โครงการร้านชำมาตรฐาน ผู้ประกอบการมีความรู้ สู่การบริโภคอย่างปลอดภัย ปีงบประมาณ 2569
-
นายสันต์พรมสร
ประเทศไทยตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 1 เป็นต้นมา ได้มีการพัฒนานโยบายสาธารณสุขที่เน้นในการให้บริการรักษาพยาบาลโดยมีการขยายบริการให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศจนกระทั่งในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่9ที่ผ่านมาที่มีนโยบายสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการทางสุขภาพทั้งด้านการรักษาพยาบาลการ ฟื้นฟูสภาพ การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรคอย่างได้มาตรฐานเสมอภาคและเท่าเทียมกันโดยกำหนดยุทธศาสตร์นโยบายและแผนเพื่อให้มีการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการดูแลสุขภาพคนไทยตื่นตัวและเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพออกกำลังกายการใช้เครื่องอุปโภคบริโภคที่ปลอดภัยลดความเครียด เพื่อลดโรคที่สำคัญได้แก่ โรคหลอดเลือด และหัวใจความดันโลหิตสูงโรคเบาหวานและมะเร็งเป็นต้น ในปีงบประมาณ 2568 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมูโนะ ได้ดำเนินงานด้านคุ้มครองผู้บริโภค พบว่า การใช้เครื่องอุปโภคบริโภคที่ไม่ได้มาตรฐานจากร้านชำในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง ที่ไม่ได้คุณภาพ จำหน่ายให้กับประชาชนในชุมชน และยังจำหน่ายยาบางชนิดที่ไม่สามารถจำหน่ายได้ในร้านชำซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเลือก ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง ที่มีคุณภาพ ความรู้เรื่องประเภทของยาแต่ละชนิดที่สามารถจำหน่ายได้ในร้านชำ และจำหน่ายให้กับประชาชนในชุมชนได้ อีกทั้งเรื่องของความสะอาดของร้านและผลิตภัณฑ์ต่างๆภายในร้านที่ไม่ผ่านเกณฑ์ งานคุ้มครองผู้บริโภค และเครือข่ายสุขภาพของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมูโนะ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของงานคุ้มครองผู้บริโภคจึงได้จัดทำโครงการร้านชำมาตรฐานผู้ประกอบการมีความรู้สู่การบริโภคอย่างปลอดภัยเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบกิจการร้านขายของชำในด้านการค้าขาย การประกอบอาหารให้ถูกสุขลักษณะและมีคุณภาพผู้ประกอบการร้านชำจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง และจำหน่ายยาเฉพาะยาสามัญประจำบ้าน ได้ถูกต้องตามเกณฑ์มาตรฐาน
-
เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ อาหาร เครื่องสำอาง ที่มีคุณภาพ จำหน่ายให้กับ ประชาชนในชุมชนได้90.00
ร้อยละ 90 ของผู้ประกอบการร้านชำสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ อาหาร เครื่องสำอาง ที่มีคุณภาพ ตามเกณฑ์ร้านชำมาตรฐาน มาจำหน่ายให้กับประชาชนได้
-
เพื่อพัฒนาเครือข่ายงานคุ้มครองผู้บริโภค ที่สามารถให้ความรู้ และคำแนะนำในการเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์สุขภาพแก่ประชาชน และผู้ประกอบการได้100.00
ร้อยละ 100 ของหมู่บ้านในเขตรับผิดชอบมีแกนนำเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคที่สามารถให้ความรู้ และให้คำแนะนำในการเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์สุขภาพแก่ประชาชน และผู้ประกอบการได้
-
กลุ่มวัยทำงาน30
-
อาสาสมัครสาธารณสุข30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมการอบรมให้ความรู้
ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม 60 คน x 25 บาท x 2 ครั้ง เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 60 คน x 50 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
ค่าป้ายไวนิลโครงการ ขนาด 1.2 เมตร x 2.4 เมตร จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 720 บาท
ค่าวิทยากรจำนวน 2 คนๆละ 3 ชม.ๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
ค่าวัสดุสำนักงานในการจัดทำโครงการ เป็นเงิน 5,000 บาท
1 มกราคม 2569 ถึง 30 กันยายน 256915320.00 บาท -
กิจกรรมการตรวจประเมินร้านชำ
-ค่าอาหารกลางวัน อาหารว่าง และเครื่องดื่มสำหรับ อสม.ในการออกตรวจประเมินร้านชำในพื้นที่ จำนวน 30 คน x 100 บาท x 2 วัน เป็นเงิน 6,000 บาท
1 มกราคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25696000.00 บาท
- ผู้ประกอบการสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ อาหาร เครื่องสำอาง ที่มีคุณภาพ จำหน่ายให้กับประชาชนในชุมชนได้
- เครือข่ายงานคุ้มครองผู้บริโภค สามารถให้ความรู้ และคำแนะนำในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพแก่ประชาชน และผู้ประกอบการได้
