ส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาสมรรถภาพทางกาย โรงเรียนวัดประดู่เรียง
-
นายตะวัน ศรีนวล 0884402869,นางวรินธร โพธิบาย,นางสาวขวัญชนก เจ้ยชุม,นายศุภชัย เกลี้ยงแก้ว,นางสาวจุฑาพร จันดำ
-
ร้อยละของเด็กและวัยรุ่นอายุ 5-17 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน)50
ข้อมูลด้านสุขภาพของเด็กและวัยรุ่นไทยในปัจจุบันพบว่า มีพฤติกรรม เคลื่อนไหวร่างกายน้อย และไม่ได้มีกิจกรรมทางกายตามเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำไว้ว่า เด็กควรมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน (WHO, 2020) ข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2566) ระบุว่า เด็กวัยเรียนจำนวนมากมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำหนักเกิน โรคอ้วน และสมรรถภาพทางกายลดลง รวมถึงพัฒนาการเคลื่อนไหวไม่สมวัย โรงเรียนวัดประดู่เรียงเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการส่งเสริมสุขภาพผ่านกิจกรรมทางกายเพื่อให้นักเรียนได้เคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มระดับกิจกรรมทางกาย ลดพฤติกรรมอยู่กับที่เป็นเวลานาน และส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัยรักการออกกำลังกาย การสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล จะช่วยให้โรงเรียนสามารถจัดกิจกรรมได้อย่างมีคุณภาพ มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม และเกิดผลลัพธ์ต่อสุขภาพในระยะยาว อีกทั้งยังสอดคล้องกับแนวทาง “โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ” ของกรมอนามัย และยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพระดับตำบลที่มุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาพตั้งแต่วัยเรียน
-
เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน80
ร้อยละ 80 นักเรียนมีกิจกรรมทางกายอย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน
-
เพื่อพัฒนาและปรับปรุงสมรรถภาพทางกายพื้นฐานของนักเรียนตามหลักการออกกำลังกายที่ถูกต้อง80
ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายดีขึ้นและค่าดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน8
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน34
-
กลุ่มวัยทำงาน7
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจงและเตรียมการโครงการ
ประชุมชี้แจงและเตรียมการ: ประชุมคณะครูและผู้เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงวัตถุประสงค์โครงการ กำหนดวันเวลา และแบ่งหน้าที่รับผิดชอบในการประเมิน
30 มกราคม 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569คณะกรรมการ ครู เข้าใจขั้นตอนและวัตถุประสงค์ของโครงการ
0 บาท -
การทดสอบสมรรถภาพก่อนโครงการ (Pre-Test)
ครูประจำชั้นสำรวจน้ำหนัก ส่วนสูงและคำนวณค่าดัชนีมวลกาย จากนั้นดำเนินการทดสอบสมรรถภาพทางกายพื้นฐานของนักเรียนทุกคน เช่น การวิ่ง 50 เมตร,นั่งงอตัวไปข้างหน้า,ลุกนั่ง,วิ่งเก็บของ พร้อมจดบันทึกสถิติของนักเรียนแต่ละคน โดยจัดซื้ออุปกรณ์ดังนี้ เสื่อโยคะ 4 ผืน ผืนละ 150 บาท รวมเป็น 600 บาท
15 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569ได้ข้อมูลสมรรถภาพทางกายและค่าดัชนีมวลกายก่อนเข้าร่วมโครงการของนักเรียน
600 บาท -
กิจกรรมพลศึกษาเชิงปฏิบัติการและนันทนาการ
จัดหาอุปกรณ์สื่อสารและอำนวยความสะดวก เนื่องจากกิจกรรมพลศึกษาและนันทนาการที่ต้องทำในพื้นที่กลางแจ้ง จำเป็นต้องใช้ เครื่องขยายเสียงและอุปกรณ์สื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อสั่งการและควบคุมการฝึกซ้อมกีฬาหรือเปิดดนตรีประกอบจังหวะการออกกำลังกาย ซึ่งจะกิจกรรมทางกายในรายวิชาพลศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 - ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หรือในคาบพลศึกษาเช่น แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อยและจัดเตรียมพื้นที่สำหรับการฝึก (เช่น สถานีวิ่งเร็ว, สถานีฝึกการงอตัว, สถานียืดเหยียด, สถานีฝึกความคล่องตัว)โดยมีอุปกรณ์ขยายเสียงดังนี้ ชุดลำโพงอเนกประสงค์ล้อลาก Bluetooth8,900 บาท
1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569นักเรียนมีเวลาออกกำลังกายและมีสุขภาพทางกายที่ดีขึ้น
8900 บาท -
กิจกรรมออกกำลังกายแบบมีจังหวะและนันทนาการ
ครูทำการติดต่อและคัดเลือกวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายแบบมีจังหวะ เช่น แอโรบิก เพื่อนำนักเรียนเข้าสู่ท่าทางการออกกำลังกายแบบมีจังหวะและให้ความรู้ ความสำคัญในการแอโรบิกให้กับนักเรียนอย่างถูกต้องในคาบสุดท้ายของวันพุธ เวลา 14.30-15.30 จำนวน 4 ครั้ง โดยมีค่าวิทยากร 4 ครั้งx600 บาท=2,400 บาท
1 สิงหาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569นักเรียนสามารถปฏิบัติท่าทางการออกกำลังกายได้ ถูกต้องตามหลักการเพิ่มขึ้น
2400 บาท -
การประเมินผลโครงการและสรุปผล
การทดสอบสมรรถภาพหลังโครงการ (Post-Test) ดำเนินการทดสอบสมรรถภาพทางกายซ้ำอีกครั้งด้วยวิธีการเดิม นำข้อมูล Pre-Test และ Post-Test มาเปรียบเทียบและวิเคราะห์ผล เพื่อวัดความสำเร็จตามวัตถุประสงค์
1 ตุลาคม 2569 ถึง 10 ตุลาคม 2569รายงานผลการเปลี่ยนแปลงสมรรถภาพทางกายของนักเรียน นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจและเป็นแรงจูงใจในการออกกำลังกายต่อไป
0 บาท
