โครงการส่งเสริมการรู้เท่าทัน และป้องกันโรคซึมเศร้าในชุมชน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
-
75
โรคซึมเศร้าเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลกที่ส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตต่อคุณภาพชีวิต การทำงาน และความสัมพันธ์ในครอบครัว ในประเทศไทยมีการประเมินตัวเลขผู้เสี่ยงหรือมีภาวะเครียด และซึมเศร้าที่น่ากังวล: ข้อมูลกรมสุขภาพจิต และองค์การอนามัยโลกระบุว่า ประชากรไทยมีสัดส่วนผู้มีความเสี่ยงซึมเศร้าและปัญหาความเครียดในระดับที่เพิ่มขึ้น โดยประมาณการผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในประเทศจำนวนหลายแสนถึงกว่าล้านคน และมีสัดส่วนเยาวชนที่เสี่ยงสูงเป็นกลุ่มสำคัญที่ต้องได้รับการสนับสนุนเชิงป้องกันและคัดกรองเชิงรุก
ข้อมูลเชิงระบบจากคลังข้อมูลด้านการแพทย์ และสุขภาพ (HDC/กรมสุขภาพจิต) แสดงให้เห็นแนวโน้มความชุก และการเข้าถึงบริการโรคซึมเศร้าที่ต่างกันตามพื้นที่ และกลุ่มประชากร ซึ่งชี้ว่าการเข้าถึงบริการยังไม่ครอบคลุมเพียงพอในหลายจังหวัด การเฝ้าระวัง และการส่งเสริมความรู้ (mental health literacy) ในชุมชนจึงเป็นมาตรการสำคัญเพื่อลดช่องว่างการรักษา และเพิ่มการค้นพบผู้มีภาวะเสี่ยงในระยะต้น ในบริบทระดับจังหวัด และพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีงานวิจัยและรายงานชี้ว่ากลุ่มประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้รวมทั้งจังหวัดนราธิวาสมีปัญหาสุขภาพจิตที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ บางพื้นที่พบอัตราการป่วยทางจิต หรืออาการซึมเศร้าระดับสูงกว่าอย่างมีนัย (ผลกระทบจากปัจจัยชุมชน เช่น ความไม่สงบ ปัญหาเศรษฐกิจ ขาดโอกาสทางการศึกษา และสังคมที่มีความตึงเครียดเรื้อรัง) ซึ่งทำให้ความต้องการบริการด้านสุขภาพจิต และการป้องกันเชิงชุมชนมีความจำเป็นเร่งด่วน
สำหรับ ชุมชนบ้านลาไม (หมู่ที่ 5 ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส) ซึ่งเป็นชุมชนชนบทในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พบว่าพื้นที่นี้มีบริบทของความเปราะบางหลายด้านที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตของชาวบ้าน ได้แก่ รายงานเหตุการณ์ภัยพิบัติ (เช่น อุทกภัย) และปัญหาสังคม/ความไม่สงบในบางช่วงเวลา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยกดดันจิตใจ และทำให้ความเครียดสะสม หากไม่มีการเฝ้าระวัง คัดกรอง และการให้ความรู้เชิงป้องกัน ก็อาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของภาวะซึมเศร้า และการเข้าถึงการรักษาที่ล่าช้าได้ (ตัวอย่างเหตุการณ์ท้องถิ่น และตำแหน่งชุมชนอ้างอิงจากแผนที่/รายงานท้องถิ่น) ด้วยเหตุผลดังกล่าว โครงการส่งเสริมการรู้เท่าทันและป้องกันโรคซึมเศร้าในชุมชนบ้านลาไมจึงจำเป็น เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับสัญญาณเตือนและวิธีป้องกัน/จัดการความเครียดเชิงปฐมภูมิ (mental health literacy) เพื่อการคัดกรองและการช่วยเหลือเบื้องต้นที่ถูกต้อง เสริมการเข้าถึงการคัดกรองเบื้องต้น ลดภาระโรคจากภาวะซึมเศร้าในระยะยาว
-
เพื่อคัดกรองและค้นหาโรคซึมเศร้าในประชากรกลุ่มเป้าหมายในเขตรับผิดชอบ9090
ประชาชนเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า ร้อยละ 85
ผู้เข้าร่วมมีคะแนนความรู้หลังอบรมสูงขึ้นอย่างน้อย ร้อยละ 80
กลุ่มเสี่ยงได้รับการส่งต่อ ร้อยละ 100
อสม.สามารถใช้แบบคัดกรอง 2Q/9Q ได้ถูกต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 90
-
เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักรู้ตนเอง มีความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง สามารถดำเนินชีวิตในสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีความสุข0
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง150
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้กลุ่มเป้าหมายส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักรู้ตนเอง มีความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง สามารถดำเนินชีวิตในสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีความสุข
- ค่าอาหารกลางวัน 75 คน x 50 x 1 มือ x 2 รุ่น เป็นเงิน 7,500 บาท
- ค่าอาหารว่าง/เครื่องดื่ม 75 คน x 30 บาท x 2 มื้อ x 2 รุ่น เป็นเงิน 9,000 บาท
- ค่าวิทยากร 6 ชม.ๆละ 600 บาท x 2 รุ่น เป็นเงิน 7,200บาท
- ค่าไนิล 1x3 เมตร เป็นเงิน 750 บาท
9 มีนาคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2569- ประชาชนได้รับความรู้เกี่ยวกับโรคซึมเศร้า
- จำนวนผู้ผ่านการอบรม/ให้ความรู้เรื่องอาการ สาเหตุ และวิธีป้องกัน ร้อยละ85
- อสม. และผู้นำชุมชนได้รับการพัฒนา
- จำนวนผู้ผ่านการอบรมการใช้แบบคัดกรอง 2Q/9Q และทักษะสื่อสารเชิงบวก ร้อยละ 75
- มีการดำเนินการคัดกรองประชาชนในพื้นที่บ้านลาไม
- จำนวนผู้ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต ร้อยละ 75
24450 บาท -
2. จัดสาธิตการนวดเพื่อผ่อนคลายความเครียด 3. บริการตรวจคัดกรองโรคซึมเศร้า 4. ติดตามเยี่ยมในกลุ่มประชากรที่มีภาวะเสี่ยง 5. กลุ่มประชากรที่มีภาวะเสี่ยงได้รับการส่งต่อ2 มีนาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569
อัตราการเกิดภาวะซึมเศร้าของประชาชนในพื้นที่บ้านลาไมลดลง
มีเครือข่ายการดูแลสุขภาพจิตในชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน (อสม.–ครอบครัว–รพ.สต.)
ประชาชนมีทักษะการจัดการความเครียด สามารถดูแลสุขภาพจิตตนเองได้ดีขึ้น
ลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การทำร้ายตนเอง หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต
ชุมชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีความร่วมมือและความเอื้ออาทรต่อกันมากขึ้น
0 บาท
งบประมาณทั้งหมดสามารถเฉลี่ยได้ตามความเหมาะสมของบริบทในพื้น
- ประชาชนมีความรู้ และมีทักษะในการป้องกันโรคซึมเศร้า
- พบผู้มีภาวะเสี่ยงได้เร็วขึ้น ลดการเกิดปัญหาซับซ้อน
- อสม. และชุมชนสามารถช่วยสังเกต และดูแลผู้มีภาวะเสี่ยงได้
- คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น มีสุขภาพจิตแข็งแรง
