โครงการเฝ้าระวังความเสี่ยงในกลุ่มวัยผู้สูงอายุ
สังคมสูงอายุ หรือสังคมสูงวัย (Ageing Society) เป็นประเด็นที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญและให้ ความสำคัญ เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 21 ที่มีผลต่อเกือบทุกภาคส่วน ในระดับมหภาค ได้แก่ รายได้ต่อหัวของประชากร งบประมาณของรัฐบาล การจ้างงาน ความต้องการสินค้าและ บริการ เช่น ที่อยู่อาศัย การขนส่ง และการคุ้มครองทางสังคม ตลอดจน โครงสร้างครอบครัวและความสัมพันธ์ ระหว่างรุ่นตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรทางสุขภาพของประเทศในระยะยาว องค์การสหประชาชาติคาดการณ์ว่า ทั่วโลกจะมีประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปถึง 1,200 ล้านคนในปีพ.ศ. 2568 และ 2,000 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2593 หรือคิดเป็นร้อยละ 20 ของประชากรโลกทั้งหมด สำหรับประเทศไทยในปี พ.ศ. 2565 มีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปสูงถึงร้อยละ 18.94 ของประชากรทั้งประเทศ และคาดการณ์ว่าจะมีประชากรสูงอายุถึงร้อยละ 20.66, 28.55 และร้อยละ 33 ในปี พ.ศ. 2566, 2578 และ พ.ศ. 2583 ตามลำดับ อนาคต 20 ปีข้างหน้า อัตราการเพิ่ม ประชากรไทยจะติดลบ ในขณะที่ประชากรสูงอายุจะเพิ่มขึ้นด้วยอัตราที่สูงมาก โดยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จะเพิ่มขึ้น ร้อยละ 3.5 ต่อปี และประชากรผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป จะเพิ่มเฉลี่ยประมาณร้อยละ 7.1 ต่อปีจะทำให้อัตราพึ่งพิง รวมจะสูงถึง 65 ในปี พ.ศ. 2578 อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุ
ตำบลควนธานี มีผู้สูงอายุจำนวน ๙๕๗ คน คิดเป็นร้อยละของประชากรทั้งหมด จากการประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันพื้นฐาน สามารถแยกกลุ่มผู้สูงอายุตามความสามารถในการปฏิบัตรกิจวัตรประจำวัน ได้ ๓ กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ ๑ เป็นผู้สูงอายุที่สามารถดูแลตนเองได้ดี ค่าคะแนนในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ตั้งแต่ ๑๒ ขึ้นไป(กลุ่มติดสังคม) จำนวน ๙๐๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๙๔.๗๗ กลุ่มที่ ๒ เป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่ติดบ้าน ค่าคะแนนในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอยู่ในช่วง ๕ - ๑๑ คะแนน จำนวน ๓๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๔.๐๗ และกลุ่มที่ ๓ กลุ่มติดเตียง(พึ่งพาตนเองไม่ได้) มีค่าคะแนนในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอยู่ในช่วง ๐-๔ คะแนน (ข้อมูลจากฐานข้อมูลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลควนธานี)
ชมรมผู้สูงอายุตำบลควนธานี ได้เห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุทั้ง ๓ กลุ่ม อย่างเท่าเทียม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และให้ผู้สูงอายุตำบลควนธานีมีคุณภาพชีวิตที่ดีชมรมผู้สูงอายุ ตำบลควนธานี จึงได้จัดทำโครงการ “เฝ้าระวังความเสี่ยงในกลุ่มวัยผู้สูงอายุ” ขึ้น
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี0.00
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีความรู้ ความเข้าใจ การดูแลตนเองเมื่อมีปัญหาสุขภาพ0.00
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุมีอาสาสมัครในชุมชนร่วมเป็นพี่เลี้ยงในการดูแลสุขภาพ0.00
-
กลุ่มผู้สูงอายุ80
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมอบรมผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคม
1.ค่าอาหารว่างจัดประชุมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มผู้สูงอายุติดสังคม
จำนวน ๒ ครั้ง ครั้งละ ๔๐ คนๆละ ๒ มื้อ ๆละ ๓๐ บาท เป็นเงิน ๔,๘๐๐บาท ๒. ค่าอาหารกลางวัน จัดประชุมให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มผู้สูงอายุติดสังคม จำนวน ๒ ครั้ง ครั้งละ ๔๐ คน ๆละ ๑ มื้อๆละ ๘๐ บาท เป็นเงิน๖,๔๐๐ บาท ๓. ค่าวิทยากรในการอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มผู้สูงอายุติดสังคม จำนวน ๒ ครั้งๆละ ๖ ชั่วโมงๆละ ๖๐๐ บาท เป็นเงิน ๗,๒๐๐ บาท1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 31 สิงหาคม 256931150.00 บาท -
กิจกรรมอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ
๑.ค่าอาหารว่างจัดประชุมให้ความรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มผู้ดูแลผู้สูงอายุ จำนวน ๓๐ คนๆ ละ
๒ มื้อๆละ ๓๐ บาท เป็นเงิน๑,๘๐๐ บาท ๒.ค่าอาหารกลางวันจัดประชุมให้ความรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มผู้ดูแลผู้สูงอายุ จำนวน ๓๐ คนๆ ละ ๑ มื้อๆละ ๘๐ บาท เป็นเงิน๒,๔๐๐ บาท ๓. ค่าวิทยากรในการอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มผู้ดูแลผู้สูงอายุติด จำนวน ๑ ครั้งๆละ ๖ ชั่วโมงๆละ ๖๐๐ บาท เป็นเงิน ๓,๖๐๐ บาท ๔. ค่าวัสดุในการสาธิตการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ - แปรงสีฟันพร้อมยาสีฟัน จำนวน๘๐ ชุดๆละ ๕๐ บาท เป็นเงิน๔,๐๐๐บาท
๔. ค่าวัสดุในการติดตามความเสี่ยงด้านสุขภาพ - เครื่องวัดความดันโลหิตแบบดิจิตอล จำนวน ๓ เครื่องๆละ ๒,๕๐๐ บาท เป็นเงิน ๗,๕๐๐ บาท - ค่าเครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอลจำนวน ๒ เครื่องๆ ๑,๐๐๐ บาท เป็นเงิน๒,๐๐๐ บาท ๕. ค่าจัดทำป้ายไวนิลโครงการจำนวน ๑ ป้ายขนาด 1.2x2.5เป็นเงิน450 บาท1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 1 สิงหาคม 25697650.00 บาท
- ผู้สูงอายุได้รับการประเมินคัดกรองสุขภาพและเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
- ผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแล/ฟื้นฟูบริการ ด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง
- ผู้สูงอายุมีการพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตและถ่ายทอดภูมิปัญญาสู่คนรุ่นหลังอันส่งผลให้ผู้สูงอายุเป็นบุคคลที่มีคุณค่าในชุมชน
