โครงการเฝ้าระวังคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ประจำปี 2569
สถานการณ์การป่วยโรคตับอักเสบทั่วโลกถือเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ โดยมีรายงานว่าทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีมากกว่า 350 ล้านคน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1.1 ล้านคนต่อปี และมีการคาดการณ์ว่า ภายในปี พ.ศ. 2583 การเสียชีวิตจากโรคตับอักเสบจะมีจำนวนสูงกว่าการเสียชีวิตจากโรคเอดส์ มาลาเรีย และวัณโรครวมกัน (WHO, 2023) โดยกลุ่มอายุที่พบมากคือ 30 ปีขึ้นไป และแนวโน้มอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ซึ่งติดต่อได้ทางเลือด สารคัดหลั่ง จากแม่สู่ลูก การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน รวมถึงการสัก เจาะ หรือฝังเข็มโดยใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง ปัจจุบันโรคตับอักเสบบีสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนครบชุด 3 เข็ม ส่วนโรคตับอักเสบซีแม้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาต้านไวรัสเป็นเวลา 12 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี ยังคงเป็นภัยคุกคาม เนื่องจากผู้ติดเชื้อจำนวนมากมีความเสี่ยงพัฒนาไปสู่ โรคตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง ตับวาย และมะเร็งตับ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของประชากรโลก (IARC, 2022) ในประเทศไทย มีรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีประมาณ 2.2 ล้านคน และไวรัสตับอักเสบซีประมาณ 300,000–800,000 คน กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดนโยบายเพื่อกำจัดไวรัสตับอักเสบบีและซีให้หมดไปภายในปี พ.ศ. 2573 โดยการคัดกรองประชาชนที่เกิดก่อนปี 2535 จำนวนกว่า 1 ล้านคน พร้อมทั้งส่งเสริมให้กลุ่มเสี่ยงเข้าถึงบริการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่มีประสิทธิภาพ สำหรับสถานการณ์มะเร็งตับ ซึ่งเป็นผลลัพธ์สำคัญของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ พบว่า มะเร็งตับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับ 3 ของโลก มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 800,000 คนต่อปี โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทยเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเกิดโรคสูงที่สุด เนื่องจากมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีในระดับสูง (WHO, 2022) ในประเทศไทยมะเร็งตับและท่อน้ำดีเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโรคมะเร็ง คิดเป็นอัตราตายประมาณ 22 ต่อประชากรแสนคนต่อปี (กรมการแพทย์, 2566) ในบริบทของจังหวัดสงขลาและอำเภอหาดใหญ่ พบว่าผู้ป่วยมะเร็งตับยังคงมีจำนวนที่น่ากังวล โดยเฉพาะในเพศชาย ซึ่งข้อมูลจากการศึกษาผู้ป่วยมะเร็งตับรายใหม่ที่เข้ารับการรักษาที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ จำนวน 119 ราย พบว่า ร้อยละ 48.7 มีผลตรวจ HBsAg บวก และ ร้อยละ 27.1 มีผลตรวจ anti-HCV บวก ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบในการเกิดมะเร็งตับ ขณะที่ความชุกของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังในประชากรทั่วไปอยู่ที่ประมาณ ร้อยละ 4–5 และไวรัสตับอักเสบซีอยู่ที่ประมาณ ร้อยละ 0.39 แม้ว่าการบรรจุวัคซีนป้องกัน HBV ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 จะช่วยลดความชุกในเด็กและเยาวชน แต่ประชากรผู้ใหญ่ยังคงมีความเสี่ยงสูง สำหรับอำเภอหาดใหญ่ โรงพยาบาลหลัก เช่น โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ยังคงรับผู้ป่วยตับเรื้อรังและมะเร็งตับอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการดำเนินมาตรการคัดกรองไวรัสตับอักเสบ บีและซีในประชากรกลุ่มเสี่ยง เพื่อการป้องกันและลดภาระโรคมะเร็งตับได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จากข้อมูลสุขภาพของประชาชนในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหินผุดพบประชาชนที่เกิดก่อนปี พ.ศ.2535 จำนวนทั้งหมด 3,148 คน หมู่ที่ 5 จำนวน 477 คน หมู่ที่ 7 จำนวน 1,364 คน หมู่ที่ 8 จำนวน 518 คน และหมู่ที่ 9 จำนวน 789 คน คัดกรองแล้วในปี 2568 จำนวน 465 คน ผลปกติ จำนวน 460 คน และผลผิดปกติ จำนวน 5 คน คงเหลือประชาชนที่ยังไม่คัดกรองจำนวน 2,683 คน ในปีงบประมาณ 2569 จะดำเนินการคัดกรองจำนวน 1,000 คน คิดเป็นร้อยละ 37.3 และอีก 1,683 คน คิดเป็นร้อยละ 62.7 จะดำเนินการคัดกรองต่อครั้งถัดไป โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหินผุด จึงได้จัดทำโครงการเฝ้าระวังคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซีประจำปี 2569 เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ ให้ได้รับการรักษาหรือส่งต่อเพื่อการรักษาที่เหมาะสม รวมถึงการให้สุขศึกษาเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และการป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี ตับอักเสบซี ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยง เพื่อส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป
-
1.เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี0.00
1.ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ร้อยละ 37.3
-
2.เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ ให้ได้รับการรักษาหรือส่งต่อเพื่อการรักษาที่เหมาะสม0.00
2.ผู้ติดเชื้อรายใหม่ ไม่เกินร้อยละ 20
-
3.เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และการป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี ตับอักเสบซี0.00
3.ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และการป้องกันโรคไวรัสตับอับเสบบีและซี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง1000
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1.ประชุมคณะกรรมการเพื่อวางแผนการดำเนินงานโครงการ
ประชุมคณะกรรมการเพื่อวางแผนการดำเนินงานโครงการ
(คณะกรรมการ 20 คน) (จนท.รพ.สต. 5 คน)
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มคณะกรรมการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหินผุด จำนวน 25 คน (คนละ 25 บาท X 25 คน )
คิดเป็นเงิน 625 บาท
รวมเป็นเงิน 625 บาท
1 พฤศจิกายน 2568 ถึง 30 พฤศจิกายน 2568625.00 บาท -
2.กิจกรรมค้นหาผู้มีภาวะเสี่ยงที่ยังไม่เคยตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี
กิจกรรมค้นหาผู้มีภาวะเสี่ยงที่ยังไม่เคยตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี
- ค่าไวนิลประชาสัมพันธ์เชิญมาเข้าร่วมกิจกรรม (1.2 เมตร X 2.4 เมตร)คิดเป็นเงิน 432 บาท
-จดหมายน้อย เชิญตรวจคัดกรองสำหรับกลุ่มเป้าหมาย 1 แผ่นเชิญได้ 4 คน
(แผ่นละ 2 บาท X 250 แผ่น)คิดเป็นเงิน 500 บาท
รวมเป็นเงิน 932 บาท
1 ธันวาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568932.00 บาท -
3.กิจกรรมให้สุขศึกษาประชาชนทั่วไปที่เกิดก่อนปี พ.ศ 2535
กิจกรรมให้สุขศึกษาประชาชนทั่วไปที่เกิดก่อนปี พ.ศ 2535
(จำนวน 1,000 คน) (จนท.รพ.สต. 5 คน) ครั้งละ 200 คน จำนวน 5 ครั้ง
กิจกรรมถอดบทเรียนจากตัวแทนหมู่บ้าน(กลุ่มป่วย)จำนวน 5 คน ที่พบผลผิดปกติ
- ค่าวิทยากร (สนับสนุนโดยเจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านหินผุด)
-ค่าแบบทดสอบความรู้ก่อนและหลังอบรม(ชุดละ 4 บาท X 1,000 คน)คิดเป็นเงิน 4,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ (25 บาท X 1,000 คน)
คิดเป็นเงิน 25,000 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับเจ้าหน้าที่(25 บาท X 5 คน X 5 ครั้ง)คิดเป็นเงิน 625 บาท
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับกลุ่มป่วย(25 บาท X 5 คน X 5 ครั้ง) คิดเป็นเงิน 625 บาท
รวมเป็นเงิน 30,250 บาท
1 ธันวาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 256930250.00 บาท - ค่าวิทยากร (สนับสนุนโดยเจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านหินผุด)
-
4.กิจกรรมตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี
กิจกรรมตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี
(จำนวน 1,000 คน) (คัดกรองเดือนละ 100 คน 1 เดือน คัดรอง 2 ครั้ง
ทุกวันที่ 15 และ 28 ของทุกเดือน เป็นเวลา 10 เดือนหรือ 20 ครั้ง ครั้งละ 50 คน) (จนท.รพ.สต. 5 คน) (อสม.หมู่ละ 10 คนต่อครั้ง)
- ค่าเครื่องดื่ม สำหรับเจ้าหน้าที่และอสม. (15 คน X 10 บาท X 20 ครั้ง)
คิดเป็นเงิน 3,000 บาท
1 มกราคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25693000.00 บาท
1.ผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมโครงการ มีความรู้ ทักษะในการปฏิบัติตนเกี่ยวกับการดูแลตนเอง เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลได้ถูกต้อง 2. ผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมโครงการ มีความรู้ในด้านโภชนาการเพื่อควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือด
