รณรงค์ป้องกันเด็กจมน้ำ (อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม) ศพด.วัดแหลมโตนด
-
ร้อยละของเด็กอายุ4-5ปี มีความเสี่ยงต่อการเกิดการจมน้ำ60
อุบัติเหตุจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำอยู่ใกล้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เช่น บ่อน้ำ สระน้ำ คูคลอง หรืออ่างเก็บน้ำ ซึ่งเด็กในวัยนี้ยังขาดความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ จากสถิติของกรมควบคุมโรค พบว่า เด็กเล็กมีความเสี่ยงสูงต่อการจมน้ำ เนื่องจากเด็กมีความอยากรู้อยากเห็น และมักเดินเข้าไปใกล้แหล่งน้ำโดยขาดความระมัดระวัง มีพฤติกรรมก้มลงหยิบของที่ตกน้ำ หรือพยายามเก็บของเล่นที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ การเสียหลักลื่นล้มจากการก้มตักน้ำหรือเล่นบริเวณขอบบ่อ เพื่อลดอุบัติเหตุจมน้ำในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โครงการ อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม จึงถูกจัดขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่เด็ก ผู้ดูแล และครูอนุบาล พร้อมกับการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย และสร้างมาตรการเฝ้าระวังเด็กจมน้ำอย่างเป็นระบบ
-
ลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บจากการจมน้ำของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี80100
ตัวชี้วัดความสำเร็จ :
ร้อนละเด็กอายุต่ำกว่า5ปี มีอันตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำน้อยลง
-
ส่งเสริมให้เด็กมีความรู้และจิตสำนึกเกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำ ผ่านหลักการ อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม80100
ตัวชี้วัดความสำเร็จ :
ร้อยละเด็กอายุต่ำกว่า5 ปี มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความปลอดภัยทางน้ำ ภายใต้คำว่า อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม
-
พัฒนาครู ผู้ดูแล และผู้ปกครอง แกนนำ ให้มีทักษะป้องกันและช่วยเหลือเด็กจากการจมน้ำ80100
ตัวชี้วัดความสำเร็จ :
ร้อยละครู ผู้ดูแลเด็ก และผู้ปกครอง แกนนำ มีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะป้องกันและช่วยเหลือเด็กจากการจมน้ำได้อย่ารวดเร็ว และเพียงพอ
-
ปรับปรุงสภาพแวดล้อมของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางน้ำ90100
ตัวชี้วัดความสำเร็จ :
ร้อยละครู ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้มีความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางน้ำ
-
สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน และชุมชน ในการเฝ้าระวังเด็กจมน้ำ90100
ตัวชี้วัดความสำเร็จ :
ร้อยละครู ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน และชุมชน ในการเฝ้าระวังเด็กจมน้ำ
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน15
-
กลุ่มวัยทำงาน10
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
การอบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันเด็กจมน้ำสำหรับครู ผูดูแลเด็ก ผู้ปกครอง
- อบรมวิธีป้องกันเด็กจากการจมน้ำ และแนวทางเฝ้าระวัง
- สอนการช่วยชีวิตเบื้องต้น เช่น การทำ CPR และการใช้สิ่งของรอบตัวช่วยเหลือเด็กที่ตกน้ำ
- อบรมเกี่ยวกับอันตรายของแหล่งน้ำรอบบ้าน และวิธีเฝ้าระวัง
- สอนให้ผู้ปกครองฝึกพฤติกรรมเด็กในการอยู่ห่างจากแหล่งน้ำ
- วิธีช่วยเด็กขึ้นจากน้ำโดยไม่เสี่ยงอันตราย
- ใช้ห่วงยาง เชือก หรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตอย่างถูกต้อง โดยมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการดังนี้
- ค่าอาหารกลางวัน 25 คนๆละ 60 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
- ค่าอาหารว่าง 1 มื้อ จำนวน 25 คนๆละ 35 บาท เป็นเงิน 875 บาท
- ค่าวิทยาการบรรยาย จำนวน 4 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
- ค่าไวนิลอละอุปกรณ์อื่นๆ 1,000 บาท (ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยค่าใช้จ่ายกันได้)1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ร้อยละครู ผู้ดูแลเด็ก ผู้ปกครอง. แกนนำชุมชน มีความรู้ความเข้าใจและสามารถป้องกันเด็กจมน้ำได้อย่างเพียงพอ
5775 บาท - อบรมวิธีป้องกันเด็กจากการจมน้ำ และแนวทางเฝ้าระวัง
-
การฝึกทักษะเอาตัวรอดทางน้ำ
- สอนเด็กให้รู้จักวิธีช่วยเหลือตัวเอง ฝึกการลอยตัวในน้ำ (Floating) ฝึกใช้วัตถุใกล้ตัวช่วยพยุงตัว เช่น ขวดน้ำพลาสติก ห่วงยาง ฝึกให้เด็กรู้จักการร้องขอความช่วยเหลือหากตกน้ำ โดยการฝึกจะใช้สถานที่สระว่ายน้ำของโรงเรียนอารียา โดยมีค่าใช่จ่ายดังนี้
- ค่าเช่าสระแบบเหมาต่อคน เป็นเงิน 50 บาท จำนวน 20 คน เป็นเงิน 1,000 บาท โดยไปใช้บริการทั้งหมด 1 ครั้งจำนวน 3 ชั่วโมง - ค่าวิทยาการชั่วโมงละ 600 บาท จำนวน 2 ชั่วโมง เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าเหมารถเพื่อรับส่ง 1,500 บาท จำนวน 2 คัน เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าห่วงยางเด็กสำหรับลอยตัว ชิ้นละ 100 บาท จำนวน 5 ชิ้น เป็นเงิน 500 บาท
- เชือกกู้ภัยลอยน้ำมีห่วงขนาด 20 เมตร ราคา 491 บาท
- เสื้อชูชีพเด็กชนิดกั๊ก ตัวล็อกครอบลำตัวมีสายรั้งขานกหวีด 5 ตัว ตัวละ 199 บาท เป็นเงิน 995 บาท
- ค่าอาหารว่างจำนวน 1 มื้อๆละ 35 บาท จำนวน 20 คน เป็นเงิน 700 บาท - สระว่ายเป่าลมพลาสติกขนาด เป็นเงิน 1,800 บาท (ทุกรายการสามารถถัวเฉลี่ยค่าใช้จ่ายกันได้)1 มิถุนายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569เด็กมีพฤติกรรมที่ปลอดภัย สามารถช่วยเหลือตัวเองให้ปลอดภัยจากการน้ำได้
9686 บาท - สอนเด็กให้รู้จักวิธีช่วยเหลือตัวเอง ฝึกการลอยตัวในน้ำ (Floating) ฝึกใช้วัตถุใกล้ตัวช่วยพยุงตัว เช่น ขวดน้ำพลาสติก ห่วงยาง ฝึกให้เด็กรู้จักการร้องขอความช่วยเหลือหากตกน้ำ โดยการฝึกจะใช้สถานที่สระว่ายน้ำของโรงเรียนอารียา โดยมีค่าใช่จ่ายดังนี้
1.เด็กมีพฤติกรรมที่ปลอดภัยตามหลัก อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้มไม่น้อยกว่า 90 เปอร์เซนต์ของกลุ่มเป้าหมาย 2.อัต่ราการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำในศพด.ลดลง 3.ครู ผู้ดูแลเด็ก มีความรู้และทักษะในการป้องกันและช่วยเหลือเด็กจมน้ำได้ 4.ศพด.มีมาตรการป้องกันเด็กจมน้ำแบบยั้งยืน 5.เกิดความช่วยเหลือระหว่างศพด.โรงเรียน และชุมชน ในการเฝ้าระวังอุบัติเหตุทางน้ำ
