โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ "สูงวัย สุขกาย สบายใจ ประจำปี 2569
-
นางจิราภรณ์ เอี้ยวเหล็ก
-
น.ส.กฤษณา ละอองสุวรรณ (พี่เลี้ยง)
-
น.ส.รัตนา เจ๊ะลี
-
น.ส.อรวรรณ พานพันธ์
-
น.ส.กนกพร สิทธิภาสกุล
ชมรมเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ 3 ชุมชนและเครือข่าย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2552 จากการรวมตัวของผู้สูงอายุในชุมชนท่านายเนาว์ บ้านหัวทาง และบ้านโคกพยอม ได้จดทะเบียนเป็นชมรมกับเทศบาลเมืองสตูล ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 100 คน ชมรมได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกอย่างต่อเนื่อง อาทิกิจกรรมสันทนาการการรำกลองยาว การจัดงานสังสรรค์ งานปีใหม่ ตลอดจนการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสำคัญของเทศบาล เช่น งานวัด งานบุญ งานลอยกระทง และงานสงกรานต์ กิจกรรมการฝึกอาชีพ การรวมกลุ่มทำกิจกรรมดังกล่าวช่วยให้สมาชิกได้ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อน สร้างความสุข ความเบิกบานใจ และความรู้สึกมีคุณค่าให้แก่สมาชิก อย่างไรก็ตามสมาชิกจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาสุขภาพและมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมองโรคอ้วน ภาวะน้ำหนักเกิน ปวดเข่า ปวดข้อ รวมถึงปัญหาการเคลื่อนไหว โรคสมองเสื่อม โรคซึมเศร้า อาการนอนไม่หลับ ส่งผลให้บางรายไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ นอกจากนั้นผู้สูงอายุบางส่วนต้องอาศัยอยู่เพียงลำพัง เนื่องจากสูญเสียคู่ชีวิตหรือถูกทอดทิ้ง บุตรหลานย้ายไปทำงานนอกพื้นที่เนื่องจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ ทำให้เสี่ยงต่อภาวะโดดเดี่ยวและปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาต่างๆ เหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดภาวะพึ่งพิงและภาวะพิการในผู้สูงอายุในอนาคต จากสถานการณ์ดังกล่าว ชมรมผู้สูงอายุเพื่อสุขภาพ 3 ชุมชนและเครือข่าย จึงเห็นความสำคัญของการคัดกรองและตรวจสุขภาพเพื่อให้ผู้สูงอายุได้ทราบถึงภาวะสุขภาพของตนเองการอบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องเหมาะสมแก่ผู้สูงอายุ เพื่อปรับพฤติกรรมด้านสุขภาพ รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เช่น กิจกรรมการแช่เท้าด้วยสมุนไพรเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ส่งผลต่อการนอนหลับ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ สูงวัย สุขกาย สบายใจ ประจำปี 2569 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม อีกทั้งยังสนับสนุนการรวมกลุ่มทำกิจกรรม พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้และผ่อนคลายความตึงเครียด อันจะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีและการเป็นผู้สูงวัยอย่างมีคุณค่าในสังคมต่อไป
-
เพื่อให้สมาชิกชมรมเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ 3 ชุมชนและเครือข่ายได้รับการคัดกรองและตรวจสุขภาพเบื้องต้น60.0080.00
-ร้อยละ 100 ของสมาชิกชมรม ได้รับการคัดกรองและตรวจสุขภาพเบื้องต้น
-ร้อยละ 100 กรณีพบความผิดปกติได้รับการตรวจซ้ำและส่งต่อ -
เพื่อให้สมาชิกชมรมเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ 3 ชุมชนและเครือข่ายได้รับความรู้ในการดูแลสุขภาพ60.0080.00
สมาชิกชมรมมีความรู้ด้านการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องเหมาะสม
-
เพื่อให้ผู้สูงอายุ ได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำกิจกรรมร่วมกันและผ่อนคลายความตึงเครียด60.0080.00
สมาชิกชมรมที่เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจในกิจกรรม มากกว่าร้อยละ 80 และอยากให้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง
-
กลุ่มวัยทำงาน20
-
กลุ่มผู้สูงอายุ40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมคัดกรองและตรวจสุขภาพเบื้องต้น
กิจกรรมคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นแก่สมาชิกชมรม เดือนละ 1 ครั้ง
1.1 วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณดัชนีมวลกาย โดย อสม.ที่เป็นสมาชิกชมรมเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ 3 ชุมชนและเครือข่าย
1.2 เจาะปลายนิ้ว เพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือด
1.3 ให้คำแนะนำรายบุคคล
1.4 บันทึกข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังและติดตามต่อเนื่อง
*** หากพบผิดปกติ ประสานเพื่อส่งต่อสถานบริการสุขภาพ ***
งบประมาณ
1.1 เครื่องวัดความดันโลหิต 1 เครื่อง เป็นเงิน 2,000 บาท
1.2 เครื่องตรวจน้ำตาลพร้อมปากกาเจาะปลายนิ้ว จำนวน 1 เครื่อง เป็นเงิน 2,000 บาท
1.3 แถบตรวจน้ำตาล พร้อมเข็ม (ชุดละ 30 แผ่น) จำนวน 2 ชุดๆ ละ 680 บาท เป็นเงิน 1,360 บาท
(รายการที่ 1.2 และ1.3 ทางกลุ่มจะบริหารจัดการวัสดุเองในการทำกิจกรรมครั้งถัดไป)
1.4 ค่าถ่ายเอกสารแผ่นพับสี จำนวน 60 แผ่นๆ 10 บาท เป็นเงิน 600 บาท1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569-จำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับการคัดกรองและตรวจสุขภาพ
-ผลวิเคราะห์/ผลการตรวจคัดกรอง5960.00 บาท -
กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพกายและใจในวัยสูงอายุ
รูปแบบกิจกรรม : คัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้สมาชิกชมรม และอบรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพกายและใจในวัยรุ่นสูงอายุ และการอบรมการใช้สมุนไพรแช่เท้าเพื่อผ่อนคลายและการรณรงค์ปลูกพืชสมุนไพรในครัวเรือน
กำหนดการจัดอบรม
07.30-08.30 ลงทะเบียน / คัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้ก่สมาชิกชมรม จำนวน 60 คน
08.30-09.00 ทำแบบทดสอบก่อนการอบรม / พิธีเปิด
09.00-10.00 อบรมให้ความรู้ เรื่อง การใช้สมุนไพรใกล้ตัวในชุมชน และแช่เท้าด้วยสมุนไพรเรื่องการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุโดย แพทย์แผนไทย รพ.สตูล
10.00-12.00 อบรมเรื่อง ทำอย่างไรให้ สว. สูงวัย สุขภาพใจดี โดย นายณรงค์เวชย์ แซ่ห้าว นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ
12.00-13.00 พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.00-13.30 สันทนาการ
13.30-15.30 อบรมให้ความรู้ เรื่อง สูงวัยสุขภาพดี เดินดี ไม่ลืม ไม่ล้มโดย น.ส.พัฒนาวดี หลีนิ่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ
15.30-16.00 ตอบข้อซักถาม/ทำแบบทดสอบหลังการอบรม/จัดทำแบบประเมินความพึงพอใจ
หมายเหตุ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
งบประมาณ
2.1 ป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 1 ป้าย ขนาด 1 x 3 เมตร x 150 บาท เป็นเงิน 450 บาท
2.2 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆ ละ 30 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 3,600 บาท
2.3 ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 60 คนๆละ 70 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 4,200 บาท
2.4 ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 5 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
2.5 ค่าอุปกรณ์สำหรับแช่เท้า (กะละมัง,ผ้าขนหนู อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง) จำนวน 40 ชุดๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
2.6 ค่าวัสดุ สมุนไพร ในการแช่เท้า (ตะไคร้,ไพล,ใบมะกรูด,พลับพลึง,ใบหนาด,ใบยอ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง) เป็นเงิน 890 บาท1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569-สมาชิกชมรมเข้าร่วมกิจกรรมร้อยละ 100
-ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีระดับความพึงพอใจอย่างน้อยร้อยละ 8014140.00 บาท -
รับสมัครอาสาสมัครปลูกสมุนไพรสำหรับแช่เท้าเพื่อสุขภาพในครัวเรือนและสรุปโครงการ
รูปแบบกิจกรรม : รับสมัครอาสาสมัครในชมรม อย่างน้อยจำนวน 15 ครัวเรือน ในการปลูกพืขสมุนไรพ เพื่อใช้ในการแช่เท้าเพื่อผ่อนคลาย เช่น ตะไคร้,ไพล,ใบมะกรูด,พลับพลึง,ใบหนาด,ใบยอ
งบประมาณ
3.1 ค่าจัดทำเอกสารสรุปโครงการ (ค่าถ่ายเอกสารและเข้าเล่ม) จำนวน 2 เล่มๆ เป็นเงิน 500 บาท1 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569-มีครัวเรือนเข้าร่วมอาสาปลูกพืชสมุนไพร อย่างน้อย 15 ครัวเรือน
-สามารถจัดกิจกรรมสมุนไพรแช่เท้าได้โดยใช้วัตถุดิบสมุนไพรจากการปลูกในครัวเรือน500.00 บาท
ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยกันได้ตามความเหมาะสม
-ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพ
-ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความรู้เรื่องสุขภาพ สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัวได้
-ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รวมกลุ่มทำกิจกรรม มีการพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิกในชมรมผู้สูงอายุ
