แบบฟอร์มพัฒนาโครงการ
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
โครงการสร้างเสริมสุขภาพผู้ดูแลผู้ป่วยห่างไกลบุหรี่ด้วยการแพทย์แผนไทยชื่อโครงการควรสั้น กระชับ เข้าใจง่าย และสื่อสาระของสิ่งที่จะทำอย่างชัดเจน ควรจะระบุชื่อชุมชนในชื่อโครงการเพื่อความสะดวกในการค้นหา
2569
โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์บูรณาการ วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา วิทยาเขตสมุทรสงคราม
1. นายจตุภัทร อนุชน
2. นางสาวฐิติยา พรมมาวันนา
3. นางสาวกฤตาณัฐ แพงจันทร์
4. นางสาวสุพัตรา ข่าทิพย์พาที
5. นางสาวนิตยา เมืองปาก
ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
3. สถานการณ์
ระบุสถานการณ์ หลักการและเหตุผล หรือ ที่มาของการทำโครงการ เพิ่มเติม
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
- บอกจุดมุ่งหมายในการดำเนินงานโครงการ และสิ่งที่ต้องการให้เกิดผลจากการดำเนินงานโครงการ วัตถุประสงค์นี้จะต้อง เฉพาะเจาะจง วัดได้จริง แสดงโอกาสที่จะเกิดผลสำเร็จ สอดคล้องกับหลักการและเหตุผล ในระยะเวลาที่กำหนด
- ตัวชี้วัด ให้ระบุความชัดเจนว่า เมื่อดำเนินการตามโครงการเสร็จแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือบรรลุผลสำเร็จอะไรบ้างและมากน้อยเพียงใด และควรแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรมวัดผลได้ และระบุตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการทั้งในระดับผลผลิตและผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
5. กลุ่มเป้าหมาย
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
วันเริ่มต้น : 01/10/2026
กำหนดเสร็จ : 01/09/2027
7. วิธีการดำเนินงาน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
หมายเหตุ :
สถานที่ดำเนินการ
1. โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์บูรณาการ
2. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และ หน่วยบริการปฐมภูมิ ที่เป็นเครือข่าย ในพื้นที่ 3 อำเภอของจังหวัดสมุทรสงคราม
3. ศาลาประชาคม/ศูนย์บริการสาธารณสุข ในชุมชนที่กำหนด
*งบประมาณและสถานที่ อาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม
8. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง
ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?1. ผู้ดูแลผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการ ไม่น้อยกว่า 80% มีความรู้และทักษะในการใช้การแพทย์แผนไทยเพื่อจัดการความเครียด
2. ผู้ดูแลผู้ป่วยที่สูบบุหรี่และเข้าร่วมโปรแกรมบำบัดด้วยการแพทย์แผนไทย สามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 40% ของกลุ่มที่สูบ
3. ผู้ดูแลมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีขึ้น (ลดระดับความเครียด) ทำให้ เพิ่มประสิทธิภาพ ในการดูแลผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น
4. ลดการได้รับ ควันบุหรี่มือสอง ในครัวเรือนของผู้ป่วยในกลุ่มเป้าหมาย
5. เกิดแนวทางการใช้การแพทย์แผนไทยในการส่งเสริมสุขภาพจิตและการบำบัดพฤติกรรมเสี่ยงที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทอื่นได้