โครงการส่งเสริมชุมชนหมู่5 บ้านบาโงยบาแดห่างไกลโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง
ปัจจุบันประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีผลกระทบมาจากกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกและการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ การแข่งขันทางการตลาด การสื่อสารและการคมนาคม รวมถึงการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสุขภาพของประชาชนไทยเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากพฤติกรรมที่เป็นปัญหา เช่น พฤติกรรมการบริโภค พฤติกรรมการออกกำลังกาย พฤติกรรมความปลอดภัย การใช้ยาและสารเสพติด ปัญหาสุขภาพจิต เป็นต้น ดังนั้น การดำเนินการในการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของประเทศ จำเป็นจะต้องพัฒนาประชาชนให้มีองค์ความรู้ และทักษะที่จำเป็น และพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม ทั้งระดับบุคคลครอบครัว และชุมชนครอบคลุม กลุ่มประชากรเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคให้แก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้ จากการตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 5 บ้านาโงยบาแด ในปี 2568 มีประชากรกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 562 คน ได้รับการคัดกรอง จำนวน 519 คน คิดเป็นร้อยละ 92.35 พบกลุ่มดีจำนวน 443 คน คิดเป็นร้อยละ 85.36 กลุ่มเสี่ยง จำนวน 57 คน คิดเป็นร้อยละ 10.98 กลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูง จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 3.28 และพบกลุ่มป่วยความดันโลหิตสูง จำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 0.369 ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวจำเป็นจะต้องส่งเสริมพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพที่สำคัญๆ ที่ก่อให้เกิดปัญหาสาธารณสุขของประเทศ นโยบายสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ช่วยคนไทยห่างไกลโรค มีเป้าหมายที่สำคัญ คือ การสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชน และลดปัญหาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว โดยใช้กระบวนการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนให้การดำเนินงานช่วยคนไทยห่างไกลโรคให้บรรลุผลสำเร็จ โดยการส่งเสริมให้มีความรู้ และทักษะในการดูแลตนเอง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดยใช้หลัก 3อ. 2ส. เป็นหลัก เพื่อให้มีสุขภาวะในทุกด้าน หลังการตรวจคัดกรองความเสี่ยงเพื่อ ค้นหาโรคในระยะเริ่มต้น ดังนั้นชมรมออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 5 บ้านบาโงยบาแด ได้ตระหนักถึงภาวะสุขภาพของประชาชนในกลุ่มดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมชุมชน ห่างไกลโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับความรู้ และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการเกิดโรค และลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงได้
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
ไม่มีงบประมาณ
ถึง0.00 บาท -
อบรมให้ความรู้กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
ค่าอาหารกลางวัน 50 คน x 75 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 3,750 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 50 คน x 35 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 3,500 บาท
ค่าวิทยากร 1 คน x 5 ชม.ๆ ละ 500 บ. เป็นเงิน 2,500 บาท
ค่าป้ายไวนิลขนาด 2.5 X 1 ตรม. จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 750 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการอบรม
สมุดบันทึกปกอ่อน จำนวน 50 เล่ม x 10 บาท เป็นเงิน 500 บาท
ปากกาลูกลื่น จำนวน 50 ด้ามๆละ 5 บาท เป็นเงิน 250 บาท
แฟ้มใส่เอกสาร 50 ใบ x 10 บาท เป็นเงิน 500 บาท
ถึง11750.00 บาท -
กิจกรรม ติดตามเยี่ยมบ้านประชาชนกลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย และกลุ่มป่วย
เครื่องวัดความดันโลหิต จำนวน 3 เครื่อง x 2000 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
เครื่องชั่งน้ำหนัก digital จำนวน 2 เครื่อง x 1000 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
ค่าสายวัดรอบเอว BMI จำนวน 2 อัน x 150 บาท เป็นเงิน 300 บาท
ถึง8300.00 บาท
1 ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ร้อยละ 90
2 ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 90
3 ประชาชน ที่ตรวจพบความผิดปกติและสงสัยเป็นโรคได้รับการติดตาม ส่งต่อและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อเนื่อง ร้อยละ 90
