โรคไข้เลือดออกนับเป็นปัญหาสาธารณสุขไทยตลอดมา เพราะไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่สร้างความสูญเสียชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งที่ทุกฝ่ายได้ช่วยกันรณรงค์ป้องกันและควบคุมมาโดยตลอด และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างทั้งภาครัฐและเอกชน พบว่าปัญหาโรคไข้เลือดออกไม่ได้ลดลงมากนัก ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในระดับประเทศเรื่อยมา
จากสถานการณ์เมื่อปี 2568ที่ผ่านมาอำเภอยี่งอก็มีการระบาดที่ค่อนข้างสูงในระดับต้นๆของจังหวัดนราธิวาสตำบลตะปอเยาะมีการระบาดที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบในระดับของอำเภอ มีจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด 32 ราย เทียบเป็นอัตราป่วย 320 ต่อแสนประชากร จะเห็นได้ว่าอัตราป่วยที่ค่อนข้างสูงขึ้น การระบาดของโรคไข้เลือดออกส่วนมากจะพบผู้ป่วยในช่วงเดือนกรกฏาคม – พฤศจิกายน ของทุกปีซึ่งตรงกับการเปิดภาคเรียนที่หนึ่งพอดีและชีวนิสัยของยุงชอบออกหากินเวลากลางวันจึงสันนิฐานได้ว่าการแพร่เชื้อและการกระจายโรค จะเกิดขึ้นได้ทั้ง ชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน ด้วยเหตุนี้ การควบคุมโรคจะต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจาก ชุมชนโรงเรียนองค์การบริหารส่วนตำบลโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก จึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของโรคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญและถือเป็นภารกิจที่ต้องช่วยกัน กระตุ้นและชักนำให้ประชาชน องค์กรชุมชน ตลอดจนเครือข่ายสุขภาพให้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต้องเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกร่วมกันทางอาสาสมัครสาธารณสุข(อสม.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะปอเยาะ จึงได้จัดทำโครงการป้องกันและควบคุมการระบาดโรคไข้เลือดออกในชุมชนตำบลตะปอเยาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ปีงบประมาณ 2569 ขึ้น
-
1 เพื่อป้องกันและควบคุมการระบาดโรคไข้เลือดออกของประชากรในชุมชน0.000.00
-
2 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการป้องกันควบคุมโรคและแก้ไขปัญหาโดยชุมชน0.000.00
-
3 เพื่อลดอัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกของประชากรในชุมชน0.000.00
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 ลงพื้นที่พ่นหมอกควัน ติดตามเฝ้าระวังความชุกของลูกน้ำยุงลายในพื้นที่ระบาดและส่วน ราชการ โรงเรียน ชุมชนในพื้นที่ตำบลตะปอเยาะ
1.ค่าวัสดุ-อุปกรณ์ในการพ่นหมอกควันลูกน้ำยุงลาย
1.1น้ำยาพ่นหมอกควัน 1 ขวดๆ ละ 1,800 เป็นเงิน 1,800 บาท 1.2 รณรงค์พ่นหมอกควันช่วงการระบาดของโรคไข้เลือดออกในหมู่บ้าน -น้ำมันเบนซิน 10 ลิตรๆ ละ 40 บาท 5 หมู่บ้านเป็นเงิน 2,000 บาท -น้ำมันดีเซล 30 ลิตรๆ ละ 30 บาท 5 หมู่บ้านเป็นเงิน4,500 บาท - ค่าจ้างพ่นหมวกควันรณรงค์ในหมู่บ้าน คนละ 300 บาท จำนวน
4 คน 5 หมู่บ้าน เป็นเงิน 6,000 บาท 1.3 พ่นหมอกควันในโรงเรียนก่อนเปิดเทอมแรก จำนวน 6 โรงเรียน -น้ำมันเบนซิน 5 ลิตรๆ ละ 40 บาท 6 โรงเรียน เป็นเงิน 1,200 บาท -น้ำมันดีเซล 15 ลิตรๆ ละ 30 บาทเป็นเงิน2,700 บาท - ค่าจ้างพ่นหมวกควันในโรงเรียน คนละ 300 บาทจำนวน 2 คน6 โรงเรียน เป็นเงิน 3,600 บาท เป็นเงิน 21,800 บาท2 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 30 กันยายน 256921800.00 บาท -
กิจกรรมที่ 2 ลงพื้นที่ พ่นหมอกควัน ที่บ้านผู้ป่วยยืนยันและแจกอุปกรณ์ กำจัดยุงตัวแก่ ทรายอะเบท และครีม โลชั่นป้องกันยุง
กิจกรรมที่ 2 ลงพื้นที่ พ่นหมอกควันที่บ้านผู้ป่วยยืนยันและแจกอุปกรณ์ กำจัดยุงตัวแก่ ทรายอะเบทและครีม โลชั่นป้องกันยุง
1 ธันวาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 25691.ค่าอุปกรณ์กำจัดยุงตัวแก่ สเปรย์ฉีดกันยุง ขนาด 600 ml จำนวน 30 ราย รายละ 2 กระป่อง ๆ ละ 150 บาท เป็นเงิน9,000 -บาท 2.ค่าทรายเบท 1 ถังๆละ 5,000 บาท เป็นเงิน5,000 บาท
3.ค่าผลิตภัณฑ์ป้องกันยุง ครีม โลชั่นกันยุง ชนิดสเปรย์ จำนวน 30 ขวดๆ ละ 70 บาท เป็นเงิน
2,100.-บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 16,100 บาท16100.00 บาท
