่าฝืดยึด มีเสียงดังในเข่า ไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้เหมือนเคย ซึ่งอาการปวดมีความรุนแรงมากน้อยต่างกันไป สาเหตุมีได้หลายประการ เช่น ผลสะสมจากความเสื่อมและการใช้ข้อเข่าที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่วัยหนุ่มสาว การที่มีน้ำหนักตัวมาก ๆ ทำให้เข่าต้องรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในทุกขณะที่ก้าวเดิน หรือเคยได้รับอุบัติเหตุบริเวณข้อเข่ามาก่อน จากสถานการณ์ข้างต้น พบว่าโรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคหนึ่งในสิบโรคที่เป็นสาเหตุสำคัญอันก่อให้เกิดทุพพลภาพในประเทศไทย ทำให้ผู้ป่วยต้องมีชีวิตอยู่อย่างไร้สมรรถภาพในการประกอบอาชีพ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากมีพยาธิสภาพที่กระดูกอ่อนผิวข้อ อันก่อให้มีอาการปวดจากผิวข้อชำรุดและการอักเสบ หากเป็นต่อเนื่องจะทำให้เกิดโรคข้อเข่าเสื่อมรุนแรง ช่องว่างผิวข้อหายไป และกระดูกอ่อนผิวข้อชำรุดไปหมด ทำให้เข่าโก่งขึ้นได้ (ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย : แนวปฏิบัติบริการสาธารณสุข โรคข้อเข่าเสื่อม,2553) ในปัจจุบันพบว่ามีการใช้ยาในการรักษาภาวะข้อเสื่อมนี้เป็นจำนวนมาก รองจากยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) โดยเฉพาะยาแก้อักเสบในกลุ่ม NSAIDs (Non-Steroid Anti-inflammatory Drugs) ซึ่งส่วนมากเป็นการรักษาอาการปวดที่ปลายเหตุเสียมากกว่า และมักจะมีผลเสียในการก่อให้เกิดปัญหาเรื่องแผลในกระเพาะอาหารตามมา ซึ่งอุบัติการณ์ของผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมพบประมาณ๑ ใน ๓ หรือคิดเป็น ร้อยละ 34.5-45.6 ของประชากรทั้งประเทศ
ดังนั้นคลินิกการแพทย์แผนไทย สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ไอปาโจ จึงเล็งเห็นความสำคัญในการดูแลรักษาสุขภาพข้อเข่าในผู้ป่วยตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อให้ประชากรในพื้นที่ มีความรู้ ความเข้าใจ เกิดความตระหนักในการดูแลสุขภาพเข่าของตนเอง หากสุขภาพเข่าดี ห่างไกลจากข้อเสื่อม จะทำให้ประชากรในพื้นที่สามารถใช้ชีวิตประจำวันของตัวเองได้ดีขึ้น
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ ความเข้าใจ จะได้เกิดความตระหนักถึงโรคข้อเข่ามากขึ้น30.001.00
ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องการดูแลสุขภาพเข่า คิดเป็นร้อยละ 80
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง30.001.00
ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพเข่า คิดเป็นร้อยละ 80
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องโรคข้อเข่าเสื่อม/อาการที่ทำให้เกิดโรคข้อเข่า/ท่ากายบริหารสำหรับข้อเข่า/ท่าฤาษีดัดตนแก้อาการปวด/ให้ความรู้เกี่ยวกับการรับประทานยาสมุนไพรให้เหมาะสมกับอาการ
1.1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 30 คน × 25 บาท × 1 มื้อ × 1 วัน เป็นเงิน 750 บาท 1.2 ค่าอาหารกลางวัน 30 คน × 50 บาท × 1 มื้อ × 1 วัน เป็นเงิน 1,500 บาท 1.3 ค่าไวนิลโครงการ ขนาด 1 เมตร x 2 เมตร เป็นเงิน 500 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องการดูแลสุขภาพเข่า
2750.00 บาท -
2. จัดเตรียมยาน้ำมันแก้อาการปวดเข่า
2.1 ค่าสมุนไพรเหง้าดองดึง จำนวน 2 กิโลกรัม ๆ ละ400 บาท เป็นเงิน 800 บาท 2.2 ค่าสมุนไพรเหง้าไพล จำนวน 2 กิโลกรัม ๆ ละ 135 บาท เป็นเงิน 270 บาท 2.3 ค่าสมุนไพรเหง้าขิงจำนวน 2 กิโลกรัมๆละ 132.5 บาท เป็นเงิน 265 บาท 2.4 ค่าดินสอพอง จำนวน 2 กิโลกรัม ๆ ละ 80 บาท เป็นเงิน 160 บาท 2.5 เอทิลแอลกอฮอล์ 95% จำนวน 3 ลิตร ๆ ละ 160 บาท เป็นเงิน 480 บาท 2.6 น้ำมันมะพร้าว จำนวน 6 ขวด ๆ ละ 85 บาท เป็นเงิน 510 บาท 2.7ค่าสมุนไพรเมนทอล จำนวน 1.5 กิโลกรัม ๆ ละ 950 บาท เป็นเงิน 1,425 บาท 2.8 ค่าสมุนไพรการบูร จำนวน 2 กิโลกรัม ๆ ละ 400 บาท เป็นเงิน 800 บาท 2.9 ค่าสมุนไพรพิมเสนจำนวน500 กรัมเป็นเงิน 550 บาท 2.10 ค่าขวดสเปรย์ 30 มิลลิลิตร จำนวน 30 ขวด ๆ ละ 8 บาท เป็นเงิน 240 บาท 2.11 ค่าสติ้กเกอร์ เป็นเงิน 200 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการเข้ารับการรักษาด้วยหัตถการทางการแพทย์แผนไทย
5700.00 บาท
๑. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องการดูแลสุขภาพเข่า คิดเป็นร้อยละ 80 ๒. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพเข่า คิดเป็นร้อยละ 80
