โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควบคุมความรุนแรงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปี2569
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) ปัจจุบันเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการด าเนินชีวิต ของประชาชน ประชาชนมีการแข่งขันสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว นิยมวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น จึงท า ให้วิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง เช่น การเร่งรีบกับการทำงานบริโภคอาหารโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการมีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย เครียด ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุข เป็นกลุ่มโรคที่มีปัจจัยสาเหตุ การนำไปสู่โรคจากปัจจัยเสี่ยงร่วมและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยน พฤติกรรม เช่น การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ และมีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรค จากการดำเนินงานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านซาไก ในปีงบประมาณ 2568 พบว่า มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิต จำนวน 285 คน ผู้ป่วย เบาหวาน จำนวน 68 คน ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง จำนวน 55 คน ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่ควบคุมระดับความดันโลหิตได้ 183 คน คิดเป็นร้อยละ 64.21 ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลใน เลือดได้ 29 คน คิดเป็นร้อยละ 42.65 และจากการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่ม ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 854 คน พบว่ามีกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง จำนวน 52 คน คิดเป็นร้อยละ 6.09 และมีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ จำนวน 2 คน ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ จำนวน 4 คน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านซาไก ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดท า “โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดเสี่ยง ลดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ประจำปีงบประมาณ 2569” ขึ้น เพื่อลดอัตราป่วย ตาย ด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี40.00
ร้อยละ 40 ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี60.00
ร้อยละ 60 ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี
-
เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนและความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง10.00
ร้อยละ 10 ลดภาวะแทรกซ้อนและความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง60
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมคัดกรอง โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป
คัดกรอง
โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป
1 มกราคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ร้อยละ90ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป
0.00 บาท -
กิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยห่างไกลโรคเรื้อรังNCDs และลดภาวะแทรกซ้อนจากโรค
-ค่าอาหารกลางวันจำนวน 60 คนๆละ 75 บาท เป็นเงิน 4,500 บาท.
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 60 คนๆ30 บาท* 2 มื้อ เป็นเงิน3,600 บาท.
-ค่าสมนาคุณวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
-ค่าวัสดุอุปกรณ์ สมุด ปากกา แฟ้มใส่เอกสารฯลฯ เป็นเงิน 3,300 บาท.
-ค่าเอกสารให้ความรู้เรื่องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยห่างไกลโรคเรื้อรังNCDs จำนวน 60 ชุดๆ 20บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
-ค่าไวนิลให้รู้เรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ขนาด 80 ซม เมตร*170 ซม จำนวน 4 ชุดๆละ 700 บาท เป็นเงิน 2,800 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 19,000 บาท (หนึ่งหมื่นเก้าพันบาทถ้วน)
.หมายเหตุ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดสามารถถั่วเฉลี่ยได้
1 มกราคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ร้อยละ90มีความรู้เรื่องการดูแลตนเอง และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคความดันเบาหวาน
19000.00 บาท
1.เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาได้ดี
2.เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดี
3.เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนและความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
และผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
