โครงการสุขภาพกายาดี ห่างไกลโรคกล้ามเนื้อ ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย
-
1.นางสาวพิศมัย ยอดพรหม
-
นางสาวฟาติน เด่นตุลาการ
-
นางสาวกรรณิการ์ ร่มทับทิม
-
นางสาวกรรณิการ์ ร่มทับทิม
-
นางสาวจิตวิสุทธิ์ โกมัย
-
-
สถานการณ์ประเทศไทยในปัจจุบัน มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายงานจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2565 ผู้สูงอายุในประเทศไทยมีถึงประมาณ 12.1 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 18.3 ของประชากรทั้งประเทศ ที่มีอยู่ 66.18 ล้านคน องค์การสหประชาชาติได้ให้นิยามว่าประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ในสัดส่วนเกิน 10% ของประชากรทั้งประเทศ ถือว่าประเทศนั้นได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)ดังนั้นประเทศไทยจึงก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ ปัญหาสำคัญคือการขาดแคลนแรงงาน, ภาระการพึ่งพิงของประชากรวัยทำงาน, และกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องเผชิญความยากจนและการขาดแคลนรายได้ เนื่องจากผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม (ดนยา สุเวทเวทิน,2561)ดังนั้นการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุในการดูแลสุขภาพของตนเองในช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนกลาง จึงเป็นเรื่องสำคัญ จะเห็นได้ว่าบุคคลวัยนี้ร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่เสื่อมถอย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเริ่มลดลง ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับวัยหนุ่มสาว มีโอกาสเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และมวลกล้ามเนื้อ ข้อกระดูก จะเริ่มเปลี่ยนแปลง โดยมวลกล้ามเนื้อจะค่อย ๆ ลดลง และกระดูกจะเริ่มสูญเสียมวลไปอย่างช้า ๆ ซึ่งหากมีการใช้ร่างกายบริเวณนั้นมาก ๆ ก็จะทำให้ร่างกายมีอาการปวดขึ้นมา เช่น ปวดตึงกล้ามเนื้อบ่า กล้ามเนื้อหลัง ขา และปวดข้อเข่าได้ คลินิกการแพทย์แผนไทย สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ไอปาโจ มีประชากรในพื้นที่ ทั้งหมด 1,139 คน (อ้างอิงจากระบบ JHCIS ของ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ไอปาโจ) ซึ่งผู้ป่วยที่มีอายุระหว่าง 35-60 ปี ได้รับการด้วยโรคระบบกล้ามเนื้อ ไม่ว่าจะเป็น โรคลมปลายปัตคาตสัญญาณ 1,3,4,5 หลัง โรคจับโปงแห้งเข่า โรคจับโปงน้ำเข่า โรคลมปลายปัตคาตขา ทั้งหมด 1,214ครั้ง (อ้างอิงจากระบบ JHCIS ของ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ไอปาโจ เป็นข้อมูล 5 ปี ย้อนหลัง) ดังนั้นคลินิกการแพทย์แผนไทย สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี ไอปาโจ จึงเล็งเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพของตนเองตั้งแต่วัยผู้ใหญ่กลางคน เพื่อให้กายาแข็งแรง โดยการนำหัตถการที่เหมาะสมสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ หัตถการแช่เท้าสมุนไพร ที่ช่วยลดอาการปวดเมื่อย เกร็ง และชาบริเวณมือเท้า กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และนอนหลับสบายขึ้น หัตถการพอกเข่าสมุนไพร ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดและอักเสบบริเวณข้อเข่า,ลดอาการบวมแดงร้อน, ดูดพิษร้อนในข้อ, กระจายลมที่คั่งค้างในข้อ และ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้การเคลื่อนไหวของข้อเข่าดีขึ้น และลดเสียงดังในข้อ เพื่อให้สุขภาพกายาแข็งแรง ห่างไกลจากโรคระบบกล้ามเนื้อได้.
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น160.001.00
ผู้เข้าร่วมโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการรักษาข้อเข่าเสื่อมและแช่เท้าด้วยสมุนไพรด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย160.001.00
ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการรักษาข้อเข่าเสื่อมและแช่เท้าสมุนไพรด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ร้อยละ 90 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคระบบกล้ามเนื้อ160.001.00
ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคระบบกล้ามเนื้อ ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง160
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. จัดจ้างทำป้ายไวนิลโครงการ และสติ้กเกอร์
1.1 ค่าไวนิลโครงการ ขนาด 1 เมตร x 2 เมตร เป็นเงิน 500 บาท 1.2 ค่าสติ้กเกอร์ เป็นเงิน 400 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569-
900.00 บาท -
2.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องโรคระบบกล้ามเนื้อ/อาการที่ก่อให้เกิดโรค/พฤติกรรม ที่ก่อให้เกิดโรคและท่ากายบริหาร ท่าฤๅษีดัดตน แก้อาการปวด จำนวน 3 วัน
2.1 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 160 คน × 25 บาท × 2 มื้อ × 1 วัน เป็นเงิน
8,000 บาท
2.2 ค่าอาหารกลางวัน 160 คน × 60 บาท × 1 มื้อ × 1 วัน เป็นเงิน 9,600 บาท
2.3 ค่าวิทยากร จำนวน 1 คน x 3 ชั่วโมง x 600 x 3 วัน เป็นเงิน 5,400
1 เมษายน 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคระบบกล้ามเนื้อ และ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
23000.00 บาท -
3. ค่าวัสดุโครงการ
3.1 ค่าสมุด 160 เล่ม x 10 บาท เป็นเงิน 1600 บาท
3.2 ค่าปากกา 160 แท่ง x 5 บาท เป็นเงิน 800 บาท
3.3 ค่ากะละมัง 20 ใบ x 25 บาท เป็นเงิน 500 บาท
1 เมษายน 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569-
2900.00 บาท -
4. ค่าสมุนไพรในการจัดกิจกรรมพอกเข่าสมุนไพร แช่เท้าสมุนไพร และมอบน้ำมันสมุนไพรสำหรับเป็นยาใช้ภายนอก แก้อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
4.1 ค่าผงดองดึง 1 กิโลกรัม = 680 บาท x 4 กิโลกรัม เป็นเงิน 2,720 บาท
4.2 ค่าผงไพล 1 กิโลกรัม = 320 x 4 กิโลกรัม เป็นเงิน 1,280 บาท 4.3 ค่าดินสอพอง 1 กิโลกรัม = 80 บาท x 4 กิโลกรัม เป็นเงิน 320 บาท
4.4 ค่าแป้งข้าวเจ้า 1 กิโลกรัม = 40 บาท x 5 กิโลกรัม เป็นเงิน 200 บาท
4.5 ค่าสมุนไพรลูกประคบ 1 กิโลกรัม = 390 บาท x 2 กิโลกรัม เป็นเงิน 780 บาท 4.6 ค่าเหง้าไพล 2 กิโลกรัม เป็นเงิน 285 บาท 4.7 น้ำมันมะพร้าว 1 ขวด = 85 บาท x 8 ขวด เป็นเงิน 680 บาท 4.8 ค่าสมุนไพรเมนทอล 1.5 กิโลกรัม เป็นเงิน 1,425 บาท 4.9 ค่าสมุนไพรการบูร 1 กิโลกรัม เป็นเงิน 800 บาท 4.10 ค่าสมุนไพรพิมเสน 1 กิโลกรัม เป็นเงิน 1,100 บาท 4.11 ค่าน้ำมันระกำ 1 ลิตร = 350 บาท 4.12 ค่าขวดสเปรย์ 30 มิลลิลิตร x 160 คน x 8 บาท เป็นเงิน 1,280 บาท 4.13 บีกเกอร์ขนาด 250 มิลลิลิตร 2 ใบ เป็นเงิน 200 บาท 4.14 บีกเกอร์ขนาด 500 มิลลิลิตร เป็นเงิน 200 บาท 4.15 ค่าหม้อลูกประคบ 1 ใบ เป็นเงิน 790 บาท 4.16 ค่าถังต้มน้ำร้อนไฟฟ้า 1 ใบ เป็นเงิน 790 บาท1 เมษายน 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการรักษาข้อเข่าเสื่อมและแช่เท้าด้วยสมุนไพรด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย และ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
13200.00 บาท
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
- ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการรักษาข้อเข่าเสื่อมและแช่เท้าสมุนไพรด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ร้อยละ 90 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคระบบกล้ามเนื้อ ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
