โครงการปลูกผักปลอดสารเคมี สุขภาพดี ลดโรค ประจำปี 2569
-
นางฮาซียะ สาและ
-
นางซูลานี หะยีบีดิง
-
นางสาวมานีรา วาเต๊ะ
-
นางสาวทัศนีย์ แดงนุ้ย
-
นายมาหะมะตาเฮ
-
นางฮาซียะ สาและ
-
นางซูลานี หะยีบีดิง
-
นางสาวมานีรา วาเต๊ะ
-
นางสาวทัศนีย์ แดงนุ้ย
-
นายมาหะมะตาเฮ
-
นางฮาซียะ สาและ
-
นางซูลานี หะยีบีดิง
-
นางสาวมานีรา วาเต๊ะ
-
นางสาวทัศนีย์ แดงนุ้ย
-
นายมาหะมะตาเฮ
ปัจจุบันพบว่าประชาชนในชุมชนมีพฤติกรรมการบริโภคผักจากจากตลาดทั่วไป มีความเสี่ยงในการปนเปื้อนสารเคมีตกค้าง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น สารกำจัดศัตรูพืชหรือปุ๋ยเคมี ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง ระบบทางเดินอาหาร และภูมิแพ้สะสมในระยะยาว ขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง ทำให้บางครัวเรือนมีข้อจำกัดในการเลือกซื้อผักปลอดภัย จึงเกิดแนวคิดส่งเสริมให้ประชาชน ปลูกผักปลอดสารเคมีข้างบ้าน เพื่อให้เข้าถึงอาหารปลอดภัย ลดรายจ่ายด้านอาหาร เพิ่มกิจกรรมทางกาย และสร้างความภาคภูมิใจในตนเองและครอบครัวอีกทั้งส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในตำบล และสร้างความมั่นคงด้านอาหารอย่างยั่งยืน โครงการนี้มุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพดีจากการบริโภคผักปลอดสาร ป้องกันโรค ลดโรค ลดภาระงบประมาณในการรักษา และสามารถเป็นศูนย์เรียนรู้ต่อยอดในระดับครัวเรือนและชุมชนได้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเรียนรู้และนำไปปฏิบัติได้จริงในครัวเรือนของตนเอง การส่งเสริมให้ประชาชนมีการพึ่งพาตนเอง ผลิตอาหารไว้กินเองในครัวเรือน ปลูกเอง กินเอง โดย การปลูกผักปลอดสารพิษภายในชุมชน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดรายจ่ายจากการซื้ออาหารเข้าบ้านแล้วยังช่วยให้มีการรวมกลุ่มมาพูดคุยกันสร้างสัมพันธ์ที่ดี มีความเอื้ออารีกัน ได้ความสามัคคี จิตใจแจ่มใส และร่างกายแข็งแรง มีการส่งเสริมให้ทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การทำเกษตรอินทรีย์และส่งเสริมให้ประชาชน ลด ละ เลิก อบายมุข ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเรียนรู้ศูนย์เป็นการสืบทอดต่อภูมิปัญญาของท้องถิ่นอาชีพหลักของประชาชนตำบลจวบ ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเกษตรกร ช่วงฤดูฝน ขาดรายได้ กลุ่มรักสุขภาพตำบลจวบ จึงจัดหาสถานที่ ให้ประชาชนในหมู่บ้าน กลุ่มเกษตรกรและประชาชนทำกิจกรรมการปลูกผัก ทำให้มีผักรับประทานตลอดเพิ่มกิจกรรมเป็นกลุ่มส่งเสริมอาชีพเพื่อให้คนในชุมชนกลับมาช่วยกันทำ และสร้างรายได้เสริม พัฒนาเงินทุนทุนชุมชนจากการดำเนินงานโครงการให้ประชาชนในตำบลเรียนรู้การดูแลตนเอง โดยการปลูกพืชสมุนไพรปลูกผัก รับประทานทำให้ประชาชนในตำบลเริ่มรู้ถึงประโยชน์ของการรับประทานผักปลอดสารพิษมากขึ้นและขยายผลเรื่องการปลูกผักปลอดสารพิษ ประชาชนมีความสามัคคีปรองดองกัน พูดคุยกันมากขึ้น มีการรวมตัวเพื่อช่วยกันคิดหาแนวทางแก้ไขปัญหาของชุมชน คนที่ไม่ต้องออกทำงานต่างถิ่นก็กลับมาช่วยกันทำงาน ทำกินเองไม่ต้องซื้อขอของจากตลาดมากิน ลดรายจ่ายและมาใช้อย่างคุ้มค่าเกิดการออมทรัพย์จากกองทุนการเกษตรเพื่อให้ประชาชนได้ไปใช้ประโยขน์ ภาพของคนในชุมชน ด้านกาย มีสุขภาพกายดีขึ้น ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย มีอาหารที่มีประโยชน์ไว้กินความร่าเริงแจ่มใส ไม่ต้องเครียดหรืออารมณ์ขุ่นมัว ด้านสังคม ครอบครัวไม่มีความขัดแย้ง ทะเลาะวิวาท ชุมชนจะมี ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีการปรึกษาหารือกัน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำงานเป็นกลุ่มและภูมิปัญญา มีการสืบทอดสิ่งดีๆ ในชุมชนและสร้างเป็นอาชีพเสริมเพื่อเป็นการส่งเสริมการดำเนินงานโครงการอย่างต่อเนื่อง เป็นการช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ พอกินพอใช้และอยู่อย่างพอเพียงและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาด้านสุขภาพของตนเอง ดังนั้นกลุ่มรักสุขภาพตำบลจวบ เห็นความสำคัญจึงจัดทำโครงการปลูกผักปลอดสารเคมี สุขภาพดี ลดโรค ประจำปี 2569 ขึ้น
-
เพื่อให้ประชาชนในครัวเรือนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกผักปลอดสารพิษจนเกิดวิถีการปลูกผักไร้สารเคมี0.00
ร้อยละ 80 ของประชาชนในครัวเรือนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกผักปลอดสารพิษจนเกิดวิถีการปลูกผักไร้สารเคมี
-
เพื่อให้ประชาชนในครัวเรือนสามารถนำไปใช้บริโภคในครัวเรือน ตลอดจนเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของคนในชุมชน0.00
ร้อยละ 80 ของประชาชนในครัวเรือนสามารถนำไปใช้บริโภคในครัวเรือน ตลอดจนเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของคนในชุมชน
-
เพื่อให้มีศูนย์เรียนรู้ให้ประชาชนมาศึกษาการปลูกผักปลอดสารพิษในหมู่บ้าน อย่างน้อย 1 ศูนย์0.00
มีศูนย์เรียนรู้ให้ประชาชนมาศึกษาการปลูกผักปลอดสารพิษในหมู่บ้าน จำนวน 1 ศูนย์
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมประชาสัมพันธ์ การปลูกผักปลอดสารเคมี
ค่าป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์โครงการ ขนาด 1.2 x 2.4 เมตร จำนวน 1 ป้ายๆละ 720 บาท เป็นเงิน 720 บาท
ป้ายศูนย์เรียนรู้ ฐานการเรียนรู้ต่างๆ ขนาด 0.5 x 0.8 เมตร จำนวน 10 ป้ายๆละ 100 บาท เป็นเงิน 1,000 บาท
รวมเป็นเงิน 1,720 บาท
20 มกราคม 2569 ถึง 30 พฤษภาคม 25691.ประชาชนในครัวเรือนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกผักปลอดสารพิษจนเกิดวิถีการปลูกผักไร้สารเคมี 2.ประชาชนในครัวเรือนสามารถนำไปใช้บริโภคในครัวเรือน ตลอดจนเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของคนในชุมชน 3.มีศูนย์เรียนรู้ให้ประชาชนมาศึกษาการปลูกผักปลอดสารพิษในหมู่บ้าน จำนวน 1 ศูนย์ 4.ประชาชนสามารถทำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เองได้ 5.ลดค่าใช้จ่ายด้านการซื้อปุ๋ย 6.เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แปลงผักปลอดสาร
1720.00 บาท -
กิจกรรมอบรมให้ความรู้การปลูกผักปลอดสารเคมี
จัดอบรมให้ความรู้โครงการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพเกี่ยวกับการใช้สารเคมีตกค้างในเกษตรกร
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 90 คนๆละ 60 บาท/มื้อ เป็นเงิน 5,400 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 90 คนๆ 25 บาท/มื้อ จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 4,500 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 6 ชม.ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์สำหรับการอบรม เช่น กระเป๋า สมุด ปากกา จำนวน 80ชุดๆละ 150 บาท เป็นเงิน 12,000 บาท
รวมทั้งสิ้น 25,500 บาท
20 มกราคม 2569 ถึง 30 พฤษภาคม 2569- ประชาชนในครัวเรือนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกผักปลอดสารพิษจนเกิดวิถีการปลูกผักไร้สารเคมี
- ประชาชนในครัวเรือนสามารถนำไปใช้บริโภคในครัวเรือน ตลอดจนเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของคนในชุมชน
- มีศูนย์เรียนรู้ให้ประชาชนมาศึกษาการปลูกผักปลอดสารพิษในหมู่บ้าน จำนวน 1 ศูนย์
- ประชาชนสามารถทำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เองได้
- ลดค่าใช้จ่ายด้านการซื้อปุ๋ย
- เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แปลงผักปลอดสาร
25500.00 บาท -
กิจกรรมจัดทำแปลงปลูกผักตัวอย่าง
ส่งเสริมเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้เกษตรกร และผู้ที่สนใจการจัดทำแปลงสาธิตในการปลูกพืชผักสวนครัว
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 90 คนๆละ 60 บาท/มื้อ เป็นเงิน 5,400 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 90 คนๆ 25 บาท/มื้อ จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 4,500 บาท
- ค่าสมนาคุณตอบแทนวิทยากรกลุ่มเชิงปฎิบัติการ จำนวน 2 คนๆละ 5 ชม.ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
- วัสดุอุปกรณ์ ใช้สำหรับเพาะปลูก, ปุ๋ย , เมล็ดพันธุ์ผักและรายการอื่นๆ เป็นเงิน 17,455 บาท
- รวมเป็นเงิน 33,355 บาท
20 มกราคม 2569 ถึง 30 มกราคม 2569- ประชาชนในครัวเรือนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกผักปลอดสารพิษจนเกิดวิถีการปลูกผักไร้สารเคมี
- ประชาชนในครัวเรือนสามารถนำไปใช้บริโภคในครัวเรือน ตลอดจนเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของคนในชุมชน
- มีศูนย์เรียนรู้ให้ประชาชนมาศึกษาการปลูกผักปลอดสารพิษในหมู่บ้าน จำนวน 1 ศูนย์
- ประชาชนสามารถทำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เองได้
- ลดค่าใช้จ่ายด้านการซื้อปุ๋ย
- เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แปลงผักปลอดสาร
33355.00 บาท -
การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพในครัวเรือน
สาธิตการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพแบบง่าย
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 90 คนๆละ 60 บาท/มื้อ เป็นเงิน 5,400 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 90 คนๆ 25 บาท/มื้อ จำนวน 2 มื้อ เป็นเงิน 4,500 บาท
- ค่าสมนาคุณตอบแทนวิทยากรบรรยาย จำนวน 6 ชม.ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท
- วัสดุอุปกรณ์ ใช้สำหรับทำปุ๋ยหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพในครัวเรือน เป็นเงิน 7,535 บาท อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม เศษผัก ผลไม้ ใบไม้แห้ง มูลสัตว์ (ถ้ามี) น้ำหมักจุลินทรีย์ (EM) รำข้าว / แกลบ ถังหมัก / บ่อหมักต้นแบบ วัสดุหมัก (ขยะอินทรีย์, เศษพืช, มูลสัตว์) น้ำหมัก EM / จุลินทรีย์จากธรรมชาติ พลั่ว, ถังผสม, ถุงมือ ป้ายแสดงขั้นตอน / สื่อประกอบภาพ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 21,035 บาท
20 มกราคม 2569 ถึง 30 มกราคม 2569- ประชาชนในครัวเรือนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกผักปลอดสารพิษจนเกิดวิถีการปลูกผักไร้สารเคมี
- ประชาชนในครัวเรือนสามารถนำไปใช้บริโภคในครัวเรือน ตลอดจนเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของคนในชุมชน
- มีศูนย์เรียนรู้ให้ประชาชนมาศึกษาการปลูกผักปลอดสารพิษในหมู่บ้าน จำนวน 1 ศูนย์
- ประชาชนสามารถทำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เองได้
- ลดค่าใช้จ่ายด้านการซื้อปุ๋ย
- เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แปลงผักปลอดสาร
21035.00 บาท -
กิจกรรมส่งเสริม และให้คำปรึกษาเชิงรุกการปลูกผักริมรั้ว
ลงพื้นที่ในตำบลจวบ ครัวเรือนที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมปลูกผักริมรั้ว
- ไม่มีงบประมาณ
20 มกราคม 2569 ถึง 30 มกราคม 2569- ประชาชนในครัวเรือนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกผักปลอดสารพิษจนเกิดวิถีการปลูกผักไร้สารเคมี
- ประชาชนในครัวเรือนสามารถนำไปใช้บริโภคในครัวเรือน ตลอดจนเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของคนในชุมชน
- มีศูนย์เรียนรู้ให้ประชาชนมาศึกษาการปลูกผักปลอดสารพิษในหมู่บ้าน จำนวน 1 ศูนย์
- ประชาชนสามารถทำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เองได้
- ลดค่าใช้จ่ายด้านการซื้อปุ๋ย
- เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แปลงผักปลอดสาร
0.00 บาท
- ประชาชนในครัวเรือนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปลูกผักปลอดสารพิษจนเกิดวิถีการปลูกผักไร้สารเคมี
- ประชาชนในครัวเรือนสามารถนำไปใช้บริโภคในครัวเรือน ตลอดจนเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพของคนในชุมชน
- มีศูนย์เรียนรู้ให้ประชาชนมาศึกษาการปลูกผักปลอดสารพิษในหมู่บ้าน จำนวน 1 ศูนย์
- ประชาชนสามารถทำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เองได้
- ลดค่าใช้จ่ายด้านการซื้อปุ๋ย
- เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แปลงผักปลอดสาร
