โครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากของเด็กวัยเรียน ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านต้นไทร ปีงบประมาณ 2569
-
นายสมศักดิ์ปุรินทราภิบาลประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร
-
นางสุกัญญา ขำยารองประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร
-
นางหทัยพร ดำฝ้าย เลขานุการชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร
-
นางจุไรนาคมิตร ประชาสัมพันธ์ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร
-
นางทัตพิชาหวานสี เหรัญญิกชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร
หลักการและเหตุผล ปัจจุบันความรุนแรงของโรคฟันผุของเด็กไทยรุนแรงขึ้น ทุกปีเนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้องเพราะเด็กชั้นประถมศึกษายังไม่เห็นความสำคัญใน เรื่องการดูแลอนามัยในช่องปาก ซึ่งปัญหานี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กในหลาย ๆ ด้านทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ และเศรษฐกิจซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการศึกษาของเด็กด้วยสุขภาพอนามัยที่ดี เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ และจำเป็นของชีวิตเด็กเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งของสังคม
ทั้งนี้ความเจริญของสังคมย่อมขึ้นกับประสิทธิภาพของเด็กที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไปการที่เด็กมีสุขภาพที่ดีจะเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในทุก ๆ ด้าน“ ทันตสุขภาพ” เป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพอนามัยการที่มีทันตสุขภาพที่ดีปราศจากโรคในช่องปากฟันทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์จะส่งผลให้มีสุขภาพอนามัยที่ดีด้วยเด็กวัยเรียนเป็นวัยที่มีฟันน้ำนมขึ้นมาครบทุกซี่แล้วโรคในช่องปากที่เป็นปัญหาของเด็กในวัยนี้คือโรคฟันผุการสูญเสียฟันน้ำนมก่อนกำหนดมีผลเสียต่อบุคลิกภาพการบดเคี้ยวการเจริญเติบโต ของขากรรไกรตลอดจนการเรียงตัวของฟันถาวรที่จะขึ้นมาแทนที่ก็จะมีผลกระทบต่ออนามัยในช่องปากของเด็กนอกจากนี้ปัจจัยของการเกิดปัญหาโรคฟันผุของเด็กก่อนวัยเรียนคือผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทที่สำคัญ ต่อการดูแลสุขภาพช่องปากการส่งเสริมให้ผู้ปกครอง มีความตระหนักในการดูแลสุขภาพช่องปากของลูกอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญ และสามารถลดปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาภายหลังได้จากการตรวจสภาวะสุขภาพช่องปากของเด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษา ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทร ในปี 2568
จำนวน 141 คน พบว่าเด็กเป็นโรคฟันผุ 45 คน ถอนฟันน้ำนม 59 คน อุดฟัน 45 คน ขูดหินปูน 20 คน เคลือบหลุมร่องฟันแท้จำนวน 66 คนและมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาและการเฝ้าระวัง ตั้งแต่เริ่มแรก
ดังนั้นทางชมรม อสม.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นไทรได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลของปี 2569 เด็กวันเรียนจำนวน 213 คน จึงจัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพช่องปากของเด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษา ปีงบประมาณ 2569 ขึ้น เพื่อให้เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องของการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันตลอดจน มีความรู้เรื่องโภชนาการทางทันตสุขภาพทั้งยังเป็นการ ลดและป้องกันไม่ให้เกิดโรคที่เป็นปัญหาสุขภาพอื่นตามมา
-
เพื่อให้เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษา มีให้ความรู้ ความเข้าใจ เพิ่มทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปาก170.00
ร้อยละ 80 ของเด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษา สามารถดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของตนเองได้อย่างถูกต้อง
-
เพื่อให้เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษา ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก191.00
ร้อยละ 90 ของเด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษา ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปาก
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน0
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน213
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมให้ความรู้ ความเข้าใจในเด็กวัยเรียน (เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษา)เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน
- ประชุมวางแผน กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์จำนวนกลุ่มเป้าหมายเนื้อหา และรูปแบบวิธีการดำเนินงาน
- ติดต่อประสานงานหน่วยงาน / ผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันดำเนินงาน
- จัดทำโ ครงการเพื่อขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลนาโหนด
- อบรมให้ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการดูแลฟันและช่องปากเด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาท้ังหมดจำนวน 4 โรง
โรงเรียนบ้านต้นไทร จำนวน 14 คน โรงเรียนวัดบ่วงช้าง จำนวน 37 คน โรงเรียนวัดหัวหมอน จำนวน 71 คน มัธยมจำนวน 30 คน และโรงเรียนบ้านนาโหนด จำนวน 61 คน
รวมเป็นจำนวนทั้งหมด 213 คน โดยแบ่งเป็น 4 รุ่น รุ่นที่ 1 วันที่ 25พฤษภาคม 2569 เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาจำนวน 51 คน (รร.บ้านต้นไทรและรร.วัดบ่วงช้าง)
รุ่นที่ 2 วันที่ 26พฤษภาคม 2569 เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาจำนวน 71 คน (รร.วัดหัวหมอน)
รุ่นที่ 3 วันที่ 27พฤษภาคม 2569 เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาจำนวน 30 คน (รร.วัดหัวหมอน)
รุ่นที่ 4 วันที่ 28 พฤษภาคม 2569เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาจำนวน 61 คน(รร.บ้านนาโหนด)
โดยมีค่าใช้จ่าย ดังนี้
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าอบรมและผู้ดำเนินโครงการฯ จำนวน 224 คนๆละ 1 มื้อๆละ 25 บาท เป็นเงิน 5,600บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรจำนวน 1 คนๆละ 4 รุ่นๆละ 1 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรจำนวน 2 คนๆละ 4 รุ่นๆละ 2 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 9,640 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์สำหรับเคลือบฟลูออไรด์
(1.ฟูลออไรด์ เจล จำนวน 4 ขวดๆละ 600 บาท เป็นเงิน 2,400 บาท
2. Tray(ถาดใส่ ฟูลออไรด์ เจล)
- ไซด์ S จำนวน 100 คู่(50คู่/แพ็ค) จำนวน 3 แพ็คๆละ 550 บาท เป็นเงิน 1,650 บาท
- ไซด์ M จำนวน 100 คู่ (50คู่/แพ็ค) จำนวน 2 แพ็คๆละ 550 บาท เป็นเงิน 1,100 บาท
- ค่าอุปกรณ์สำหรับใช้ในการอบรมตามโครงการฯ(แปรงสีฟันเด็ก ,ยาสีฟันผสมฟูลออไรด์, กระเป๋าใส่และสำเนาเอกสาร)
จำนวน 213 ชุดๆละ 55 บาท เป็นเงิน 11,715 บาท
งบประมาณ 34,505 บาท
6. มีการตรวจช่องปากและฟัน
7. สรุปผลการดำเนินงานและรายงานให้คณะกรรมการกองทุนฯ ทราบเมื่อสิ้นสุดโครงการการ
8.ประเมินผล
- นักเรียนสามารถรู้และเข้าใจวิธีการป้องกันการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน
- ปริมาณฟันผุลดน้อยลง1 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 25691.เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษา เห็นความสำคัญของการดูแลฟันและช่องปากมากขึ้น
2.เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษา สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลช่องปากและฟันแก่เด็กได้อย่างถูกวิธี34505.00 บาท -
เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษาได้รับการตรวจช่องปากและฟัน
1.มีการตรวจช่องปากและฟันเด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 213 คน
2.มีการเคลือบฟูลออไรด์เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษาตามแผนการรักษาของแพทย์
3.พบฟันผุได้รับการส่งต่อรักษาที่ถูกต้อง1 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 25691.เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษา เห็นความสำคัญในการเข้ารับการตรวจช่องปากและฟันร้อยละ 90
2.ฟันในเด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาผุลดลง0.00 บาท
1.เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษา เห็นความสำคัญของการดูแลฟันและช่องปากมากขึ้น
2.เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษา สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลช่องปากและฟันแก่เด็กได้อย่างถูกวิธี
3.เด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษา เห็นความสำคัญในการเข้ารับการตรวจช่องปากและฟันร้อยละ 90
4.ฟันในเด็กวัยเรียนชั้นประถมศึกษาและชั้นมัธยมศึกษาผุลดลง
