โครงการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกด้วยสเปรย์ไล่ยุงสมุนไพรตะไคร้หอม
-
นายสุวิทย์ ทองกัญญา
-
นางอรุณีหีมเขียว
-
นางปราณี ชูทอง
โรคไข้เลือดออกนับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยตลอดมา เพราะไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อโดยมียุงลายเป็นพาหะ ที่สร้างความสูญเสียชีวิต ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากโรคนี้มีแนวโน้มการระบาดในช่วงฤดูฝนของทุกปีและพบว่าประชากรที่ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มเด็กวัยเรียนที่มีอายุตั้งแต่ ๕ - ๑๔ ปี แต่ปัจจุบันยังพบผู้ป่วยไข้เลือดออกในผู้ใหญ่และมีการเกิดโรคตลอดทั้งปีอีกด้วย ดังนั้นการดำเนินงานควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออกให้ ประสบผลสำเร็จและเกิดประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องระดมความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการกำจัดลูกน้ำยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคและรณรงค์ให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาโรคไข้เลือดออกและร่วมมือกันเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
ทั้งนี้โรคไข้เลือดออกจะติดต่อจากคนไข้ที่มีเชื้อไข้เลือดออกโดยมียุงลายเป็นพาหะ เมื่อยุงลายไปกัดคนที่มีเชื้อก็จะนำเชื้อไข้เลือดออกไปติดคนอื่นได้โดยไปกัดคนอื่นต่อ และมียุงลายเป็นพาหะนำโรคในช่วงฤดูฝนยุงลายมีแหล่งเพาะพันธุ์ที่มากขึ้นจากน้ำที่ยังตามที่ต่างๆ จึงสังเกตได้ว่าช่วงนี้ของทุกปีเป็นช่วงที่มีอัตราการระบาดของโรคสูง นอกจากยุงลายที่เป็นพาหะของไข้เลือดออกแล้ว ยุงชนิดอื่นๆ ยังเป็นพาหะนำโรคอีกหลายชนิดมาสู่มนุษย์และสัตว์เลี้ยงได้ เช่น ไข้สมองอักเสบ ไข้จับสั่น มาเลเรีย โรคเท้าช้าง เป็นต้น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องหาวิธีการป้องกันยุงกัด ซึ่งมีหลากหลายวิธีตั้งแต่วิธีทางกายภาพ วิธีชีวภาพและการใช้สารเคมีวิธีที่ประชาชนทั่วไปนิยมใช้ที่สุดคือการใช้สารเคมีในการกำจัดยุง เนื่องจากหาซื้อได้ง่ายให้ผลรวดเร็วทันใจแต่การใช้สารเคมีเหล่านี้ หากผู้ใช้ไม่เข้าใจวิธีการใช้ที่ถูกต้องก็อาจเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้เอง และในการกำจัดยุงในบริเวณกว้างจะต้องใช้สารเคมีปริมาณมาก สารเคมีเหล่านี้จะตกค้างในสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นพิษทั้งต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยงได้ ทั้งยังทำให้เกิดปัญหาต่อระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมตามมา นอกจากนี้การใช้สารเคมีในระยะยาวยังทำให้ยุงซื้อต่อสารเคมีอีกด้วย และผลกระทบอีกอย่างหนึ่งของการใช้สารเคมีเกินความจำเป็นคือสามารถก่อให้เกิดความผิดปกติต่างๆ โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กเล็ก ซึ่งอาจจะมีผลทำให้เกิดอาการแพ้สารเคมี ผิวหนังอักเสบ รวมทั้งทำให้เกิดอาการหายใจขัดข้อง หรือถ้าอาการรุนแรงมากอาจทำให้เสียชีวิตได้ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยพบว่า มีสมุนไพรหลายชนิดที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการกำจัดยุงได้ ที่รู้จักและนิยมใช้กันคือ ตะไคร้หอม ที่นำมาผลิตสเปรย์กันยุง ซึ่งการนำตะไคร้หอมมาผลิตเป็นสมุนไพรไล่ยุงนอกจากจะช่วยลดการใช้สารเคมีแล้วนั้นการใช้สมุนไพรยังมีความปลอดภัยมากกว่าการใช้สารเคมีอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ จึงได้จัดโครงการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกด้วยสเปรย์ไล่ยุงสมุนไพรตะไคร้หอมเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้และป้องกันตนเองไม่ให้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก พร้อมทั้งเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพต่อไป
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกและการป้องกันโรค0.00
ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกและการป้องกันโรค ร้อยละ 80
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องวิธีการทำสเปรย์ไล่ยุงตะใคร่หอม0.00
ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องวิธีการทำสเปรย์ไล่ยุงตะใคร่หอม ร้อยละ 80
-
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำสเปรย์ไล่ยุงตะใคร่หอมไปใช้เพื่อป้องกันยุงได้0.00
ผู้เข้าร่วมโครงการนำสเปรย์ไล่ยุงตะใคร่หอมไปใช้เพื่อป้องกันยุงได้ ร้อยละ80
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การจัดอบรมให้ความรู้โรคไข้เลือดออกและการใช้สมุนไพรเพื่อป้องกันโรค
บรรยายให้ความรู้
-โรคไข้เลือดออก สถานการณ์ การติดต่อ และการป้องกันรักษา - การใช้สมุนไพรเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกงบประมาณ
-ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1 มื้อๆ ละ 70x50บาท เป็นเงิน 3500 บาท
-ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 2มื้อๆ ละ 25x50 เป็นเงิน 2500 บาท
-ค่าวิทยากร จำนวน 5 ชมๆละ 600 เป็นเงิน 3000 บาท1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569ผลผลิต (Output) -ขวดสเปรย์ไล่ยุงสมุนไพรตะไคร้หอมที่ผลิตและแจกจ่าย -จำนวนครัวเรือน/โรงเรียนที่ได้รับสเปรย์ -จำนวนผู้เข้าร่วมอบรมและกิจกรรมรณรงค์
ผลลัพธ์ (Outcome) -ชุมชนใช้สเปรย์ไล่ยุงเป็นประจำ -ยุงลดลงในพื้นที่เป้าหมาย -ความเสี่ยงโรคไข้เลือดออกลดลง -ประชาชนตระหนักและป้องกันตนเองจากยุงลาย
9000 บาท -
การฝึกปฏิบัติการทำสเปรย์หอมไล่ยุงจากตะไคร้หอม
- สาธิตวิธีการทำสเปรย์หอมไล่ยุงจากตะไคร้หอม
- ผู้เข้าร่วมโครงการฝึกปฏิบัติการทำสเปรย์หอมไล่ยุงจากตะไคร้หอม
งบประมาณ
- เอทิลแอลกอฮอล์ จำนวน 4 ลิตร ลิตรละ 165 บาท เป็นเงิน 660 บาท - การบูร จำนวน 200 กรัม เป็นเงิน 200 บาท - ผ้าขาวบางสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 15 x 15 นิ้ว จำนวน 8 ผืน ผืนละ 30 บาทเป็นเงิน 240 บาท - โหลแก้วสำหรับหมักสมุนไพร ขนาด 1 ลิตร จำนวน 4 โหล โหลละ 105 บาทเป็นเงิน 420 บาท - ขวดสเปรย์สำหรับบรรจุน้ำยากันยุง ขนาด 100 มิลลิลิตร จำนวน 50 ขวด ขวดละ 12 บาท เป็นเงิน 600 บาท - ฉลากติดขวดสเปรย์ จำนวน 50 แผ่นๆละ 5 บาท เป็นเงิน 250 บาท1 พฤษภาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2569ผลผลิต (Output)
-ขวดสเปรย์ไล่ยุงสมุนไพรตะไคร้หอมที่ผลิตและแจกจ่าย
-จำนวนครัวเรือน/โรงเรียนที่ได้รับสเปรย์
-จำนวนผู้เข้าร่วมอบรมและกิจกรรมรณรงค์
ผลลัพธ์ (Outcome)
-ชุมชนใช้สเปรย์ไล่ยุงเป็นประจำ
-ยุงลดลงในพื้นที่เป้าหมาย
-ความเสี่ยงโรคไข้เลือดออกลดลง
-ประชาชนตระหนักและป้องกันตนเองจากยุงลาย
2370.00 บาท
- ชุมชนมีความสามารถในการป้องกันยุงลายด้วยสเปรย์สมุนไพรตะไคร้หอมเอง
- จำนวนยุงและความเสี่ยงโรคไข้เลือดออกลดลง
- ประชาชนเกิดความตระหนักและมีพฤติกรรมป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่อง
- ส่งเสริมการใช้สมุนไพรท้องถิ่นอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
