โครงการเสริมสร้างสุขภาพจิตด้วยสมาธิบำบัด SKT บ้านวังยาว ปีงบประมาณ 2569
-
นางพานิตย์ นพรัตน์
-
นางกุหลาบ เรืองเพ็ง
-
นางปรีดา สินดำ
-
นางขวัญตา นวลจันทร์
-
นายประดับ หนูด้วง
ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางด้านการแพทย์ได้พัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ แต่โรคภัยก็คุกคามมนุษย์มากขึ้น เช่น ความเครียด ความกลัว ความกังวล ความเสียใจ และความแปรปรวนของอารมณ์จะส่งผลเสียต่อร่างกาย กระทบต่อระบบฮอร์โมน ระบบประสาทอัตโนมัติ ระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็ง หัวใจเต้นเร็วและแรง เส้นเลือดที่มาเลี้ยงหัวใจตีบเล็กลง ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ปริมาณน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ลำไส้ทำงานได้น้อยลง ระบบภูมิคุ้มกันลดลง และความเครียดยังเป็นสาเหตุสำคัญของความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดถึงร้อยละ 40 การนำหลักประสาทวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกับการปฏิบัติสมาธิจะทำให้ร่างกายได้รับสาร เมลาโทนิน (Melatonin) สารโดปามีน (dopamine) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน รักษาความสมดุลให้กับร่างกาย ช่วยในการกำจัดของเสียภายในร่างกายและยับยั้งเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีประสิทธิภาพในการเยียวยารักษาผู้ป่วย ทำให้ผลการรักษาดีขึ้น ใช้ยาน้อยลง หรืองดการใช้ยาได้ ช่วยลดความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพิ่มภูมิต้านทานโรคเรื้อรัง ลดอาการท้องผูก แก้ปัญหาไหลเวียนโลหิต ภูมิแพ้ ช่วยให้นอนหลับดี หลับลึก และรักษาอาการนอนไม่หลับได้ ด้วยการทำสมาธิบำบัด SKT มีวิธีการทำที่ง่าย และให้ผลดีในหลายด้าน โดยหลักการของสมาธิคือการทำจิตใจให้สงบอันจะส่งผลให้การทำงานของร่างกายเป็นไปตามปกติ จากการพัฒนาเทคนิคความเชื่อมโยงของการปฏิบัติสมาธิกับการทำงานของระบบประสาทประกอบกับการวิจัยเรื่องสมาธิเพื่อสร้างเสริมสุขภาพของรศ.ดร.สมพร กันทรดุษฎี-เตรียมชัยศรี อาจารย์ประจำภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าการทำสมาธิแบบสมถะ หายใจเข้าพุทธ หายใจออกโธ นั้นสามารถช่วยให้คลายเครียดได้อย่างดี ซึ่งการฝึกควบคุมประสาทสัมผัสทั้ง 6 อันได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น การสัมผัส และการเคลื่อนไหวด้วย จะทำให้การทำสมาธินั้นมีผลต่อการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ระบบประสาทส่วนปลาย ระบบประสาทอัตโนมัติ ระบบอารมณ์และพฤติกรรมระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ระบบไหลเวียนเลือด และระบบอื่นๆในร่างกายได้เป็นอย่างดี ซึ่งการฝึกสมาธิบำบัดนั่นมีทั้งหมด 7 เทคนิค หรือเรียกว่า SKT 1 - 7 ซึ่งสามารถทำให้ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตที่สูงลดลงได้ และจิตใจสงบมากขึ้น ดังนั้น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านวังยาวได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับสมาธิบำบัดและฝึกอบรมสมาธิบำบัดให้กับกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้สูงอายุ,ผู้ป่วยเบาหวาน,ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง และประชาชนผู้สนใจ เชื่อว่ากลุ่มเป้าหมายดังกล่าวจะสามารถนำการฝึกอบรมสมาธิบำบัดไปใช้ในครอบครัวและเผยแพร่ให้กับคนในชุมชน เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพที่ดีของตนเอง ครอบครัว และชุมชนจึงขอเสนอจัดทำ “โครงการเสริมสร้างสุขภาพจิตด้วยสมาธิบำบัด SKT บ้านวังยาว ปีงบประมาณ 2569” ขึ้น
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิต และหลักการสมาธิบำบัด SKT0.00
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพจิต และหลักการสมาธิบำบัด SKT ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
-
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถฝึกสมาธิบำบัด SKT ได้อย่างถูกต้อง0.00
กลุ่มเป้าหมายสามารถปฏิบัติสมาธิบำบัด SKT ได้อย่างถูกต้องตามหลักการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
-
เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายนำสมาธิบำบัด SKT ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน0.00
กลุ่มเป้าหมายนำสมาธิบำบัด SKT ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
1.ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ดีต่อการดูแลสุขภาพจิตด้วยตนเอง 2.ประชาชนมีทักษะการฝึกสมาธิบำบัด SKT ที่ถูกต้อง สามารถนำไปใช้ได้จริง 3.ประชาชนมีความสามารถในการจัดการความเครียด อารมณ์ และปัญหาสุขภาพจิตเบื้องต้นได้ดีขึ้น
